เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ สภ.ปะทิว อ.ปะทิว จ.ชุมพร พ.ต.ท.ไพรัตน์ คงเอียง พนักงานสอบสวนเวร สภ.ปะทิว พร้อมด้วย นางสาววัลภา แก้วสวี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พม.จ.) ชุมพร ได้ร่วมสอบปากคำเพิ่มเติม ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) วัย 12 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.ปะทิว จ.ชุมพร ที่ถูกครูดนตรีล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งก่อนหน้านี้บิดาของครูดนตรีที่ถูกกล่าวหาได้พาลูกชายเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจและปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้บันทึกปากคำไว้ ก่อนปล่อยตัวกลับเนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่เอง แต่เจ้าหน้าที่มั่นใจในพยานหลังฐานที่มีอยู่ โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดของรีสอร์ทที่เปิดให้บริการห้องพัก และเตรียมส่งสำนวนคดีฟ้องศาลในวันพรุ่งนี้ (17 ก.พ.63)

 

ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

นางสาววัลภา กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยบ้านพักเด็กและคนชรา ได้มาเยียวยาสภาพจิตใจและครอบครับของ ด.ญ.เอ ซึ่งขณะนี้เด็กยังไม่พร้อม โดยต้องระมัดระวังเพราะในกลุ่มเพื่อนของน้องที่โรงเรียนก็ไม่เชื่อว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และยังเชื่อว่าครูไม่ได้ทำความผิด ซึ่ง พม.จ.ชุมพรได้เตรียมที่พักชั่วคราวที่ให้ที่ห่างจากสังคมและโรงเรียนคือบ้านพักเด็ก แต่ครอบครัวเด็กขอดูแล ด.ญ.เอ อีกทั้งขณะนี้ก็ใกล้ที่สอบแล้ว จึงต้องประสานขอให้โรงเรียนนำข้อสอบมาสอบให้ที่บ้าน เพราะสังคมโรงเรียนไม่เหมาะสมแล้วขณะนี้ เนื่องจากเด็กคงเปราะบางเกินไปกับเหตุที่เกิดขึ้น ยังมีการพูดล้อกันระหว่างเพื่อนๆ ด้วย จึงต้องวางแผนเรื่องการศึกษาต่อของเด็ก ซึ่งทราบว่ามาป้าของ ด.ญ.เอที่อาศัยอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็จะมารับเด็กหญิงไปศึกษาต่อที่ จ.อุบลราชธานี และ ด.ญ.เอเคยไปอยู่กับป้ามาแล้ว

 

ก่อนที่แม่ของเด็กจะรับตัวมาเลี้ยงดู แต่กลับกลายเป็นยิ่งวิตกกังวลมากขึ้นไปอีกเนื่องจากแม่ไม่สามารถปกป้องดูแล ด.ญ.เอได้ และแม่ก็ยังคงโทษตัวเองอยู่ ส่วนผู้เป็นพ่อก็คงเก็บอาการอยู่เช่นเดียวกัน พม.จ.ชุมพรได้แต่เพียงให้คำแนะนำว่าให้เด็กอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ทำให้เด็กมีความสุข ส่วนตัวเด็กเองก็สมัครใจที่กลับไปอาศัยอยู่กับป้าที่ จ.อุบลราชธานี โดยพ่อกับแม่อาจะไปเยี่ยมบ่อยๆ ด้านสถานศึกษาก็ไม่ได้มีการติดต่อเข้ามาเพราะอาจจะเป็นวันหยุดราชการ แต่พรุ่งนี้ (17 ก.พ.63) เป็นวันทำงานปกติ พม.จ.ชุมพร ก็จะลงมาที่โรงเรียนด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่งเพื่อพูดคุยกับทางผู้บริหารโรงเรียนแต่จากการที่เจ้าหน้าที่ให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด ก็ดูแปลกๆ มันผิดจากเรื่องที่เคยพบเจอมา ที่สามารถดักซุ่ม หรือจับได้ในระหว่างเดินทาง แต่ในครั้งนี้ครูที่ถูกกล่าวหาได้ขับรถออกไปก่อน แล้วให้ ด.ญ.เอรอด้านใน ก่อนให้บุคคลอื่นมารับซึ่งเป็นเหตุที่ดูมีพิรุธเป็นอย่างมากเพราะไม่ใช่เรื่องของคน 2 คนแล้ว และต้องมีบุคคล ที่ 2 หรือ 3 มาเกี่ยวข้องด้วย
//////////ภาพข่าว   นายเอกชนะ นวนละมัย  ข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร  รายงาน