คมชัดลึกออนไลน์ 1 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ภูมิภาค

ต่างกันราวฟ้ากับดิน!!4 หนูน้อย 5-11 ขวบหยุดเรียนจับปลาในร่องกลางถนนขาย-ได้ลูกปลาเล็ก ๆต้องการขาย 40-50 บาทสื่ออาวุโสเมืองคอนเหมาซื้อ 100 บาท

24 กุมภาพันธ์ 2563 - 20:17 น.
ต่างกันราวฟ้ากับดิน,,เด็กในชนบทกับในเมือง,,4 คน 5-11 ขวบหยุดเรียนจับปลาขาย,,จับปลาในร่องถนน 4 เลน,,นครศรีธรรมราช
ภูมิภาค

Shares :
เปิดอ่าน 602 ครั้ง

สื่อเมืองคอนพบ 4 หนูน้อยหยุดเรียนจับปลาในร่องกลางถนนขาย-วัย 5 ขวบ 3 คนและ 14 ปี 1 คน -ได้ลูกปลาเล็ก ๆ ขาย 40-50 บาทสื่ออาวุโสเมืองคอนเหมาซื้อ 100 บาทและให้กำลังใจพร้อมตักเตือนให้ข้ามถนนอย่างระมัดระวังอย่าลงจับปลาน้ำลึก


 

               สื่อเมืองคอนพบ 4 หนูน้อยหยุดเรียนจับปลาในร่องกลางถนนขาย-วัย 5 ขวบ 3 คนและ 14 ปี 1 คน -ได้ลูกปลาเล็ก ๆ ขาย 40-50 บาทสื่ออาวุโสเมืองคอนเหมาซื้อ 100 บาทและให้กำลังใจพร้อมตักเตือนให้ข้ามถนนอย่างระมัดระวังอย่าลงจับปลาน้ำลึก

            (24 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในขณะที่นายไพฑูรย์ อินทศิลา สื่ออาวุโส ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช พร้อมพวก 4-5 คนกำลังขับรถยนต์กลับจาก อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช มาตามถนน 4 เลนสายเบญมราชูทิศ-นาพรุ ผ่านหมู่ 6 ต.ไชยมนตรี อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้เหลือบไปเห็นเด็เล็ก ๆ จำนวน 4 คนถือยอยกปลา พร้อมกระป๋องและขวดพลาสติก กำลังเดินขึ้นจากท่อระบายน้ำกลางร่องถนน ก่อนจะวิ่งข้ามถนนท่ามกลางรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง และเสี่ยงมีจะเกิดอุบัติเหตุรถชนเด็ก ๆ


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

นายไพฑูรย์ จึงได้ไปขับรถไปเลี้ยวยูเทิร์นกลับรถซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 200 เมตรก่อนจะขับกลับมาที่เด็ก ๆ โดยพบว่าเด็กทั้ง 4 คน เป็นผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 1 คน ทั้งหมดสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ โดยทั้งเอผ้าและเนื้อตัวมอมแม่มเปรอะเป้อนไปด้วยดินโคลน จากการสอบถามในเบื้องต้นทราบว่าทั้งหมดเป็นญาติกัน โดยเด็กผู้ชายที่โตที่สุดอายุ 11 ปี ส่วนเด็กผู้ชายอีก 2 คน อายุ 5 ขวบและ 6 ขวบ ในขณะที่เด็กผู้หญิงอายุ 6 ขวบ โดยเด็กผู้ชายตัวโตที่สุดในกลุ่มให้ข้อมูลว่ามีบ้านอยู่หน้าวัดน้ำรอบ หมู่ 6 ต.ไชยมนตรี อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และเรียนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน และวันนี้ไม่ได้ไปโรงเรียนจึงชวนกันออกหาปลาตามปากท่อระบายน้ำในร่องกลางถนน 4 เลนดังกล่าวเพื่อนำไปขายแถวบ้านหาเงินไปกินขนมที่โรงเรียน

จากการตรวจสอบพบว่าเด็ก ๆ สามารถจับปลาได้ประมาณ 15 กว่าตัวมีปลาช่อนขนาดใหญ่กว่าหัวแม่มือ 1 ตัว และขนาดนิ้วชี้อีก 3 ตัว ปลาเนื้ออ่อนขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือ 1 ตัว นอกนั้นเป็นปลากระดี๋เล็ก ๆ นายไพฑูรย์ จึงถามว่าคิดว่าปลาที่ได้ทั้งหมดจะนำไปขายราคาเท่าไหร่ เด็กผู้ชายคนโตตอบว่าจะขาย 50 บาท แต่ถ้าเขาต่อลดให้เหลือ 40 บาทก็ได้  ในขระที่หนูน้อยที่อายุน้อยและตัวเล็กที่สุด ซึ่งถือขวดพาลสติกในขวดมีปลาเล็ก ๆ ขนาดเท่าปลากัด 4-5 ตัวรีบเข้ามาบอกว่าของผมจะขายด้วยครับ

            ในที่สุดนายไพฑูรย์ได้ตกลงจะช่วยซื้อปลาทั้งหมดเอง โดยจะซื้อในราคา 100 บาทเด็ก ๆ จึงช่วยกันนำปลาในกระป๋องพลาสติกใส่ถุงพลาสติกมีหูหิ้ว แต่ไม่เอาปลาในขวดของหนูน้อย 5 ขวบ โดยได้จ่ายเงินค่าปลาเป็นธนบัตรฉบับละ 100 บาท ซึ่งนายไพฑูรย์ ได้แจกแจงว่า เงิน 100 บาทให้เด็กผู้ชายคนโตแบ่งให้น้อง ๆ ด้วยคนละ 20 บาท และพี่ชายคนโตเอา 40 บาท พร้อมกับกล่าวตักเตือนว่าขอให้ระมัดระวังในการเดินข้ามถนนและในการลงไปหาปลาอย่าลงไปหาในน้ำลึกและให้พี่ระมัดระวังน้องตัวเล็ก ๆ ด้วย โดยเด็ก ๆ ทุกคนกล่าวตอบอย่างสุภาพอ่อนน้อมว่า คณะ ครับ ก่อนจะชวนกันเดินทางไป

            “อย่างไรก็ตามในช่วงที่เด็ก ๆ เดินห่างออกไปเล็กน้อย ซึ่งเด็กผู้ชายคนโตเป็นคนแบกยอยกปลาและถือเงิน 100 บาท เด็กเล็ก ๆ อีก 3 คนก็เอยปากทวงเงินจากเด็กคนโตทันที โดยบอกว่าคุณลุงบอกว่า “ตางค์ 100 บาทอย่าเอาคนเดียว แบ่งให้เราทุกคน ๆ ละ 20 บาทได้ยินแล้วนะ” เด็กผู้ชายคนโต กล่าวว่า “เออ รู้แล้วเดียวไปแลกที่ร้านค้าของชำแล้วจะแบ่งให้คนละ 20 บาท”

นายไพฑูรย์ อินทศิลา กล่าวว่า เรื่องราวในครั้งนี้มันสะท้อนให้เห็นอะไรในสังคมไทยหลาย ๆ  อย่าง เด็กไทยที่อาศยอยู่ในชนบทมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในลักษณะนี้แตกต่างจากเด็กในเมืองหรือลูกคนร่ำคนรวยราวฟ้ากับดิน เด็ก ๆ ยอมขายโรงเรียนและชวนกันออกมาหาปลาขาย เพื่อหาเงินไปกินขนมที่โรงเรียน เด็กตัวเล็กขนาดนี้โดยเฉพาะ 3 คนที่อายุ 5-6 ขวบหากเป็นเด็กในเมืองหรือลูกคนร่ำรวยพ่อแม่คงไม่ยอมให้ออกห่างสายตา  แต่เด้กในชนบทกลับออกมาสู้ชีวิตเดินข้ามถนน แล้วลงไปในร่องถนนบริเวณปากท่อเพื่อจับปลา  ตนรู้สึกว่าเด็กค่อนข้างเสี่ยงอัตรายในการเดินข้ามถนนและการลงหาปลาในน้ำก็อาจจะเสี่ยงต่อการจมน้ำบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้  ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อแม่ ผู้ปกครองเขาเป็นใคร ประกอบอาชีพ ฐานะเป็นอย่างไร แต่คงสรุปได้ชัดเจนว่าฐานะครอบครัวคงยากจนแน่นอน เด็กในสังคมตัวแค่นี้รู้จักทำงานชวยเหลือพ่อแม่ แม้วิถีการดำรงชีวิตที่มองว่าเสี่ยงอันตรายไม่น้อย แต่เด็กในชนบทมีอะไรที่เป็นพิเศษกว่าเด็กในเมืองเยอะ  และเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนว่าเด็กชนบทกับสังคมเมืองในสังคมไทยมันแตกต่างและเหลื่อมล้ำกันราวฟ้ากับดิน.

ภาพ  ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ยุทธนะ  เตมะศิริ นครศรีธรรมราช



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ