ภายหลังจากที่มีกระแสข่าวแพร่สะพัดออกไป ในการที่เด็ก 9 ขวบ จะขอขุดศพพ่อขึ้นมาร้องขอความเป็นธรรม กรณีพ่อตกนั่งร้านเสียชีวิต ขณะทำงานเป็นแรงงานก่อสร้างที่จังหวัดภูเก็ต แต่กลับถูกทั้งนายจ้าง ทั้งภาครัฐปล่อยทิ้ง ไม่ได้รับเงินขดเชย สินไหมใดใด เด็ก 9 ขวบ ที่กำพร้าพ่อ แม่ก็ทิ้งต้องมาขออาศัยอยู่กับน้า

 

 

 

           วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ที่ บ้านเลขที่ 33 บ้านปะอุง หมู่ที่ 6 ตำบลจะกง อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีเจ้าหน้าที่ ทั้งจาก องค์การบริหารส่วนตำบลจะกง ผู้ใหญ่บ้าน กำนันตำบลจะกง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ และ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อดำเนินการประสานให้ความช่วยเหลือในกรณีดังกล่าว ที่ นายบุญสนอง กระโพธิ์ ผู้เสียชีวิต ขณะอายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 บ้านปะอุง หมู่ที่ 6 ตำบลจะกง อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ด.ช เดช ( นามสมมุติ  ชื่อจริง ด.ช. นนทพันธ์ เกิดจันทึก นามสกุลมารดา ที่ไม่ได้สมรสกับพ่อ อายุ 9 ปี ได้พาบรรดาญาติ และ นางสาวสุดารัตน์ กระโพธิ์ น้าสาว หรือ น้องสาวพ่อ โดยมีเป้าประสงค์ที่จะขอขุดศพพ่อ ขึ้นมาและจะขอร้องให้นำศพพ่อไปขอความเป็นธรรม ต่อ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ จากกรณีที่พ่อตนเอง ตกนั่งร้านขณะทำงานเป็นคนงานก่อสร้าง ที่ เอพี แกรนด์ เรชสิเด้น ในซอยเดอะเบลกมลา ตำบลกมลา อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต เมื่อ  18 กุมภาพันธ์ 2561  โดยแพทย์ระบุสาเหตุการตาย สมองได้รับบาดเจ็บรุนแรง จากการตกจากที่สูง ภายหลังจากถูกส่งตัวมารักษาที่ ร.พ. วชิระภูเก็ต จนเสียชีวิต พันตำรวจโท สากล ไกรนรา สารวัตรเวรสอบสวน ได้เข้าตรวจสอบ พร้อมเชิญ นายพิชิต ปิ่นเจริญ ซึ่งเป็นนายจ้าง เข้ามาให้ข้อมูล พร้อมบันทึกจ้อตกลงที่จะชดเชยคนงานประสบเหตุเสียชีวิตไว้ที่ 100,000 บาท  พร้อมจะดำเนินการประสานค่าสินไหมทดแทนแรงงานเสียชีวิตขณะปฎิบัติงานกับสำนักงานคุ้มครองแรงงาน รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้ครอบครัว โดยเฉพาะลูกชาย ที่มีอายุเพียง 9 ขวบ ได้เรียนหนังสือต่อจนจบ ญาติจึงได้นำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด อำเภอขุขันธ์ โดยการฝั่งศพเอาไว้ก่อน แต่จนบัดนี้ ยังไม่มีหน่วยงานใด ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือดูแล แม้กระทั้งนายจ้างคนงานก็นิ่งเฉย ลูกขาย 9 ขวบ จึงอยากขุดศพมาร้องขอความเป็นธรรม จึงทำให้ทุกฝ่ายเดินทางเข้ามาสอบถามเรื่องราว เพื่อหาทางช่วยเหลือ

 

 

 

      จากการลงพื้นที่และประชุมร่วมหารือกันได้มีแนวทางการช่วยเหลือดังนี้

       1. องค์การบริหารส่วนตำบลจะกงจะดำเนินการนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมกองทุนสวัสดิการชุมชน ตำบลจะกง เพื่อพิจารณาช่วยเหลือตามความเหมาะสมต่อไป

       2. มอบหมายให้ ผู้ใหญ่บ้านและกำนัน ในพื้นที่ตำบลจะกงพิจารณาระดมทุนเพื่อช่วยเหลือเป็นทุนการศึกษาแก่บุตรผู้ตายตามความเหมาะสม

       3. องค์การบริหารส่วนตำบลจะกง จะดำเนินการประสานกับผู้อำนวยการโรงเรียนจะกงวิทยา เพื่อประสานขอทุนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษเขต 3 ต่อไป

       4. สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดศรีสะเกษจะดำเนินการติดตามเรื่องการดำเนินคดีตาม พรบ. ความปลอดภัยอาชีวอนามัย กับนายจ้างของผู้ตาย

       5. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษดำเนินการช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์ จำนวน 2,000 บาท โดยจะมีการประสานกับองค์การบริหารส่วนตำบลจะกงเป็นระยะในการติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือต่อไป

 

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ ผู้สื่อข่าว จ.ศรีสะเกษ