วันที่ 9  ธ.ค. 2562  นายประสาน  เมืองเหลือ อดีต ผอ. ร.ร.อนุบาลพิจิตร ( ข้าราชการบำนาญ) ประธานจัดการเลือกตั้ง กรรมการ – ประธาน สหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตร ซึ่งจัดขึ้น ที่โรงเรียนอนุบาลพิจิตร ซึ่งได้จัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูและเลือกประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตร ซึ่งจะมีวาระในการบริหารกิจการคราวละ 2 ปี...สำหรับบรรยากาศการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้ดำเนินการโดยองค์กรครูของจังหวัดพิจิตร ซึ่งทุกท่านล้วนเป็นผู้มีคุณวุฒิทั้งด้านความรู้และการศึกษา อีกทั้งมีประสบการณ์ผ่านการเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งท้องถิ่น – ส.ส. และอื่นๆอีกมากมาย แต่กฎกติกาของการเลือกตั้ง กรรมการและประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตรดูเหมือนจะแตกต่างจากการจัดการเลือกตั้งของ กกต. อย่างสิ้นเชิง บรรยากาศหน้าคูหาคึกคักไปด้วยร้านค้าขายของ ของกินของใช้ ของฝาก เสื้อผ้า รองเท้า แว่นตา และอื่นๆ เยอะแยะไปหมดเหมือนกับตลาดนัดย่อยๆ มีผู้คนพลุกพล่านทั้งผู้สมัครและกองเชียร์ยืนคอยดักหน้าดักหลังยกมือไหว้สวัสดีขอคะแนนเสียงที่หน้าคูหาได้อย่างสบายชนิดที่เรียกว่าเอาตามที่ถนัดก็ว่าได้ ไม่มีปิดกั้นเหมือนการเลือกตั้งที่จัดโดย กกต..

 

เมื่อสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเข้าไปในคูหาก็จะมีการแยกโต๊ะแบ่งกลุ่มตามสังกัดหรือโรงเรียนจากอำเภอต่างๆ เข้าแถวแสดงตน แสดงบัตร สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตร หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ เพียงเท่านี้ก็จะได้รับบัตรลงคะแนน 2 ใบ เพื่อเลือกกรรมการ – ประธานฯ พร้อมกับจะได้รับเงินสดจำนวน 1,500 บาท  ซึ่งก็เป็นเงินกำไรดอกผลของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตรนั่นเอง ทุกคนที่มาลงคะแนนจะมาใช้สิทธิตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 12.00 น. เรียกได้ว่าครูทั้งจังหวัดพิจิตรไม่ว่าจะหนุ่ม-สาว หรือ ครูที่เกษียณอายุราชการแล้วหากยังเดินได้หรือนั่งรถเข็นมาไหวก็ล้วนเต็มใจมาใช้สิทธิ เพราะค่าตอบแทน 1,500 บาท ที่จูงใจนั่นเอง

 

           

ส่วนของ นายทรงเกียรติ  ชูกำลัง  อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตรเขต 2 ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่มาใช้สิทธิในคราวนี้ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการจัดการเลือกตั้งใช้วิธีจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้มาใช้สิทธิ  ใช้เสียง  ซึ่งเงินก็มาจากการลงทุนของสมาชิกที่ก่อเกิดกำไรแล้วก็เอามาจ่ายคืนให้กับสมาชิกนั่นเอง ในอดีตสหกรณ์ฯมีกำไรน้อยก็จ่ายให้ 200 บาท  และขยับขึ้นมาเป็น 500-1,000 บาท จนถึงวันนี้จ่ายให้ 1,500 บาท  ความคิดส่วนตัวถ้า กกต. จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือเลือกตั้ง ส.ส. หากมีการจ่ายแบบนี้ก็จะทำให้ประชาชนตื่นตัวมาลงคะแนนเรียกได้ว่าเกือบ 100%  ดังนั้นแนวคิดและวิธีปฏิบัตินี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตร ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากจะมีผู้นำไปลอกเลียนแบบก็ตาม สหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตร มีสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนน 8,307 คน มาใช้สิทธิลงคะแนน 7,801 คน หรือ 93.91% ใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้งครังนี้ประมาณ 1 ล้านบาท เศษ สหกรณ์แห่งนี้มีเงินที่ต้องบริหารมากถึง 14,344 ล้านบาท ....สำหรับผลการเลือกตั้งประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตรในครั้งนี้มีผู้สมัคร 2 คน เบอร์ 1 คือ ว่าที่ร้อยเอกสาโรช   ยกให้ ได้คะแนน 3,224    เบอร์ 2  คือ นายมานิตย์  พรหมอยู่  ได้คะแนน 4,390 คะแนน ได้เป็นประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตร ดังกล่าวอีกด้วย

สิทธิพจน์  ผู้สื่อข่าวจ.พิจิตร