royal coronation
21 มกราคม 2563
ภูมิภาค

คืบหน้าคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงสำนักงานสวนอาหารบ้านดาวล้อมเดือน

15 มกราคม 2563 - 17:10 น.
คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงสำนักงานสวนอาหาร,จกรุงเทพ
Shares :
เปิดอ่าน 134 ครั้ง

จากกรณีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงสำนักงานสวนอาหารบ้านดาวล้อมเดือน

 

 

                วันนี้ 15 มกราคม เวลา 10.45 น. ที่สวนอาหารบ้านดาวล้อมเดือน เลขที่ 19/18 ถนนราชพฤกษ์ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ นายประสิทธิ์ โพธิ์ภักดี อายุ 58 ปี ผู้จัดการร้านอาหาร กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องตำรวจได้เรียกสอบปากคำตนกับพนักงานที่ร้านอาหารไปแล้ว หลังจากนี้ก็ยินดีให้ข้อมูลเพิ่ม หากตำรวจต้องการสอบถามในประเด็นใด และสำหรับสวนอาหารแห่งนี้ เปิดบริการมานานกว่า 15 ปี ทั้งตนและพนักงานในร้านไม่เคยมีศัตรูหรือปัญหาใดกับใคร แม้นานมาแล้วจะเคยมีผู้ร้องเรียนว่าร้านอาหารส่งเสียงดัง แต่ก็ได้ปรับปรุงแก้ไขมาแล้ว ไม่น่าจะเป็นประเด็นที่คนร้ายตั้งใจมาก่อเหตุ ขณะที่เวลาเกิดเหตุตนได้เข้ามาตอกบัตรก่อนมาซื้อล็อตเตอร์รี่ใกล้กับห้องเคียงเดือน โดยปกติหลังตอกบัตรทุกๆ วัน ตนจะต้องเข้าไปทำงานที่ห้องดังกล่าว หากวันเกิดเหตุเข้าไปเร็วกว่านั้นอีกนิดเดียวก็อาจได้รับบาดเจ็บได้ อย่างไรก็ตามขณะเกิดเหตุก็ไม่ได้ยินเสียงปืน แต่มีคนมาแจ้งว่ามีเสียงกระจกแตกจึงไปตรวจสอบ พบพนักงานเสมียนหญิงอยู่ในอาการตกใจเพราะมีฝุ่นยิปซั่มกระจายเต็มห้อง คาดว่าคนร้ายน่าจะยิงจากหน้าถนนทะลุกำแพงเข้ามา

 

 

นายประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกล้องวงจรปิดภายในร้านทั้งหมดไม่สามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ เพราะฮาร์ดดิสกล้องเสียหาย โดยเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ได้เรียกช่างมาตรวจสอบระบบกล้อง หลังมีลูกค้าที่มาจัดงานปาร์ตี้วันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ต้องการดูภาพจากกล้องวงจรปิดเนื่องจากทำของหาย

ส่วนที่มีข่าวว่าเรื่องนี้อาจเกิดจากปัญหาภายในระหว่างนายชาญ สุดสิ้น เจ้าของร้านอาหาร ที่ทำร่วมกับนายยิ่งยศ ผการัตน์วิภาศ นั้น ยืนยันว่าทั้งคู่ไม่ได้มีอะไรขัดแย้งกัน

รายงานข่าวแจ้งต่ออีกว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 11.00 น. มีพนักงานของร้านที่กำลังจะเข้ามาตอกบัตรทำงาน ได้พบเห็นรถยนต์เก๋งสีขาว หรือเทา เปิดไฟกระพริบจอดริมถนนช่วงใกล้ทางโค้งหน้าร้าน อยู่ใกล้กับทางเข้าห้องเคียงเดือน ซึ่งเป็นสวนอาหารบ้านดาวล้อมเดือน จุดเกิดเหตุ

 

 

 

 

 

 

                      เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุสวนอาหารบ้านดาวล้อมเดือนซ้ำอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบหาวิถีกระสุน จากริมถนนราชพฤกษ์ที่คาดว่าคนร้ายนั่งรถมา ซึ่งจากการตรวจสอบวิถีกระสุนของเจ้าหน้าที่ พบว่าลูกปืนพุ่งใส่ผนังยิปซั่มของสำนักงาน ที่ความสูงประมาณ 135 เซนติเมตรจากพื้น ก่อนทะลุออกประตูกระจกของสำนักงาน ที่ความสูงประมาณ 160 เซนติเมตร ในลักษณะที่เชิดสูงขึ้น แล้วกระเด็นเบี่ยงซ้ายออกไปยังเต้นท์จอดรถ ที่ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร ซึ่งพบรอยต้องสงสัยว่าเป็นกระสุนที่ทะลุเหนือผ้าใบเต้นท์หรือไม่

โดยวันนี้ เจ้าหน้าที่ต้องการทราบแนววิถีกระสุนที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่า ผู้ก่อเหตุนั่งยิงจากรถที่จอดริมถนนราชพฤกษ์หรือไม่ รวมถึงการค้นหาหัวกระสุน ที่ตกในที่เกิดเหตุว่าอาวุธปืนที่ใช้เป็นชนิดใด จึงได้ปูพรมค้นหาบริเวณใกล้กับเต้นท์ผ้าใบ พร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานแวดล้อม และภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อหาเส้นทางหลบหนีของคนร้าย

ด้าน พ.ต.อ. วราวัชร์ ธรรมสโรช  ผู้กำกับการ สน.ตลิ่งชัน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง พร้อมสั่งการให้ชุดทำงานเร่งค้นหาพยานหลักฐาน และติดตามตัวผู้ก่อเหตุ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าถึงสาเหตุที่คนร้ายลงมือก่อเหตุ มาจากเรื่องใด โดยขอเวลาเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน และแกะรอยผู้ก่อเหตุก่อน จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุสวนอาหารบ้านดาวล้อมเดือนซ้ำอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบหาวิถีกระสุน จากริมถนนราชพฤกษ์ที่คาดว่าคนร้ายนั่งรถมา ซึ่งจากการตรวจสอบวิถีกระสุนของเจ้าหน้าที่ พบว่าลูกปืนพุ่งใส่ผนังยิปซั่มของสำนักงาน ที่ความสูงประมาณ 135 เซนติเมตรจากพื้น ก่อนทะลุออกประตูกระจกของสำนักงาน ที่ความสูงประมาณ 160 เซนติเมตร ในลักษณะที่เชิดสูงขึ้น แล้วกระเด็นเบี่ยงซ้ายออกไปยังเต้นท์จอดรถ ที่ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร ซึ่งพบรอยต้องสงสัยว่าเป็นกระสุนที่ทะลุเหนือผ้าใบเต้นท์หรือไม่

โดยวันนี้ เจ้าหน้าที่ต้องการทราบแนววิถีกระสุนที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่า ผู้ก่อเหตุนั่งยิงจากรถที่จอดริมถนนราชพฤกษ์หรือไม่ รวมถึงการค้นหาหัวกระสุน ที่ตกในที่เกิดเหตุว่าอาวุธปืนที่ใช้เป็นชนิดใด จึงได้ปูพรมค้นหาบริเวณใกล้กับเต้นท์ผ้าใบ พร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานแวดล้อม และภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อหาเส้นทางหลบหนีของคนร้าย

ด้าน พ.ต.อ. วราวัชร์ ธรรมสโรช  ผู้กำกับการ สน.ตลิ่งชัน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง พร้อมสั่งการให้ชุดทำงานเร่งค้นหาพยานหลักฐาน และติดตามตัวผู้ก่อเหตุ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าถึงสาเหตุที่คนร้ายลงมือก่อเหตุ มาจากเรื่องใด โดยขอเวลาเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน และแกะรอยผู้ก่อเหตุก่อน จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

 

 

ภาพถ่าย/รายงาน ชุติเดช  ม่วงใจรักษ์ ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก

 

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ