เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 14 พ.ย.2562 ชาวบ้านท่างิ้ว ม.2 ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง ประมาณ 100 คน มี นายสิปกร หรือลุงมูล อ่อนแก้ว อายุ 59 ปี  และนางเบญจมาพร หรือป้าปุก กาลเวล อายุ 67 ปี เป็นตัวแทนชาวบ้านได้มารวมตัวกันกลางถนนเพื่อร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวหลังจากได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส จากถนนชำรุดทรุดโทรมมานานกว่า 10 ปี เป็นระยะทางกว่า 4.5 กิโลเมตร ยิ่งช่วงนี้ฝนตกอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ชาวบ้านผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นไปด้วยความยากลำบากในการรับส่งเด็กนักเรียน คนชรา ผู้ป่วยติดเตียง และการขนส่งยางพารา และพืชปาล์มน้ำมัน เคยประสานไปยัง ชลประทานตรัง อบต.กะลาเส และ อบจ.ตรัง แต่โยนความรับผิดชอบว่าได้โอนพื้นที่ไปยังหน่วยงานอื่นแล้ว ไม่มีใครรับเป็นเจ้าภาพ และตอนนี้เสี่ยงอันตรายมาก เพราะถนนบางจุดถูกกระแสน้ำซัดกัดเซาะชาวบ้านต้องปักไม้แสดงสัญลักษณ์ไว้ตามจุด ตอนนี้ชาวบ้านไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ฝากตะโกนบอกดังผ่านสื่อช่วยให้ถึงหู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โฮชา นายกรัฐมนตรี ช่วยสั่งการรัฐมนตรีฯ หรือผู้งว่าฯตรัง ลงมาแก้ปัญหาช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน 

นายสิปกร หรือลุงมูล อ่อนแก้ว อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 166/4 ม.2 ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นมานานแล้ว อยู่กันมานานแล้วไม่รู้จะขอถนนจากใคร ถนนขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ มีชาวบ้านเดือดร้อนจำนวนมาก จากที่ทราบข้อมูลถนนเส้นนี้เป็น ของ อบจ.ตรัง ได้รับการถ่ายโอนจากกรมชลประทาน ที่ผ่านมาถนนเส้นนี้เป็นถนนที่อยู่ในสภาพนี้และไม่เคยมีการพัฒนามาก่อน ถนนเส้นนี้มีความยาว 4-5 กิโลเมตร สภาพถนนที่เป็นหลุมชาวบ้านเดือดร้อนมาก ที่ต้องใช้ถนนสัญจรไปมาตลอด มีสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน และเด็กนักเรียนใช้ถนนเส้นนี้ บางครั้งยางพาราและปาล์มตกหล่นเรี่ยราดเกลื่อนเต็มทาง เด็กนักเรียนบางครั้งตกหลุม น้ำโคลนตมกระเด็นต้องพาชุดไปเปลี่ยนที่โรงเรียนเพราะระหว่างเดินทางสกปรก ก่อนหน้ามีการประชุมที่ อบต.กะลาเส ชาวบ้านได้ร้องขอให้ช่วยเรื่องนี้ตลอด แต่เขาบอกว่าเดี๋ยวได้จนเวลาผ่านมา 4 ปีแล้วก็ยังไม่ได้ วันก่อนชาวบ้านน้อยใจก็มีการลอยกระทง ตนในฐานะตัวแทนชาวบ้านขอมอบที่ดินผืนนี้ของกรมชลประทานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วยมาดูแล ชาวบ้านในนี้ประมาณ 200 กว่าคน 35 ครัวเรือนเดือดร้อนอย่างหนัก

ขณะที่ นางเบญจมาพร หรือป้าปุก กาลเวล อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162 ม.2 ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง  กล่าวด้วยว่า ความเดือดร้อนที่ชาวบ้านต้องเจอนั้น คือเรื่องถนนสายนี้อยากให้ยื่นมือมาช่วย ตนมาอยู่นี้ประมาณ 30 กว่าปี ถนนเส้นนี้ก้อยู่แบบนี้ตลอดไม่มีความเจริญ เมื่อถามในที่ประชุมว่าเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานไหนก็ถูกปัดกันไปโยนกันมา ก็ไม่รู้จะเรียกร้องสิทธิ์จากหน่วยงานไหน ไม่ใช่เพิ่งเดือดร้อนแต่เดือดร้อนมานาน ขอฝากนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ชาวบ้าน ม.2 เขตรอยต่อ ม.1 ต.กะลาเส เดือดร้อนเรื่องถนนหนทางการไปมาหาสู่คือเส้นทางลำบาก ลูกเล็กเด็กแดงเจ็บไข้ไม่สบาย คนไข้ติดเตียง คนเฒ่าคนแก่ลำบากรถพยาบาลเข้ามารับถนนหนทางลำบาก ไม่มีความพร้อมเลย จึงอยากฝากท่านนายกฯให้ช่วยเหลือไม่ให้เดือดร้อนก็ไม่รู้จะฝากใคร ก็ต้องฝากถึงนายกฯประยุทธ์ ที่พึ่งสุดท้าย

 

ต่อมา นายเทียนชัย คงทิพย์ อายุ 51 ปี เจ้าหน้าที่ชลประทานฝ่ายการส่งน้ำและบำรุงรักษาโครงการชลประทานขนาดกลางบ้านควนกุน หมู่ 2 ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง รุดเดินทางมาพบกลุ่มชาวบ้าน กล่าวชี้แจงว่า งบประมาณก่อสร้างถนนสายนี้ กรมชลประทานได้ถ่ายโอนพื้นที่ให้กับ อบจ.ตรัง เมื่อราวประมาณปี 2557 เป็นระยะทาง 4.5 กิโลเมตร และได้ตั้งงบประมาณไว้แล้วปีหน้า และได้ประสานงานติดตามอย่างต่อเนื่องกับทุกฝ่าย แต่วันนี้ตนมาพบปะรับปากกับชาวบ้านว่าชลประทานจะเข้ามาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน คือปรับถมหินที่เป็นหลุมเป็นบ่อมีน้ำขังเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและใช้รถใช้ถนนได้สะดวกและปลอดภัย

อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวแทนชาวบ้านยังไม่ปักใจเชื่อใจตามที่ชลประทานฯ ได้ส่งตัวแทนมาพูดคุย เพราะที่ผ่านมาโดนหลอกให้คอยเก้อมาหลายครั้งหลายคราวแล้ว ก่อนหน้าได้มีการทำกระทงมาลอยในหลุมโคลนตกที่มีน้ำขังมาแล้วติดต่อกันมา 5 ตั้งแต่ปี 2557  - 2562 เพื่อสะท้อนให้หน่วยงานรัฐเล็งเห็นถึงความเดือดร้อน แต่ก็ยังไม่ได้รับการเหลียวแล.

ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม จังหวัดตรัง