วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี เดินทางไปยังโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ถนนเพาะนิยม ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อเยี่ยมอาการ นางสาวไหมทอง ปิ่นสา อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 202 หมู่ 18 ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม ที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู หลังถูกอดีตสามีคือนายอุเทน ธงศรีอายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 54 หมู่ 8  ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม ใช้น้ำมันเบนซินราดตัว ก่อนจะจุดไฟเผาจนร่างกายบริเวณส่วนหน้าอกไหม้เป็นแผลพุพอง อาการสาหัส ขณะเดียวกันนายอุเทนก็โดนไฟลวกแขนสองข้าง แพทย์โรงพยาบาลนครพนม เห็นว่าผู้ป่วยทั้งสองมีแผลไฟไหม้หลายแห่ง โดยเฉพาะ น.ส.ไหมทองจึงส่งต่อทั้งคู่มายัง รพ.ศูนย์อุดรธานี ซึ่งนายอุเทนผู้ก่อเหตุอาการพ้นขีดอันตราย ส่วน น.ส.ไหมทองเกิดการสูญเสียสมรรถภาพของผิวหนัง ต้องสังเกตอาการชั่วโมงต่อชั่วโมง

     ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ ผกก.สภ.เมืองนครพนม และ ร.ต.อ.พยุง ศรีโฮง ร้อยเวรเจ้าของคดี ก็เดินทางไปพบนางปวีณาฯที่โรงพยาบาลด้วย เพื่อชี้แจงความคืบหน้าของคดีดังกล่าว ซึ่งนางปวีณาขอให้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มครองคนเจ็บ เนื่องจากนายอุเทนผู้ก่อเหตุได้ถูกส่งตัวมารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกัน และมีอาการดีขึ้นตามลำดับ หวั่นจะมาทำร้ายซ้ำ ทางตำรวจก็ดำเนินการตามที่ร้องขอ

 

    

 

       เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 เวลา 14.00 น. ร.ต.อ.พยุง ศรีโฮง รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม ได้แจ้งว่าจาก นายบุญมี การศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองชาติ หมู่ที่ 18  ต.บ้านผึ้ง ว่าเกิดเหตุผัวเมียทะเลาะกันหน้าบ้านเลขที่ 202 หมู่ 18 บ้านหนองชาติ ก่อนที่ผู้เป็นผัวจะใช้น้ำมันเบนซินราดตัวเมียแล้วจุดไฟเผา ขณะนี้ทั้งผู้ก่อเหตุและผู้ถูกกระทำ พลเมืองดีได้นำตัวส่งโรงพยาบาลนครพนมแล้ว จึงเดินทางไปตรวจสอบที่โรงพยาบาล พบนายอุเทน ธงศรี และนางสาวไหมทอง ปิ่นสา นอนอยู่บนเตียงคนไข้ โดยมีบาดแผลผุพองตามร่างกาย ซึ่ง น.ส.ไหมทองดิ้นทุรนทุรายด้วยความร้อนจากบาดแผล ขณะที่นายอุเทนยังพอให้การในเบื้องต้นได้

     จากนั้นจึงได้เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุหน้าบ้านเลขที่ 202 หมู่ 18 บ้านหนองชาติ ต.บ้านผึ้ง พบเศษชิ้นส่วนเสื้อผ้าที่ไฟไหม้ มีดปลายแหลม 1 เล่ม  ขวดใส่น้ำมัน 1 ขวด และไฟแช็ค 1 อัน ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

     สอบสวนนางศรีประไพ จุลเหลา อายุ 48 ปี มีศักดิ์เป็นป้าของ น.ส.ไหมทอง ทราบว่าทั้งคู่อยู่กินฉันท์สามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป กระทั่งมีพยานรักเป็นเด็กชายหนึ่งคน อายุ 1 ปี 9 เดือน ภายหลังมีเรื่องระหองระแหงกันบ่อยครั้ง น.ส.ไหมทองจึงขอแยกทางกันอยู่เป็นเวลาเกือบ 1 เดือน

 

    

 

           ก่อนเกิดเหตุ น.ส.ไหมทองนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่หน้าบ้าน โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านนั่งรวมกันอยู่หลายคน ขณะนั้นนายอุเทนสามีก็ขี่รถจักรยานยนต์มาจอด ก่อนจะเดินไปดึงแขนเมียลงมาคุยเพื่อขอคืนดี ปรากฏว่า น.ส.ไหมทองไม่ยอมกลับมาอยู่กินด้วย พร้อมบอกตัดขาดกันแล้วอย่ามายุ่ง แล้วสะบัดมือหันหลังจะเดินกลับเข้าบ้าน นายอุเทนดึงขวดน้ำดื่มที่พกอยู่ที่เอวซึ่งบรรจุน้ำมันเบนซินไว้ วิ่งไปล็อกคอ น.ส.ไหมทองแล้วราดตั้งแต่บ่าลงไป ล้วงไฟแช็คในกระเป๋ากางเกงจุดไฟหวังย่างสดเมีย จึงเกิดไฟลุกพรึบเผาร่าง น.ส.ไหมทองทันที และได้ไหม้ลามแขนนายอุเทนบาดเจ็บไปด้วย น.ส.ศรีประไพผู้เป็นป้าเห็นเหตุการณ์ รีบพาตัวหลานไปที่ห้องน้ำเพื่อตักน้ำดับไฟ ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล

     ขณะที่เพื่อนบ้านเผยว่า นายอุเทนระยะหลังไม่ยอมประกอบอาชีพ จึงเริ่มมีปากเสียงกับเมียบ่อยๆ ถึงขั้นแยกทางกันอยู่ แต่นายอุเทนไม่ยอมเลิกยังคงเทียวไปเทียวมาหาเมีย โดยอ้างว่ามาหาลูกชาย วันเกิดเหตุมาเห็นเมียนั่งเล่นโทรศัพท์จึงคิดว่าคุยกับผู้ชาย เกิดอาการหึงหวงดึงแขนลากลงมาคุยกัน ก่อนจะราดด้วยน้ำมันจุดไฟเผาดังกล่าว เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ตั้งข้อกล่าวหานายอุเทนพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งอาการล่าสุดของ น.ส.ไหมทองโอกาสรอดมี 40 %

ภาพ/ข่าว ทวี อภิสกุลชาติ นักข่าวภูมิภาค จ.นครพนม