เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 27 ก.พ. 2563 ร.ต.ท.ขรรค์ชัย แก้วทอง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สทิงพระ จ.สงขลา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุหมู่รถยนต์กระบะชนประสานงากับรถโดยสารสองแถวและรถ 6 ล้อ บรรทุกน้ำมัน เหตุเกิดบนถนนสายสงขลา-ระโนด พื้นที่ ม.3 ต.วัดจันทร์ อ.สทิงพระ ฝั่งขาออกจากตัวเมืองสงขลา มีทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกับหน่วยกู้ภัยในพื้นที่

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ มาสด้า แบบแค็ป สีดำ ทะเบียน บฉ-8898 สงขลา ชนประสานงากับรถโดยสารสองแถวสายสงขลา-สทิงพระ สีแดง ทะเบียน 10-5977 สงขลา และมีรถ 6 ล้อบรรทุก 6 ล้อ 71-2476 สงขลา ที่ชนท้ายรถโดยสารอีก 1 คัน โดยรถทั้งรถกระบะและรถโดยสารสภาพพังยับเยิน ส่วนรถบรรทุกน้ำมันเสียหายเล็กน้อย

                                                                                                                                                    

      ขณะที่ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้มีทั้งหมดหมด 20 คน ทั้งคนขับรถยนต์กระบะมาสด้าที่ขับมาเพียงลำพัง ทราบชื่อ นายรื่น คงไข่  ส่วนที่เหลือเป็นคนขับโดยสารสองแถว และผู้โดยสาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมจากในตัวเมืองสงขลา และคนวัยทำงาน นอกจากนี้ยังมีเด็กนักเรียนชายวัย 13 ปี คือ ด.ช.ธาวิน สงมาก เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย โดยทางหน่วยกู้ภัยทั่งในพื้นที่และใกล้เคียงได้ช่วยกันนำร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสทิงพระ เป็นการด่วน และในจำนวนนี้มี 9 ราย ที่อาการค่อนหนัก และต้องถูกส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลสงขลา

                                                                                                                                                                        

        สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ในช่วงเกิดเหตุรถยนต์กระบะ มาสด้า สีดำ ที่กำลังขับมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองสงขลาได้เกิดยางล้อหน้าฝั่งคนขับระเบิด และรถเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางมาชนประสานงาเข้ากับรถโดยสารสองแถวที่รับผู้โดยสารที่ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและคนวัยทำงานจนพังยับ และหลังจากจากนั้นรถ 6 ล้อ บรรทุกน้ำมันที่ขับตามหลังรถโดยสารสองแถว และหยุดรถไม่ทันก็ได้พุ่งชนท้ายรถสองแถวจนผู้โดยสารเทกระจาดกันลงมากองเต็มพื้นถนนกว่า 20 คน โดยเฉพาะผู้โดยสารบางส่วนที่โหนท้ายรถได้รับบาดเจ็บสาหัส และมีเด็กนักเรียนวัย 13 ปี เสียชีวิตคาที่

เบื้องต้นเจ้าหน้าเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และจะมีการเรียกตัวคนขับรถมาสอบสวนในรายละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

                                                                                                                                                     

นภาลัย   ชูศรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สงขลา