คมชัดลึกออนไลน์ 28 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ภูมิภาค

จับสาวหล่อท้าวแชร์ทองคำ เผยตั้งใจโกง เสียหายกว่า 50 ล้าน

12 ธันวาคม 2562 - 21:07 น.
สาวทอม,สาวหล่อ,ท้าวแชร์,โกง,แชร์ทองคำ,50ล้านบาท,อุดรธานี
ภูมิภาค

Shares :
เปิดอ่าน 1,061 ครั้ง

จับสาวทอมท้าวแชร์ทองคำ พร้อมกับแม่ข่าย สารภาพทำแชร์เพื่อตั้งใจโกง มูลค่าความเสียหาย 50 ล้าน


คลิปที่ 1

วันที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00 น. ที่กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.อุดรธานี นายวัชรินทร์ สุตลาวดี นายอำเภอเมืองอุดรธานี รักษาการปลัด จ.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี ร่วมแถลงข่าวจับกุม น.ส.ภัทรกานต์ ขันทะชัย อายุ 22 ปี อยู่ที่ 75 หมู่ 4 ต.บ้านเหล่า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ตามหมายจับศาล จ.อุดรธานี ที่ จ.312/2562 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2562  และ  น.ส.อนงรัตน์ ดวงแจ่ม อายุ 32 ปี อยู่ที่ 43/3 หมู่ 5 ซ.บ้านหนองเตาเหล็ก ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ตามหมายจับ ศาล จ.อุดรธานี ที่ จ.313/2562 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2562

 ในข้อกล่าวหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันให้กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเลียหายแก่ประชาชน

 

 

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.อุดรธานี  เปิดเผยว่า พฤติกรรมของผู้ต้องหา ได้ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายทั้งในพื้นที่ จ.อุดรธานี และต่างจังหวัด โดยแรกเริ่มผู้ต้องหาได้ใช้เฟซบุ๊ก ส่วนตัวหลอกลวงผู้เสียหายที่มาร่วมลงทุนบอกว่า สามารถซื้อทองคำรูปพรรณ หรือทองคำแห่ง ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด  ในการร่วมลงทุนซื้อทองคำน้ำหนัก 50 สตางค์ ที่ราคาร้านทองประมาณ 12,000 บาท แต่ทางผู้ต้องหาหลอกลวงว่า หากร่วมลงทุนจะได้ทองคำในราคาเพียง 8-9 พันบาท ต่ำกว่าราคาท้องตลาด 3-4 พันบาท โดยจะมีการรีวิวทองคำจริง ทั้งทองรูปพรรณและทองคำแท่ง ที่ผู้ต้องหาซื้อมาจากร้านทอง มาใช้ในการหลอกลวงว่า มีการสั่งซื้อทองคำได้ในราคาถูก จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินเข้ามาร่วมลงทุนซื้อทองคำจำนวนมาก 

หลังจากนั้นทางผู้เสียหายที่ร่วมลงทุนด้วย จะได้รับทองคำจริงจากทางผู้ต้องหา ที่จัดส่งให้ทางไปรษณีย์ ทำให้มีการบอกกันแบบปากต่อปาก และมีผู้หลงเชื่อจำนวนมากมาร่วมลงทุน มีการโอนเงินให้กับทางผู้ต้องหาลงทุนสั่งซื้อทองคำ ซึ่งระยะแรกก็จะได้ทองคำตามที่สั่งซื้อไว้ จนผู้เสียหายหลงเชื่อว่า ทางผู้ต้องหาสามารถซื้อทองคำในราคาถูกได้จริง จนทางผู้เสียหายมีการระดมเงินจากคนใกล้ชิด ญาติพี่น้อง หรือ เพื่อน มาลงทุนจำนวนมาก แต่มาระยะหลังเมื่อมียอดการสั่งซื้อเป็นเงินจำนวนมาก ที่มีผู้เสียหายลงทุนตั้งแต่หลักหมื่นจนถึง 3 ล้านบาทต่อราย

 ซึ่งทางผู้ต้องหาเมื่อได้เงินมา จากระยะแรกที่นำไปซื้อทองคำจริงส่งให้จริง แต่เมื่อมีผู้ลงทุนเพิ่มมากขึ้น ผู้ต้องหากลับนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว ซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตกแต่งบ้าน ทำให้เมื่อครบกำหนดเวลา ที่จะต้องส่งมอบทองคำให้กับผู้เสียหาย ทางผู้ต้องหาจะแจ้งประวิงเวลากับทางผู้เสียหายว่า จะได้รับทองคำในเวลา 3-15 วัน แต่เมื่อถึงกำหนดเวลาแล้ว ก็ไม่ได้รับทองคำตามที่สั่งซื้อไว้ ทำให้ผู้เสียหายมั่นใจว่าถูกหลอก จึงได้รวมตัวกันมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 2  ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน และทางตำรวจได้ทำการจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายประมาณ 200 ราย และได้เข้าแจ้งความแล้ว 50 ราย มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 50 ล้านบาท

 น.ส.ภัทรกานต์ ขันทะชัย อายุ 22 ปี  ท้าวแชร์ทอง ผู้ต้องหา ให้การว่า เริ่มจากเห็นที่เพจอื่นที่มีการซื้อขายทองคำที่มีราคาถูกกว่าท้องตลาด เมื่อเห็นเขาทำได้ ตนจึงคิดจะทำบ้าง โดยเริ่มโพสต์รีวิวให้คนมาร่วมลงทุนซื้อทองคำราคาถูกประมาณเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา จนมีคนหลงเชื่อเข้ามาร่วมลงทุนจำนวนมาก ระยะแรกตนก็นำเงินที่ผู้เสียหายโอนมา นำไปสั่งซื้อทองคำแท้มาจัดส่งให้ แต่มาระยะหลังตนนำเงินที่ได้มาเป็นก้อน ไปซื้อรถกระบะ รถเก๋ง และ รถ จยย. พร้อมนำเงินไปตกแต่งบ้าน และเงินที่ขาดทุนในส่วนต่างที่ตนซื้อทองคำราคาจริง แต่มาขายต่อราคาถูก ทำให้เงินสะดุด ไม่มีไปซื้อทองคำส่งให้ผู้ลงทุน

“ซึ่งการมาตั้งแชร์ทองคำตั้งแต่แรก ยอมรับว่าตั้งใจตั้งขึ้นมาโกงผู้เสียหาย เพราะอยากได้เงินก้อนไปใช้จ่าย เมื่อเงินเริ่มสะดุด วานนี้จึงได้โพสข้อความในแมสเซนเจอร์ว่า มีปัญหาส่งทองไม่ได้แล้วจะให้ทำอย่างไร จนทำให้ผู้เสียหายมารวมตัวกันแจ้งความ ซึ่งหลังจากนี้ก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาใช้คืน ซึ่งเรื่องที่ทำเป็นคนคิดขึ้นเอง และก็ไม่เกี่ยวข้องกับคดีแชร์แม่มณีแต่อย่างใด เพราะว่าไม่เคยรู้จักเขา หรือนำเงินไปร่วมเล่นแชร์กับแม่มณีเลย”

น.ส.อนงรัตน์ ดวงแจ่ม  แม่ข่ายผู้ต้องหา ให้การว่า  ตนเป็นตัวกลาง ในการเล่นแชร์ทอง โดยมีลูกค้าที่ตนเองดูแล จำนวนมากซึ่งมียอดเงิน จำนวน 20 ล้านบาท ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่า น.ส.ภัทรกานต์ ขันทะชัย ไปซื้อทอง ในราคาถูกกว่าท้องตลาด มาจากไหน ในช่วงแรกได้ทองจริง ทำให้ตนรับออเดอร์ จากลูกค้าจำนวนมากเงินสั่งซื้อวันละ 2-3 ล้านบาท  แต่เห็นน.ส.ภัทรกานต์ ทำการรีวิว ขายทอง วันละ 30,000 บาท แค่ไม่กี่เส้น ทำให้เริ่มสงสัย สุดท้ายก็มาเป็นงูกินหางตัวเอง ทำให้ตนเดือดร้อนไปด้วย  

 นายไชยยา  มะณี  อายุ42 ปี  หนึ่งในผู้เสียหาย ได้เปิดเผยว่า ตนได้มีการร่วมลงทุนซื้อขายทองคำราคาถูก ราคา8200บาท ซึ่งถ้าไปขาย 10,100ถึง10,200บาท ก็จะได้กำไร2,000บาท โดยตน เห็นมีการโพสรูปและข้อความเกี่ยวกับการลงทุนซื้อขายทองของคนรู้จัก จึงได้สอบถามรายละเอียด เป็นการซื้อมาขายไป ซื้อถูกกว่าหน้าร้าน ซึ่งตนลงทุนครั้งแรกก็ได้เงินมา โดยมีการรีวิวในเฟสบุ๊ค มีรูปทอง ส่งส่งสินค้า

ซึ่งเริ่มแรกตนลงทุน สร้อยคอทองคำ 2สลึงจำนวน 2เส้น เป็นเงิน16,000บาท ตนไปขายต่อก็ได้กำไร เมื่อครั้งที่2ตนสั่งไปแล้วได้เพิ่มเงินจากหลักหมื่นจนไปถึงกว่า6แสนบาท เพราะเค้าแจ้งว่ายิ่งเพิ่มรีวิวรายวันจะได้เพิ่มขึ้นและเมื่อคนที่ตนรู้จักเห็นรูปทอง ก็มาสอบถามตนและพูดคุยกันจึงได้มาฝากกับตนซื้อ  ซึ่งเงินจำนวนนี้ที่ตนลุงทุนเป็นเงินเก็บส่วนตัว และคนที่มาฝากตนก็ได้มีการเอารถยนต์ไปจำนำหรือขายที่ดิน เพื่อจะมาลงทุนกับการซื้อขายทอง เมื่อถ้าได้กำไรก็จะเลิก

 บทเรียนครั้งนี้ตนคิดว่าต้องมีสติอย่าโลภมาเพราะจะไม่ได้อะไรเลย  เพราะเป็นการขุดบ่อล่อปลา ซึ่งตนก็คิดว่าธุรกิจแบบนี้อยู่ได้ไม่นาน แต่ตนลงทุนไปครั้งที่2ก็พลาด ส่วนคนที่ทำมาก่อนหน้าที่ตนไม่รู้ ซึ่งตนคิดว่าราคาทองที่มีการโฆษณาว่า8,200บาทไม่ ซึ่งเค้าจะนำเงินไปรวมกัน ซื้อราคาตามท้องตลาดแล้วเอาเงินไปหมุนไปใช้อย่างอื่น ให้คนนั้นคนนี้เพื่อที่จะได้ผลกำไร แล้วนำเงินกลับมาหมุนซื้อทองอีก

  

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยต่อว่า หลังนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ส่งพนักงานสอบสวนแล้ว จากนี้จะตั้งทีมชุดพนักงานสอบสวนขึ้นมา รับเรื่องของคดีแชร์ทองนี้โดยเฉพาะ โดยมี พ.ต.อ.ศักดา เหมือนโพธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เป็นหัวหน้าชุด ที่จะนำพนักงานสอบสวนฝีมือดีจาก สภ.ต่าง ๆ มาร่วมทำคดี ซึ่งการทำงานจะเหมือนการทำคดีแชร์แม่มณี และหลังสอบปากคำผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนจะส่งตัวศาลเพื่อฝากขังผลัดแรก ซึ่งทางผู้ต้องหาจะขอประกันตัวหรือไม่ เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ทางตำรวจจะคัดค้านการประกันตัว

 “นอกจากนี้ทางตำรวจได้อายัติทรัพย์สินของผู้ต้องหาไว้แล้ว ส่วนเรื่องเงินในบัญชีธนาคากำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบ เพราะว่าผู้เสียหายเพิ่งเข้าแจ้งความเมื่อวานนี้ ซึ่งน่าจะยังมีผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วยอีก ขอเวลาในการสอบปากคำผู้ต้องหาก่อน เพราะทางตำรวจเพิ่งจับกุมตัวมาได้ หากพบว่ามีคนเกี่ยวข้อง จะเร่งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้หากมีผู้เสียหายเพิ่ม สามารถเข้าแจ้งความดำเนินคดีได้ที่ สภ.มืองอุดรธานี ได้ตลอดเวลา” พล.ต.ต.นันทชาติฯ กล่าว 

ข่าว/ภาพ กฤษดา  จันทร์ดวง  ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ