วันที่ 17 ก.พ. 2563  หลังจากอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักขึ้นเกาะกลางไปชนกับเสาไฟฟ้าส่องทาง  ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในจำนวนหลายราย  เหตุเกิดบริเวณถนนสายอยุธยา – อ่างทอง  ขาเข้าเมือง  หน้าบริษัท  ไทยเรยอน จำกัด (มหาชน)   หมู่ที่ 2  ตำบลโพสะ  อำเภอเมือง  จังหวัดอ่างทอง  พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า  รุ่นวีออส  สีบรอนซ์ทอง  หมายเลขทะเบียน กฉ 950 อ่างทอง  สภาพด้านหน้ารถและด้านข้างซ้ายพังยับเยิน  ล้อแม็กซ์ด้านซ้ายแตกพลิกคว่ำอยู่กลางถนน  ข้างรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเด็กชายนอนจมกองเลือดอยู่บนถนนอาการสาหัสเรียกไม่รู้สึกตัว  มีขวดนมและกล่องนมตกอยู่ใกล้กัน  ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพได้เร่งทำการช่วยเหลือ  ก่อนนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง  อย่างเร่งด่วน  ทราบชื่อต่อมา ด.ช.วรายุส์  บุญมาก  อายุ 4 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 48/1  หมู่ที่ 2  ตำบลหัวไผ่  อำเภอเมือง  ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายใน จำนวน 2 ราย  ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ให้การช่วยเหลือนำตัวออกมาจากรถ  โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที  ก่อนนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง  ทราบชื่อต่อมา นาย ปริวัตร์  อนุสุวรรณ์  อายุ 26 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 48  หมู่ที่ 3  ตำบลบางเสด็จ  อำเภอป่าโมก  มีบาดแผลแตกที่ศรีษะ  รู้สึกตัวดี  และ น.ส.ฐิตาภรณ์  อนุสิ  อายุ 35 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 48  หมู่ที่ 2  ตำบลหัวไผ่  อำเภอเมือง  มีอาการแน่นหน้าอก 

จากการสอบถาม นาย ปริวัตร์  ให้การว่า  ก่อนเกิดเหตุตนเองได้มีปากเสียงกับภรรยา  หลังจากเดินทางไปทำบุญและกำลังจะไปส่งที่บ้าน  ระหว่างที่ขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ  ตนเองได้ขับรถโดยใช้มือเพียงข้างเดียว  อยู่ ๆ  ลูกชายของภรรยา  ซึ่งเป็นเด็กอายุยังน้อย  ประกอบกับตนเองไม่ทันระวัง  ได้เอื้อมมือมาดึงพวงมาลัยรถทำให้รถยนต์เกิดเสียหลักจนส่ายไปมา  ก่อนที่จะเสยเข้ากับเกาะกลางถนนไปชนกับเสาไฟฟ้าส่องทางอย่างแรง  จนให้รถยนต์ที่ตนเองขับและลูกชายวัย 4 ปี  กระเด็นตกลงไปที่พื้นถนนจนอาการสาหัส

 

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 17 ก.พ. 63  หลังจากที่เข้ารักษาตัวที่ห้องฉุกเฉิน  โรงพยาบาลอ่างทอง  ด.ช.วรายุส์  บุญมาก  หรือน้องโรม  อายุ 4 ปี  ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการเลือดคั่งในสมอง  โดยเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาทางญาติได้ทำการรับศพน้องโรม  มาตั้งทำพิธีบำเพ็ญกุศล  ที่วัดเกตุ  หมู่ที่ 5  ตำบลสายทอง  อำเภอป่าโมก  จังหวัดอ่างทอง  ซึ่งจะมีพิธีรดน้ำศพในเวลา 16.00 น. ของวันนี้  และจะตั้งศพบำเพ็ญกุศลก่อนที่จะทำการฌาปนกิจในวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.พ. 63  โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าสลด  ทางด้าน นาย โอภาศ  อนุสิ อายุ 30 ปี  น้องชายของผู้ได้รับบาดเจ็บและเป็นน้าของผู้เสียชีวิต  เปิดเผยว่า  ในวันเกิดเหตุตนเองได้รับโทรศัพท์ว่าพี่สาวและหลานชายประสบอุบัติเหตุบริเวณหน้าโรงงานดังกล่าว  จึงได้รีบไปดูก็ต้องพบกับภาพที่เศร้าสลด  เมื่อเห็นหลานชายของตัวเองศรีษะและลำตัวพาดอยู่ที่ประตูรถด้านคนนั่ง  ส่วนอีกครึ่งตัวอยู่ในรถอาการสาหัสมีเลือดไหลออกมามาก  โดยทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลอ่างทอง  และเสียชีวิตในเวลาต่อมา  ตนเองและครอบครัวรู้สึกสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  และที่น่าสลดไปมากกว่านั้น  น้องโรม  หลานชายของตนเองยังป่วยเป็นโรคผนังกั้นหัวใจรั่วมาตั้งแต่เกิด  ต้องเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ  ทุก ๆ  3 เดือน  ส่วนคนขับขี่ตนเองและครอบครัวไม่เคยรู้จักและเห็นหน้ามาก่อน  แต่ทราบว่าคบหาดูใจอยู่กับพี่สาวเพียงไม่นาน  ซึ่งพี่สาวเคยเล่าให้ฟังว่ามีปากเสียงทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง  และเป็นคนนิสัยใจร้อนโมโหร้าย  โดยอาการของพี่สาวในตอนนี้ล่าสุดทราบว่าซี่โครงหักทิ่มปอดและมีเลือดออกในสมอง  ต้องเข้าห้องผ่าตัดและเข้าพักรักษาตัวในห้องผู้ป่วยหนัก  หลังจากทราบข่าวลูกชายเสียชีวิตในช่วงเช้าที่ผ่านมา  โดยตนเองและครอบครัวอยากจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ทำการสอบสวนอย่างละเอียด  ถึงสาเหตุที่แน่ชัดจากการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้  เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.อ่างทอง