วันที่ 17 มกราคม 2563 เวลา09.00 น. ร.ต.อ.นิวัฒน์  แจงกระโทก รองสารวัตร สอบสวนห้วยหลวง อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งมีคนผูกคอตายเสียชีวิต  ในบ้านพักเลขที่ 63/1 หมู่1 บ้านสุขสำราญ ตำบลเชียงยืน  จากนั้นพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี  และ หน่วยกู้ชีพ อบต.เชียงยืน รุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ปูน 2ชั้น พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อ นายภาคภูมิ  มีสีสัน อายุ26ปี  สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา นุ่งกางเกงขายาวลายพรางสีเขียว โดยได้เจาะฝ่าเพดานเป็นรู ก่อนใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอตายเข้ากับคานบ้านในห้องนอนที่ชั้นล่าง  โดยมีนางน้อย มีสีสัน อายุ54ปี แม่ของผู้ตาย เป็นผู้มาพบศพคนแรก ซึ่งมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน ยืนอยู่หน้าบ้าน เป็นจำนวนมาก พากันวิพากษวิจารณ์  ในการคิดสั้นฆ่าตัวตาย เนื่องจากผู้ตายเสียใจที่แฟนสาว ได้ทิ้งหนีไป

 

 

 

จากการสอบสวน นางน้อย มีสีสัน ให้การว่า ลูกชายพึ่งได้ไปทำงานที่เทศบาลหนองโรงสำรอง เป็นลูกจ้าง ได้เพียง15วัน โดยบ้านหลังนี้ลูกชายจะอยู่กับภรรยา โดยมีลูกด้วยกัน2 คน เป็นหญิง อายุ4ขวบกับ5ขวบ ซึ่งตนกับสามี ก็จะนำหลานเลี้ยงที่บ้านสวน ท้ายหมู่บ้าน โดยลูกสะใภ้ ได้หนีออกจากบ้านไป ได้ประมาณ 2เดือน  ซึ่งไปทำงานร้านอาหาร  ในตัวเมืองอุดรธานี

จากนั้นลูกชายได้พยายามไปตามให้ภรรยากลับมาอยู่บ้านด้วยกันหลายครั้ง แต่ลูกสะใภ้ก็ไม่ยอมกลับมา ซึ่งลูกชายบ่นว่าคิดถึงเมียมากเกือบทุกวัน ทำไมต้องหนีไปด้วย ตนแต่ได้ปลอบใจรู้ลูกชายเพราะลูกสะใภ้หนีไปหลายครั้ง ซึ่งก็กลับมา แต่มาครั้งนี้หนีไป นานถึง2 เดือน ไปตามก็ไม่ยอมกลับมาทำให้หมดความหวัง ในวันนี้หลังจากตนไปส่งหลานสองคนไปโรงเรียน จึงได้แวะมาดูลูกชายไปทำงานไหมวันนี้

 

 

 

โดยได้เคาะประตูร้องเรียกอยู่นาน อีกทั้งประตูหน้าบ้านและประตูหลังบ้านได้ล็อค จึงได้ปีนหน้าต่างเข้าไป แล้วเข้าไปในบ้านได้ แต่ประตูห้องนอนของลูกชายล็อคกลอนข้างใน ตนจึงได้ไปญาติพี่น้อง มาช่วยกันงัดห้อง พบว่าลูกชายผูกคอตายเสียชีวิตแล้ว จึงได้ไปบอกผู้ใหญ่บ้านก่อนแจ้ง ตำรวจมาทำการตรวจสอบ

ร.ต.อ.นิวัฒน์  แจงกระโทก เปิดเผยว่า ผู้ตายอาจจะเสียใจที่ภรรยา หนีไป ได้พยายามไปง้อคืนดีให้กลับมาอยู่ด้วยกัน แต่ไม่ยอมกลับมา ทำให้คิดมากประกอบกับอยู่บ้านคนเดียว ไม่มีใครให้คำปรึกษาด้วย จึงได้ตรอมใจ ใช้เชือกผูกคอตายในห้องนอนของตนเอง ซึ่งแพทย์ระบุว่าเสียชีวิตมาได้มากกว่า 10 ชั่วโมง โดยทางญาติไม่ติดใจการตายครั้งนี้ จึงได้มอบศพให้นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

นายกฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว   ภูมิภาค จ.อุดรธานี