28กพ.63  เวลา15.00น. พ.ต.ท.สุอารีย์ สาแก้ว  สว.สภ.ช่องสามหมอ  อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ รับแจ้งจาก พระอธิการเดี่ยว  อนาวะโร อายุ62ปี เจ้าอาวาสวัดป่าห้วยยาง หมู่12ตำบลช่องสามหมอ อำเภอคอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ  ว่ามี2คนร้ายเข้างัดกุฏิลักทรัพย์ภายในวัดได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ รวมทั้งเงินในตู้บริจาคไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งหลังก่อเหตุกำลังใช้รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บย.835 ชัยภูมิขับหลบหนีมุ่งหน้าเข้าตัวอำเภอคอนสวรรค์ หลังรับแจ้งทางด้าน พ.ต.ท.สุอารีย์ สาแก้ว  สว.สภ.ช่องสามหมอ  ได้สั่งการให้ จนท.ตร.ตั้งด่านสกัดและชุดสายสืบลงพื้นที่เพื่อหาเบาะแสและนำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่ามีกุฏิเจ้าอาวาสมีร่องรอยการงัดแงะบานหน้าต่างและทุบบานเกร็ดศาลาการเปรียญ จึงแจ้งจนท.กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบหาลายนิ้วมือของคนร้าย

 

จากการสอบถามพระอธิการเดี่ยว เจ้าอาวาส วัดดังกล่าวเล่าว่า เมื่อตอนช่วงบ่ายขณะจำวัดอยู่ในวัดอยู่องค์เดียว ได้มีนายอ๊อด นาถเหนือ อายุ43ปี ขับรถกระบะเข้ามาในวัดพร้อมกับนางสาวกัลยาณี บุแก้ว อายุ45ปี อยู่บ้านเลขที่63หมู่2ตำบลห้วยต้อน อำเภอเมือง จ.ชัยภูมิ  โดยคนทั้งสองเข้ามาสอบถามว่าที่วัดมีของเก่าขายหรือไม่ ตนเองจึงบอกว่ามีพวกขวดพลาสติกและขวดน้ำอัดลมที่ญาติโยมนำมาถวายอยู่หลังวัด หลังจากนั้น นางสาวกัลยาณีจึงชักชวนหลวงพ่อไปนั่งคุยอีกด้านหนึ่งขณะที่นาย อ๊อด อาศัยจังหวะ ที่หลวงพ่อเผลอ ใช้ไขควงงัดบานเกร็ดศาลาการเปรียญเข้าไปเพื่อขโมยเงินในตู้บริจาคจำนวนหลายพันบาทและพระเครื่องอีกจำนวนหลายองค์ และคนร้ายยังย่ามใจบุกงัดกุฏิเจ้าอาวาสขโมยชุดไตรจีวรที่ญาติโยมนำมาถวายไปกว่ายี่สิบฝืนมูลค่าหลายพันบาทหลังได้ทรัพย์แล้วจึงพากันขับรถหลบหนีไป ต่อมาตนเองนึกเอะใจเพราะเคยโดนคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์หลายครั้งและสูญเงินไปนับแสนบาทจึงเดินเข้าไปตรวจสอบก็พบว่ามีร่องรอยการงัดแงะและมีของมีค่าหายไปจึงได้โทรแจ้ง จนท.ตร.ดังกล่าว

 

ต่อมาเวลา19.00น. จนท.ตร.ได้สกัดจับรถคนร้ายตามที่ได้รับแจ้งได้ขณะขับวนเวียนอยู่ใกล้วัด จนท.จึงได้นำตัวผู้มาสอบสวนที่ สภ.ช่องสามหมอ และได้ตรวจสอบสิ่งของบนรถกระบะของคนร้ายก็พบทรัพย์สินทั้งหมดที่ขโมยมาจากวัดอยู่บนรถคันดังกล่าว เป็นจำนวนมากรวมอยู่กับขวดพลาสติกและของเก่าอื่นๆและเมื่อ จนท.ตร.เทกระสอบของเก่าออกก็พบถาดสแตนเลสสำหรับใส่อาหารสภาพใหม่และพานทองเหลืองโบราณด้านข้างถาดเขียนชื่อวัดแห่งหนึ่งในอำเภอมัญจาคีรี จ.ขอนแก่นเพิ่มเติมหลายสิบใบ โดยคนร้ายอ้างว่าพระที่วัดดังกล่าวขายเป็นของเก่าหลังจากนั้น จนท.ตร.จึงได้นำตัว2ผัวเมียเดินทางไปที่วัดทั้ง2แห่งเพื่อยืนยันว่าได้ขายสิ่งของเหล่านี้ให้กับคนร้ายหรือไม่ ซึ่งเจ้าอาวาสทั้ง2แห่งก็ตอบตรงกันว่าไม่ได้ขายทั้งจีวรและถาดสแตนเลสและพานทองเหลืองให้กับคนร้ายแต่อย่างไรแต่ขายเพียงขวดพลาสติกและของชำรุดอื่นๆให้เท่านั้นจนที่สุดคนร้ายยอมรับสารภาพจำนนด้วยพยานหลักฐานด้าน พล.ต.ต. สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ตร.จ.ชัยภูมิ ได้ฝากแจ้งเตือนไปยังวัดต่างๆและประชาชนทั่วไปให้ระวังบุคคลที่เข้ามาภายในหมู่บ้านหรือตระเวนไปตามวัดต่างๆที่แฝงตัวเข้ามาตีสนิทแล้วเข้าลักทรัพย์สินโดยคนร้ายจะเลือกวัดหรือบ้านเรือนที่มีแต่คนกิอยู่ตามลำพังหรือวัดที่พระสงฆ์สูงอายุอยู่ลำพังและห่างไกลชุมชน ล่าสุดเบื้องต้น นำตัว2ผัวเมียแสบส่งพนง.สอบสวนดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์และรับของโจรต่อไป

ภาพข่าว พรอนันต์ พันเชื้อ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชัยภูมิ