เวลา 09.30 น. วันนี้ (12 ก.พ.) ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การนำคนไทยกลับบ้าน กรณีไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อาคารับรอง โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นาวาตรี ธนสกล อรุณ รองหัวหน้าชุดปฏิบัติกรมวิทยาศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ กองทัพเรือ นำเจ้าหน้าที่จากหน่วย คชรน. (หน่วยควบคุมสงครามเคมี ชีวะ รังสี นิวเคลียร์) ซึ่งขึ้นตรงกับกองทัพเรือ เข้าร่วมทำการสาธิตวิธีการสวมชุดป้องกันการติดเชื้อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของการปฏิบัติงานด้านการป้องกันสารพิษและเชื้อโรคกองทัพเรือ รวมทั้งการสาธิตและอธิบายขั้ตอนวิธีการล้างทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ ในส่วนของรถโดยสารที่รับคนไทยกลับบ้านจากเครื่องบินเข้าสู่ที่พักบริเวณอาคารรับรองกองเรือยุทธการ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคสู่ผู้ขับขี่ และผู้ใช้ งานกับรถโดยสารหลังการปฏิบัติภารกิจ

 นาวาตรี ธนสกุล อรุณ รองหัวหน้าชุดปฏิบัติกรวิทยาศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ กองทัพเรือ เปิดเยว่าสำหรับกำลังเจ้าหน้าที่ชุด คชรน. (หน่วยควบคุมสงครามเคมี ชีวะ รังสี นิวเคลียร์) ภารกิจหน้าที่หลักของกำลังพลเพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับเหตุการณ์เรื่องของสารเคมีรั่วไหล เรื่องของการป้อง กันเชื้อโรค และสารรังสี ทั้งในภาวะสงครามและสถานการ์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศเพื่อช่วยเหลือประชาชนอยู่แล้ว โดยได้มีการฝึกปฏิบัติและเตรียมความพร้อมมาอย่างสม่ำเสมอมาตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา 

 

 

 

 

              กระทั่งมีเหตุการณ์เรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา จึงได้รับมอบภารกิจจากผู้บังคับบัญชาในการควบคุมดูแล การป้องกัน และการทำความสะอาดยานพาหนะและที่พักเพื่อลดปัญหาการติดเชื้อหลัง จากรับคนไทยที่กลับบ้านจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เพื่อมาพักฟื้นในพื้นที่ของฐานทัพเรือสัตหีบในช่วงหลายวันที่ผ่านมา และจะคอยดูแลเฝ้าระวังในพื้นที่โซนสีแดงที่เป็นอาคารทีพักผู้พักฟื้นทั้งการเข้า-ออกอย่างเข้มงวด เพื่อลดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อออกสู่ภายนอกตลอดระยะเวลา 14 วันจากนี้

 นาวาตรี ธนสกุล กล่าวต่อไปว่าสำหรับชุดป้องกันที่เจ้าหน้าที่ใช้ในก ารปฏิบัติหน้าที่นั้นมีอยู่  3 ระดับ ได้แก่ ระดับ A ซึ่งเป็นการป้องกันระดับสูง ระดับ B ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง และ ระดับ C  โดยได้นำชุดในระดับ C มาใช้ในการปฏิบัติงานครั้งนี้  โดยชุดดังกล่าวจะเป็นชุดคลุมทีทำด้วยผ้าใยสังเคราะห์พิเศษที่อากาศสามารถผ่านได้ แต่สามารถป้อง กันเขื้อที่อาจปนเปื้อนแก่เจ้าหน้าที่ รวมทั้งรองเท้ายาง หน้ากากตามมาตรฐาน และที่สำคัญคือยาฆ่าเชื้อ ซึ่งเป็นส่วนผสมระว่าง แอลกอฮอล์ 70 % และ สารคอลลอกอีก 30% เพื่อใช้ฉีดฆ่าเชื้อ โดยในวันแรกหลังการนำรถไปปฏิบัติภารกิจรับคนไทยกลับเข้าสู่อาคารที่พักแล้ว ก็ได้มีการจัดการฆ่าเชื้อที่ยานพาหนะทันที  โดยเน้นการฉีดน้ำยาไล่ฆ่าเชื้อทุกซอก ทุกมุม  ซึ่งเน้นไปที่จุดที่มีการสัมผัสมากที่สุด จากนั้นจึงนำรถไปพักไว้เพื่อให้ยาฆ่าชื้อทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพเป็นเวลา 6 ชม.จนมั่นใจถึงความสะอาดก่อนนำมาประกอบภารกิจในด้านอื่นๆต่อไป  ทั้งนี้มั่นใจได้ว่าการดำเนินการดัง กล่าวเป็นไปตามยุทธวิธี ที่มีการปอดภัย สะอาด สูงสุด และจะไม่มีการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่ติดไปในสวนของยานพาหนะหรือรั่วไหลแพร่ระบาดออกสู่ภายนอกอย่างแน่นอน....

 

 

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล  ทิพย์ศรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชลบุรีรายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก  สวนนงนุชพัทยา  จ.ชลบุรี