คมชัดลึกออนไลน์ 2 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ภูมิภาค

คืบหน้าหลังมือปืนดักยิงลูกชายนาย ตร.ดับ ล่าสุดแม่พามามอบตัว

18 กุมภาพันธ์ 2563 - 10:35 น.
คืบหน้า,,มือปืนดักยิงลูกชายตำรวจตาย,,จร้อยเอ็ด
ภูมิภาค

Shares :
เปิดอ่าน 1,386 ครั้ง

คืบหน้าหลังมือปืนดักยิงลูกชายนาย ตร.ดับ ล่าสุดแม่พามามอบตัว


 

 

 

 

                                   วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ่อแม่และญาติๆพานายอรรถพล หรือกั๊ก เลิศพันธ์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 7 บ้านเหม้า ต.สระคู อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด มือปืนขับรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า 2 สีดำ ทะเบียน 5 กม 7322 กทม. เข้ามอบตัว หลังจากก่อเหตุไปดักยิงนายกฤษนัย อ่อนภูงา อายุ 17 ปี ลูกชายของ ร.ต.อ.ไพทูรย์ อ่อนภูงา รอง สวป.สภ.หัวโทน จ.ร้อยเอ็ด เสียชีวิตขณะผู้ตายและเพื่อนขับรถ จยย.กลับจากไปส่งหญิงสาวซึ่งไปเที่ยวชมงานหมอลำด้วยกัน โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. วันที่ 16 ก.พ. 2563 ที่ริมถนนคอนกรีตสายบ้านใหม่โพธิ์ชัย – บ้านหนองพังคี หมู่ที่ 10 ต.ห้วยหินลาด อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

 


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

 

 

 

 

โดยหลังก่อเหตุ นายอรรถพล ได้ขับรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า 2 สีดำ ทะเบียน 5 กม 7322 กทม.ที่ขับไปก่อเหตุ ไปจอดอยู่ที่อู่ซ่อมรถ ของนายสุวิทย์ ตรีโภคา อายุ 39 ปี ที่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 7 บ้านเหม้า ต.สระคู อ.สุวรรณภูมิ ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 10 กม. จากนั้นได้เปลี่ยนเอารถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีม่วง ทะเบียน 4 กม 4380 กทม. ขับหลบหนีไปพร้อมกับ น.ส.บี (นามสมมุติ)แฟนสาวอายุ 16 ปีที่หมั้นกันไว้ แล้วไปจอดฝากเพื่อนไว้ที่บ้านคูดินทราย ต.ทุ่งหลวง อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ต่อมาเวลา 14.00 น.วันที่ 16 ก.พ. 2563 นางอนงค์ เลิศพันธ์ อายุ 52 ปี ผู้เป็นแม่และ น.ส.วิมลกานต์ เลิศพันธ์ อายุ 29 พี่สาว ได้โทรศัพท์ไปเกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว แล้วนำนายอรรถพล ไปเข้ามอบตัวที่ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ภ.จว.ร้อยเอ็ด ก่อนนำไปสอบสวนดำเนินคดีที่ สภ.หัวโทน ท้องที่เกิดเหตุ ในข้อหาฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง และพกพาอาวุธปืนไปในทาง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

         

ต่อมา พ.ต.ท.สุรพล วินทะไชย สารวัตร(สอบสวน)สภ.หัวโทน ได้นำตัวนายอรรถพล ออกมาสอบสวนเพิ่มเติมพร้อมกับทนายความอาสา ญาติและมารดา มานั่งฟังการสอบสวนด้วย และเปิดเผยว่า นายอรรถพลหรือกั๊กยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และบอกว่าทำไปเพราะบันดาลโทสะ ที่ก่อนหน้านี้ก็เคยเห็นคู่หมั้นของตนเองไปกับผู้ตายและเพื่อน  ก่อนเกิดเหตุ ตนขับรถเก๋งมาสด้า สีดำ จะไปหาแฟนสาวโดยได้ชวน นายธนพงศ์ ธนกัญญา อายุ 24 ปี คนบ้านเดียวกันไปเป็นเพื่อน แต่พอไปถึงสี่แยกทางเข้าหมู่บ้านใกล้ที่เกิดเหตุ ก็เห็นผู้ตายและนายอรรถกร เปลื้องพัฒนกุล อายุ 17 ปีเพื่อนของผู้ตายขับรถจักรยานยนต์เข้าไปในหมู่บ้านใหม่โพธิ์ชัย  ซึ่งเป็นบ้านของแฟนสาว ตนจึงเอารถเก๋งไปจอดซุ่มไว้ให้นายธนพงศ์นั่งรออยู่ในรถ ตนเดินออกไปที่ถนนเพื่อดูว่า ทั้งคู่มาหาแฟนตนเพราะอะไร ไม่นานก็เห็นรถ จยย.ของผู้ตายขับออกมา จึงได้ไปยืนอยู่ริมถนนเพื่อจะบอกให้จอดรถลงมาพูดคุยกัน แต่ผู้ตายกลับขับรถพุ่งเข้ามาใส่ จึง ใช้ปืนยิงสวนออกไป 1 นัด จนรถผู้ตายเสียหลักตกถนน ตนจึงเห็นว่าแฟนสาวของตนก็นั่งรถ จยย.มาด้วยกัน ด้วยความตกใจจึงชวนแฟนสาวขึ้นรถเก๋งหลบหนีไปด้วยกันก่อนเข้ามอบตัว สำหรับมือปืนรายนี้ไม่มีอาชีพหลัก เรียนจบแค่ ป.6 แล้วก็ไม่เรียนต่อ อาศัยขอเงินแม่กับพี่สาว  ใช้เพราะแม่เป็นแม่ค้าขายผักในตลาดสดอำเภอสุวรรณภูมิ ส่วนพี่สาวก็ประกอบอาชีพส่วนตัว  กับพี่เขย หลังการสอบสวนเพิ่มเติม นายอรรถพล ปฏิเสธไม่ยอมไปชี้จุดเกิดเหตุตามคำให้การ รับสารภาพ

          

ด้าน น.ส.วิมลกานต์ เลิศพันธ์ อายุ 29 ปี พี่สาวของมือปืนรายนี้ บอกว่า น้องชายบอกว่าเสียใจ ที่น้องชายก่อเหตุในครั้งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจมาก่อน แต่เกิดจากการบันดาลโทสะ ที่เห็นแฟนของตน  ไปกับคนอื่นและก่อนหน้านี้ก็เคยเห็นไปกับผู้ตายและเพื่อนมาครั้งหนึ่งแล้ว เพียงแต่ไปจอดดัก รอเพื่อขอให้จอดรถลงมาคุยกัน แต่ผู้ตายไม่จอดและทำท่าเหมือนกับจะขับรถ จยย.พุ่งเข้าใส่จึงได้ยิงปืนสวนออกไป

 

 

 

 

 

ทางด้าน นางอนงค์ เลิศพันธุ แม่ของมือปืนเผยว่า รู้สึกตกใจและเสียใจที่ลูกชายก่อเหตุเช่นนี้ โดยไม่คาดคิดมาก่อน พอเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแจ้งให้ทราบ ก็พยายามติดต่อหาลูกและเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว ก่อนหน้านี้ได้ไปสู่ขอ น.ส.บีไว้แล้ว โดยตกลงค่าสินสอด 109,999 บาท โดยได้มัดจำเงินไว้ 20,000 บาท ส่วนวันแต่งงานยังไม่กำหนด เพราะจะจัดงานบวชให้นายอรรถพลก่อน ในวันที่ 20 มี.ค. 2563 และได้เตรียมงานไว้บ้างแล้ว ขณะนี้ก็ยังคิดอะไรไม่ออกว่าจะทำอะไรต่อไป

ส่วน น.ส.บี (นามสมมุติ)อายุ 16 ปี คู่หมั้นของมือปืนบอกว่า ผู้ตายและเพื่อนขับรถ จยย.มารับตนซ้อนไปด้วยกันสามคน ไปดูหมอลำโดยขับรถ จยย.มารับแล้วเสร็จแล้วก็มาส่งที่บ้าน จากนั้นก็กลับไปแล้วทักแชตมาชวนว่าจะพาไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ในตัวอำเภอสุวรรณภูมิ ตนตอบตกลง จากนั้นทั้งคู่ก็ขับ จยย.มารับ โดยมีคนตายเป็นคนขับ นายอรรถกรนั่งกลางตนนั่งท้าย ซ้อนสามออกจากบ้านจนมาถึงที่เกิดเหตุจึงถูกคู่หมั้นของตนยิง โดยไม่รู้ว่าตนนั่งซ้อนมาด้วย พอมือปืนรู้  ว่าตนมาด้วยก็ชวนตนขึ้นรถเก๋งหลบหนีไปด้วยกันก่อนมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และน.ส.บี   ก็ยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นแฟนกับผู้ตาย แต่เป็นเพื่อนสนิททั้งสองคนเพราะเคยเรียนอยู่ด้วยกัน  ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จึงเป็นการเข้าใจผิดมากกว่า และก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่  เกิดขึ้นในครั้งนี้

 

 

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว  สหรัถ หินกอง จ.ร้อยเอ็ด

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ