วันที่ 20 ก.พ.2563 ที่หมวดพืชผัก คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มีพิธีมอบอาคารสำนักงานและระบบรักษาความปลอดภัย โรงเรือนต้นแบบเพาะปลูกกัญชา เพื่อการพัฒนาสายพันธุ์และการวิจัย เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ โดยโรงเรือนนี้ซึ่งเป็นโรงเรือนกรีนเฮาส์ เป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย โดย  อาคารโรงเรือนเนื้อที่ 2 ไร่ ได้รับการสนับสนุน จากบริษัทมาลีสามพราน  ระบบการควบคุมและจัดการให้น้ำปุ๋ย โดยคณะเกษตรศาสตร์ ส่วนระบบการรักษาความปลอดภัย ทั้งอาคาร รั้ว ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทอะลาดิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด มูลค่า 5,136,000 บาท  

 

 

 

 

                          ศาสตราจารย์ ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ กล่าวว่า ขณะนี้อาคาร โรงเรือน และระบบรักษาความปลอดภัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนการเพาะปลูกนั้น ตอนนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนเอกสารเพื่อขอปลูก คาดว่าไม่น่าจะเกิน 2-3 เดือนน่าจะเริ่มปลูกได้ ซึ่งจะเป็นการปลูกเพื่อสกัดสารเพื่อไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เพื่อการตรวจสอบและพัฒนาสายพันธุ์ โดยจะมีระบบปลูกหลายอย่าง ทั้งระบบน้ำหล่อเลี้ยงหรือไฮโดรโพนิกส์ ระบบปลูกบนดินที่เป็นแบบออแกนิกส์ และระบบอื่นๆที่ไม่ใช้ดิน โรงเรือนนี้จะเป็นการทดสอบตั้งแต่ ความแตกต่าง ความเหมาะสมของแต่ละสายพันธุ์ หรือแม้แต่สายพันธุ์เดียวกันอาจจะเหมาะสมกับบางระบบการปลูก จะมีฝ่ายไปสกัดทดสอบดูว่าสาระสำคัญสารออกฤทธิ์ ระบบไหนออกมาดีกว่า

“โรงเรือนนี้ค่อนข้างใหญ่มาก ระดับ 2 ไร่ เบื้องต้นจะพัฒนาเป็นระบบปลูกสำหรับสายพันธุ์กัญชง หรือ เฮมพ์ เพราะตอนนี้กฎหมายเปิดมาก และมีสาร CBD ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งด้านอาหาร สุขภาพ ยารักษาโรค ขณะเดียวกันมีสารเมาหรือ THC ต่ำ เพราะฉะนั้นในอนาคตสามารถมาเรียนรู้ระบบปลูกกัญชงกัญชา เราจะจัดคอร์สฝึกอบรม ทดสอบการปลูก จัดแคมป์ ค่าย จัดหลักสูตรให้เกษตรกร และผู้ที่สนใจได้มาเรียนรู้ เอาไปพัฒนาต่อยอดได้”

 

 

 

 

                       ทั้งนี้จะมีการนำเอาทุกสายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์ไทยที่ได้มีการนิรโทษกรรม ก็จะนำมาปลูกทดสอบสายพันธุ์ เพื่อคัดเลือกพันธุ์ที่มีสารสำคัญในระดับที่คงที่ โดยทั่วไปสายพันธุ์ไทยจะไม่สม่ำเสมอ ทุกครั้งที่สกัดออกมา จะควบคุมปริมาณสารสำคัญไม่ได้ จึงต้องมีการคัดพันธุ์ที่มีความสม่ำเสมอด้านพันธุกรรม ส่วนสายพันธุ์นอกรอกฎหมายเปิด ทราบว่าเดือนเมษายนนี้ก็จะเปิด สายพันธุ์ต่างประเทศสำหรับกัญชง ซึ่งจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างมากที่เราจะสามารถนำสายพันธุ์ต่างประเทศ มีสารที่สำคัญสูง โดยเฉพาะ CBD ทนร้อน ทนต่อสภาพแวดล้อมและทนโรคได้ดี เพียงแต่อยากให้มีการเคลื่อนในประเทศว่า เมื่อมีการนำเข้ามาแล้วมีการสกัดจะต้องเป็นของคนไทย ไม่ใช่ปล่อยให้บริษัทต่างชาติ มาดำเนินการปลูก สกัด โดยใช้สายพันธุ์ต่างประเทศด้วย อาจจะกระทบต่อเศรษฐกิจไทย มา 5 ปีแรกขอให้เป็นเกษตรกรไทย บริษัทของคนไทยได้ใช้ประโยชน์จากตรงนี้ก่อน

 

ข่าว/ภาพ จิติมา จันพรม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ขอนแก่น