เมื่อเวลา 14.40 น.วันที่ 20 ก.พ. 2563 พ.ต.อ.สงบ จันทร์สิงห์ ผกก.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 109/2 หมู่ 4 ต.ควนพังอ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช มีผู้เสียชีวิตติดคากองเพลิง รับแจ้งแล่วจึงพร้อมด้วยพนักงานสอบสวน และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์เวร รพ.ร่อนพิบูลย์ เจ้าหน้าที่และรถดับเพลิง อาสาสมัครสยามรวมใจปู่อินทร์ เขต อ.ร่อนพิบูลย์ หน่วย ชีพ อบต.ควนพัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวดนครศรีธรรมราช  รีบรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงถูกเพลิงเผาไหม้จนเสียหายวอดวายทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต เหลือเพียงสวนลำตัว พร้อมลำไส้และอวัยวะภายใน ซึ่งถูกไฟไหม้ดำเป็นตอตะโก ทราบชื่อผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมาคือนายพยงค์ ฮ่องกิ๊ม    อายุ  58 ปี เจ้าของบ้านท่เกิดเหตุ  นอกจากนี้ในกองเพลิงใกล้ซากศพผู้ตาย ยังพบอาวุธปืนลูกซองสั้น หรือชาวบานเรียกว่า “ปืนหักคอไอ้เท่ง”  ถูกไฟไห้จนด้ามปืนได้รับความเสียหาย และมีปลอกกระสุนปืนคาอยู่รังเพลิง 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำซากศพส่ง ร่อนพิบูลย์ และส่งต่อไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง  รพ.มหาราช  

 

 

 

 

 

                        จากการสอบสวนชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงทราบว่า ตามปกติบ้านหลังดังกล่าวอาศัยอยู่รวมกัน 6-7 คน โดยนายพยงค์ ผู้ตายมีอาชีพเลี้ยงวัว ในระยะหลัง ๆ นายพยงค์ บ่นกับลูก ๆ เพื่อนบ้านว่าเครียดในหลาย ๆ เรื่อง จนกระทั้งก่อนเกิดเหตุนายพยงค์ อยู่บ้านเพียงคนเดียวส่วนลูก ๆ และภรรยาของนายพยงค์ ผู้ตายได้เดินทางไปงานญาติที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช  จนกระทั้งเพื่อนบ้านได้บินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ก่อนจะมีเปลวเพลิงลุกไหม้บานนายพยงค์ อย่างรวดเร็ว เพื่อนบ้านพยายามวิ่งมาช่วยดับไฟ แต่เนื่องจากบนเกิดเหตุเป็นบ้านไม้และมีลมพัดกรรโชกแรง จึงไม่สามารถดับเพลิงได้ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถดับเพลิงมายังที่เกิดเหตุ แต่เพลิงลุกไหม้จนบ้าเสียหายวอดวายทั้งหลัง โดยพบนายพยงค์ ถูกเพลิงไหม้ดำเป็นตอตะโกอยู่ในกองเถ้าถ่านภายในบ้านดังกล่าว

 

 

 

 

                          พ.ต.อ.สงบ จันทร์สิงห์ ผกก.สภ.ร่อนพิบูลย์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนปำคำญาติ ๆ ทราบว่านายพยงค์ ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามานานแล้ว ลูก ๆ และภรรยาจะพาไปรักษาในโรงพยาบาลแต่นายพยงค์  ไม่ยอมไป จนกระทั้งเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านคลอกนายพยงค์ เสียชีวิตคากองเพลิงดังกล่าว ส่วนในเรื่องที่เพื่อนบ้านระบุว่านายพยงค์ ผู้ตาย จุดไฟเผาบานก่อนจะยิงตัวตายนั้น ในชั้นนี้ยังสรุปไม่ได้แม้จะพบอาวุธปืนลูกซองในกองเพลิง และชาวบ้านยืนยันว่าได้ยินเสียงปืนก่อนจะมีเพลิงลุกไหม้ ก็ตาม เนื่องจากตำรวจยังไม่สามารถตรวจสอบได้ชัดเจนว่านายพยงค์ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนก่อนหรือไม่เนื่องจากศพถูกไฟไหม้เหลือแค่ส่วนลำตัว สำไส้และอวัยวะภายในที่ถูกไฟไหม้ดำเป็นตอตะโก จึงต้องรอการรายงานผลการตรวจพิสูจน์จากแพทย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานอีกครั้ง อย่างไรก็ตามทางภรรยาและลูก ๆ พร้อมญติ ๆ ของนายพยงค์ ผู้ตาย ไม่ติดใจสาเหตุการตาย และเตรียมขอรับศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.

 

ขอบคุณภาพ/ศูนย์อาสาสมัครสยามรวมใจปู่อินทร์ เขต อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

ยุทธนะ  เตมะศิริ นครศรีธรรมราช