คมชัดลึกออนไลน์ 29 มีนาคม 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ภูมิภาค

"โสกผีดิบ" ป่าแห่งตำนานหินล้านปี

22 มกราคม 2563 - 12:11 น.
โสกผีดิบ,,ท่องเที่ยว,,ขอนแก่น
ภูมิภาค

Shares :
เปิดอ่าน 687 ครั้ง

แหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว และในภาคอีสานมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่ขึ้นชื่อมากมายทั้ง สามพันโบก ป่าหินงาม หินช้างสี เสาเฉลียง แต่ถ้าจะพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาแหล่งใหม่ในภาคอีสานที่สวยงามไม่แพ้


โสกผีดิบ แค่ฟังชื่อก็ชวนขนลุกขนพองแล้ว โดยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองบัว ตำบลโสกนกเต็น อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น   คำว่า “โสก”  หมายถึงบริเวณที่เกิดจากกระแสน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นร่องหรือธารน้ำไหล โดยในโสกมีหินเรียงรายอยู่โดยหินที่อยู่ในโสกนี้เกิดในหมวดหินภูทอก ยุคทรีเทเซียสตอนปลาย ซึ่งประกอบไปด้วยหินทรายและหินโคลนสีแดงเป็นส่วนใหญ่

โสกผีดิบแห่งนี้ สันนิษฐานว่าเกิดจากการผุผังและการกร่อนของหิน จึงทำให้มีหินรูปร่างแปลกตามากมาย คล้ายกับแพะเมืองผีจังหวัดแพร่  ลักษณะของหินในโสกผีดิบนั้น มีรูปร่างตะปุ่มตะป่ำคล้ายสัตว์หรือหน้าคนมากมายตามจินตนาการของผู้ชม ด้วยความงามของหินเหล่านี้ทำให้กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก นอกจากความงามของหินแล้วยังมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับที่มาของชื่อ “โสกผีดิบ”อีกด้วย

ธวัชชัย คำแก้ว  ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองบัวน้อย  กล่าวว่า    ที่ชาวบ้านเรียกที่แห่งนั้นว่าโสกผีดิบเพราะมันมีตำนานมาตั้งแต่โบราณแล้ว  ที่ได้เรียกว่าโสกผีดิบเพราะปี 2480 ช่วงนั้นเกิดโรคห่าระบาด คนตายเยอะ แต่ก่อนมีชุมชนที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้ ๆ คนตายเยอะไม่สามารถจะฝัง จะเผาได้ แม้กระทั้งพระก็ตายเหมือนกันก็เลยพากันขนเอาศพคนในหมู่บ้านใส่เกวียนไปทิ้งที่โสกตรงนั้น จึงทำให้ตรงนั้นเกิดคำว่าโสกผีดิบ และทุก ๆ วันคนที่อยู่แถวนั้นจะได้ยินเสียงคนร้องโหยหวนตอนกลางคืน ทำให้ไม่มีใครไม่กล้าไป เลยเรียกที่แห่งนี้ว่าโสกผีดิบมาตลอดจนถึงทุกวันนี้  


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งตำนานที่เล่าขานต่อกันมา คือ มีนายพรานคนหนึ่งเข้าไปล่าสัตว์ในบริเวณโสกแห่งนี้ เพราะโสกมีน้ำขังเยอะจึงมีสัตว์มากมายไปกินน้ำ นายพรานจ้องจะยิงสัตว์ตัวไหนก็ไม่ตายสักตัว ด้วยความอยากได้สัตว์กลับบ้านเพื่อนำไปเป็นอาหารเลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย นายพรานจึงได้ยกมือไหว้อธิษฐานขอพรและคำอธิษฐานของเขาคือ สาธุ ถ้าได้สัตว์กลับไปบ้านแล้ว จะพาเพื่อนฝูงมาทำบุญสักการระบูชา หลังจากสิ้นสุดคำอธิษฐานเขาก็ได้สัตว์กลับบ้านสมใจปรารถนา จากตำนานนี้จึงเกิดเป็นการสักการะในโสกผีดิบ

การสักการะนี้ถูกสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นพิธีกรรม “การสรงปู่โสกผีดิบ”นับตั้งแต่นั่นเป็นต้นมา ทุกเดือน 6 วันเสาร์แรกหรือวันอาทิตย์แรกของปีหรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเทศกาลบุญเดือนหก

“ เมื่อก่อนจะมาทำบุญกันหลายหมู่บ้าน แต่เดี๋ยวนี้แยกย้ายกันไปหมด แต่ก็ยังคงการสรงปู่โสกผีดิบอยู่เพราะชาวบ้านถือว่าเป็นการเสี่ยงโชคเสี่ยงทายเป็นการบูชาสิ่งศักดิสิทธิ์รักษาหมู่บ้าน บ้านเมืองในป่าโสกผีดิบ ผู้เฒ่าผู้แก่เขาจะพาชาวบ้านแห่ข้าวพันก้อนในโสกผีดิบ เอาข้าวโยนใส่กัน วัยรุ่นบางคนที่ชอบกันก็เอาข้าวโยนใส่กันจนรักกันได้แต่งงานกันก็มี จุดบั้งไฟเสี่ยงทาย ถ้าบั้งไฟหันไปทางไหนแปลว่าทางนั้นฝนตกดีนั่นก็คือความเชื่อของคนโบราณที่เขาพาทำมา และในโสกผีดิบความศักดิ์สิทธ์ยังมีมาเรื่อยๆ เล่าขนานกันมาตลอด แต่ก่อนใครจะเข้าไปถ่ายภาพไม่ติดหรอก ทำยังไงก็ไม่ติด แต่เดี๋ยวนี้เหมือนท่านจะเปิด จึงทำให้ถ่ายภาพติดให้คนเผยแพร่ออกไปเยอะๆ ” ผู้ใหญ่บ้าน ธวัชชัย คำแก้ว   กล่าว

 

นอกจากตำนานที่ผู้ใหญ่บ้านเล่าให้ฟังแล้วชาวบ้านยังยืนยันถึงความลึกลับของโสกผีดิบอีกด้วยว่า แต่ก่อนพอถึงเวลาวันโกนวันพระ มันก็จะมีแสงมีเสียงแปลกประหลาดออกมาจากโสก บางวันก็มีเสียงเหมือนฉายหนังฉายละคร คนที่มีนาอยู่ใกล้เขาก็ได้ยินกัน ก็เลยพากันกลัวไม่กล้าเข้าไปใกล้ วัวควายหลุดหายเข้าไปก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปตามหาแต่ผ่านไปวัวมันก็เดินออกมาเอง พอได้เปิดเป็นหมู่บ้านนวัตวิถี คนในหมู่บ้านก็มีความเชื่อว่าท่านเปิดแล้ว  เปิดให้คนเข้ามาชมโสกเหมือนแต่ก่อนท่านยังไม่เปิดไม่ให้ใครเข้าไปยุ่ง  จนสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เข้ามาเปิดเป็นที่ท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติ จึงไปสำรวจโสกและบริเวณหมู่บ้าน จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ปี 2560 โสกกลายเป็นที่รู้จักและกล้าเข้าไปชม

ด้าน นวลฉวี  นิทัศน์ นักท่องเที่ยวจากต่างอำเภอ บอกว่า  มาชมครั้งแรกตอนที่โสกผีดิบดังใหม่ ๆ รู้สึกกลัวมากเพราะโสกผีดิบอยู่กลางป่าที่ไกลออกจากหมู่บ้าน พร้อมทั้งได้ยินตำนานเรื่องเล่ามาด้วย  แต่ด้วยความที่เห็นสื่อต่าง ๆ และคนโพสต์นำเสนอผ่านเฟซบุ๊กว่าโสกผีดิบสวยจึงอยากลองเข้ามาชม เมื่อลองเข้ามาชมครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 3 แล้วก็เริ่มไม่กลัว เพราะหินดินที่นี่มีความสวยงามและมีรูปทรงแปลกตา เหมาะกับการมาถ่ายรูป แต่บรรยากาศอาจจะน่ากลัวไปสักนิด เพราะขับรถมาชมกันเองกับกลุ่มเพื่อนไม่ได้มาเป็นหมู่คณะเหมือนกรุ๊ปทัวร์จึงไม่มีไกด์หรือชาวบ้านพาชม หากมีคนพานำชมด้วยจะดีมาก

ด้วยความงามทางธรณีวิทยาของโสกผีดิบและตำนานที่น่าขนหัวลุกนี้ ทำให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น  สมศักดิ์ จังตระกุล สนับสนุนให้โสกผีดิบกลายเป็นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ของจังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันยังมีผู้มาชมโสกผีดิบอยู่เรื่อย ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มครอบครัวที่มากันเองและเป็นหมู่คณะที่มากันเป็นรถตู้และกลุ่มทัวร์

นอกจากโสกผีดิบแล้ว บ้านหนองบัวยังเป็น หมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี ที่โด่งดังเรื่องผ้าไหมฮีต 12 และผ้าไหมลายแคนแก่นคูณ ในหมู่บ้านยังมีแหล่งเรียนรู้ให้คนในชุมชนและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้อีกด้วย และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวชมหมู่บ้านนวัตวิถีบ้านหนองบัวและโสกผีดิบทางหมู่บ้านจะมีมัคคุเทศก์หรือกลุ่มพ่อซาเล้งมาเป็นไกด์นำเที่ยวพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมพาไปถ่ายรูป หินรูปร่างแปลกประหลาดและที่โสกผีดิบเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านด้วย พาไปจุดธูปขอพรปู่ขุนหาญ ส่วนนักท่องที่ไม่ได้มากับกลุ่มไกด์ อย่างเช่นเดินทางมาชมเอง ก็จะมีป้ายเล่าประวัติติดไว้หน้าทางเข้าให้ได้อ่าน

สำหรับท่านที่ต้องการมาเที่ยวชมความงามของโสกผีดิบสามารถสามารถติดต่อที่ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองบัวน้อย นายธวัชชัย คำแก้ว  085-646-3008 หรือเดินทางจากตัวเมืองขอนแก่น เดินทางตามถนนมิตรภาพ จนถึงอำเภอพล แยกไฟแดงอำเภอพล-หนองสองห้อง แล้วเลี้ยวซ้ายขับตรงไป 6 กม. ถึงทางเข้าบ้านหนองบัว เลี้ยวซ้าย 2 กม. ถึงชุมชน 

ภาพ/ข่าว ธนรรพร อุ่มเกต

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ