(4 พ.ย.) ผู้สื่อขาวรายงานว่าที่สำนักข่าวนครโพสต์ ซอนอัศวะรักษ์ 1 ถนนราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้มีประชาชนเดินทางมาจากต่างอำเภอและจากจังหวัดใกล้เคียงทยอยเดินทางมาพบนายเลิศ อักษรนิตย์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส เพื่อปรึกษาด้านสุขภาพและขอรับสมุนไพรไทยโบราณสูตร “พ่อท่านชูเฒ่า”วัดพัทธสีมา อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งสมุนไพรไทยสูตรโบราณ มีสรรพคุณละลายไขมันในเส้นเลือด ขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ไปเลี้ยงสมอง ระบายอ่อน ๆ ช่วยให้นอนหลับลึก พุ่งยุบ เป็นต้น

            ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีการค้นพบตำหรับสมุนไพร โบราณสูตรดังกล่าวเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมาจาก “เสี่ยตุ้ม แตงโม”นักธุรกิจเจ้าของกิจการ “แตงโมค้าไม้เก่า” ที่ล้มป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ทำให้รู้สึกสมองมึนงง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ชาปลายมือปลายเท้า ตาพร่ามัว ใบหน้าหมองคล้ำ ความดันโลหิตไม่ปกติ  มีไขมันเลือดสูง หายใจติดขัด หัวใจเต้นแรง เหนื่อยง่าย และมีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ มากมาย จนไม่สามารถทำงานหนักได้ เข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลหลายแห่ง แพทย์ให้ยามารับประทานอาหารก็ทุเลาลงได้บ้าง แต่เมื่อหยุดรับประทานยาอาการต่าง ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม สร้างความทุกข์ทรมานให้กับเสี่ยตุ้มเป็นอย่างมาก คนเฒ่า คนแก่แนะนำให้รับประทานสมุนไพรตำหรับ “พ่อท่านชูเฒ่า” อดีตเจ้าอาวาสวัดพัทธสีมา อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เกจิอาจารย์ชื่อดังในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5-รัชกาลที่ 7  โดยหลวงพ่อชูเฒ่ามีชื่อเสียงโด่งดังในช่วงปี พ.ศ.2428-2470  ซึ่งเสี่ยต้ม แตงโม ได้เสาะหาตำรับสมุนไพรของหลวงพ่อชูเฒ่าและได้รับตำหรับสมุนไพรสูตรหนึ่งจากคนเฒ่าคนแก่ข้างวัดพัทธสีมามีส่วนผสมของสมุนไพรไทย 14 ชนิด  จึงนำมาจ้างร้านขายยาสมุนไพรไทยในตัวเมืองนครศรีธรรมราช บดและนำมาปั่นเป็นลูกกลอนขนาดปลายนิ้วก้อย รับประทานครั้งและ 3-5 ลูกกลอน วันละ 1-2 ครั้งก่อนอาหารเช้า-เย็น ใช้เวลาประมาณ 30 วัน อาการของโรคที่เป็นอยู่หายเป็นปลิดทิ้ง ทำให้เสี่ยตุ้มแตงโม ในวัยเกือบ 60 ปีเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ สุขภาพร่างกายและจิตใจ ทำงานหนักได้ทุกชนิด ทำเอาเด็กหนุ่ม ๆ คราวลูกคราวหลานต่างแปลกใจว่าเสี่ยตุ้ม เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน

            โดยนายเลิศ อักษรนิตย์  อายุ 66 ปี หรือที่รู้จักกันในนาม “เลิศ ผ้าขาวม้าแดง หรือ “เลิศ ฅนพรรค์นี้” กล่าวว่าตามปกติตนให้ความสำคัญเรื่องสมุนไพรไทยอยู่แล้ว เคยนำตำหรับสมุนไพรไทยของคนโบราณที่อาศยอยู่ตามป่าเ ลำเนาไพรมาผลิตจำหน่ายสร้างความฮือฮามาแลวหลายขนาน โดยเฉพาะสูตรสมุนไพรดองเหล้า ที่ช่วยให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย แก้ปัญหาด้านสมรรถภาพทางเพศจนได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง แต่ในปัจจุบันตัวยาสมุนไพรขนานดังกล่าวหายากมากต้องขึ้นไปค้นหาในป่าหรือบนภูเขาสูง เช่น เทือกเขาหลวง เขาบรรทัด  ซึ่ง “หมอเคล้า” ใน อ.มะนัง จ.สตูล ซึ่งเป็นหมอพื้นบ้านและเป็นคนรวบรวมสูตรสมุนไพรโบราณหลายขนาดท่านมีอายุมากขึ้นและประสบอุบัติเหตุจนเดินไม่คล่อง จึงไม่สามารถขึ้นไปเสาะหาสมุนไพรที่เป็นส่วนผสมในสูตรนี้ได้ ในปัจจุบันยาดองเหล่าสูตรดังกล่าวจึงไม่มีจำหน่ายอีก

 

สำหรับสมุนไพรสูตร “พ่อท่านชูเฒ่า” หลังจากที่เสี่ยตุ้มแตงโมไม้เก่า ค้นพบและนำมาบดและผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนรับประทานจนหายขาดจากโรคที่รุมเร้า และได้แนะนำพรรคพวกเพื่อนฝูงจำนวนมากที่สุขภาพไม่ดีได้รับประทาน โดยเสี่ยตุ้มแตงโมไม้เก่า ได้มอบสูตรสมุนไพรไทยสูตรนี้ไว้กับร้านขายยาแพทย์แผนไทยในตัวเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นวิทยาทานและร่วมสร้างบุญกุศล ทุกคนที่รับประทานหายขาดจากโรคร้ายภายใน 1 เดือน  และได้บอกเล่าต่อกันไปปากต่อปากจนเป็นที่ฮือฮาเสาะหากันอย่างกว้างขวางทั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง ทางร้านขายยาแผนโบราณที่รับบดสมุนไพรบดไม่ทัน ผู้ป่วยหลายคนที่ให้ลูกหลานพาเดินทางมากต่างอำเภอ ต่างจังหวัดต้องเสียเที่ยวเทียวมาเทียวกลับหลายครั้ง  จนทางเสี่ยตุ้มแตงโมไม้เก่า  ได้ขอร้องให้ตนเป็นคนกลางเป็นจุดศูนย์รวมของการให้บริการ ผลิต เผยแพร่และจำหน่าย สมุนไพรสูตรโบราณพ่อท่านชูเฒ่า โดยหลังจากทางร้านบดสมุนไพรเป็นผงตนก็จะนำมาบรรจุแคปซูลใส่ถุง ๆ ละ 50 เม็ด จำหน่ายในราคา 100 บาท  โดยมีประชาชนทั้งในและต่างจังหวัดเดินทางมาปรึกษาเรื่องสุขภาพและซื้อสมุนไพรสูตรพ่อท่านชูเฒ่าไปรับประทานกันอย่างกว้างขวาง  คาดว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยที่รับประทานสมุนไพรสูตรนี้หายป่วยกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้วนับพันคน รวมทั้งตนก็รับประทานสมุนไพรสูตรนี้มาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

            เจ้าของฉายา “เลิศ ฅนพรรค์นี้” กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการโทรศัพท์มาปรึกษาและสอบถามเรื่องสุขภาพและสมุนไพรสูตรโบราณดังกล่าวพร้อมสั่งซื้อทางไปรษณีย์ จนในแต่ละวันตนต้องรับโทรศัพท์ต่อเนื่องสายแทบไหม้ ผลิตและจัดส่งแทบไม่ทันเนื่องจากตนบรรจุแคปซูลด้วยมือเท่านั้น อย่างไรก็ตามขณะนี้กำลังปรึกษาหารือกับเสี่ยตุ้มแตงโมไม้เก่า และทีมงานสำนักข่าวนครโพสต์ว่าจะจัดซื้อเครื่องเครื่องบรรจุแคปซูล กึ่งอัตโนมัติ มาใช้เพื่อให้สามารถผลิตและบรรจุแคปซูลได้เพียงพอกับความต้องการ สำหรับผู้สนใจโทรปรึกษาและสั่งซื้อได้ที่ สำนักข่าวนครโพสต์ เลขที่ 5/1 ซ.อัศวรักษ์ 1 ถ.ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 80000 หรือ โทร  081-3438590

            สำหรับวัดพัทธสีมา มีอายุยาวนานกว่า 800 ปี ตามหลักฐานของพงศาวดารนครศรีธรรมราช ว่าผู้สร้างวัดพัทธสีมาคือสองพี่น้องที่มีเชื้อสายศรีลังกาและจีน มีนามว่าพลิติ และพลิมุยซึ่งเป็นลูกพี่สาวของพระเจ้าศรีธรรมโศกราชที่ 5 จันทรภานุ ทั้งสองได้นำทรัพย์สมบัติบรรทุกเรือสำเภาเดินทางมาจากลังกาเพื่อสมทบในการก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์เมืองนครศรีธรรมราช (พ.ศ.1793) ตามคำเชิญชวนของพระเจ้าศรีธรรมโศกราชที่ 5 จันทรภานุ แต่เมื่อเดินทางมาถึงปรากฏว่าพระบรมธาตุเจดีย์ได้สร้างเสร็จแล้ว ทั้งสองพี่น้องจึงได้ร่วมสร้างวิหารมหาภิเนษกรมณ์ (วิหารพระม้า) และพระเจ้าศรีธรรมโศกราชฯ ยังทรงแนะนำ ให้นำทรัพย์ที่สินเหลือไปสร้างวัดตามที่เห็นสมควร ทั้งสองจึงเดินทางเรื่อยมาจนถึงปากลำบางพัทธสีมาในปัจจุบัน และเห็นว่าเป็นชุมชนขนาดใหญ่ จึงได้สร้างวัดขึ้นแล้วให้ชาวบ้านเดินทางไปนิมนต์พระสงค์จากนครศรีธรรมราชมาจำวัดเพื่อทำพิธีกรรมทางศาสนา มีการนำพัทธสีมาฝังไว้ใต้ดินเพื่อกำหนดเขตพื้นที่ทำสังฆกรรม และเรียกวัดนี้ว่า “วัดพัทธสีมา”มาจนถึงปัจจุบัน

 

ตามหลักฐานเอกสารกัลปนาวัดพัทธสีมา ระบุว่า พระเจ้าศรีธรรมโศกราชฯ ได้กำหนดเขตแดนพระราชทานเป็นพื้นที่กัลปนา พระราชทานผู้คนชายหญิงเพื่อปรนนิบัติพระศาสนาเรียกว่า ข้าประโยมสงฆ์หรือข้าประโยมทาน ให้ทางวัดเก็บผลประโยชน์จากที่ดินเพื่อบำรุงวัด บำรุงพระศาสนา ซึ่งตามข้อมูลทะเบียนวัดต่าง ๆ ใน อ.หัวไทร ระบุว่า วัดพัทธสีมาตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2265 วัดมีอาคารโบราณสถานสำคัญคือหอพระไตรปิฎก (หอไตรกลางน้ำ) ตามหลักพงศาวดารนครศรีธรรมราช ว่าด้วยการสร้าง พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ซึ่งเกี่ยวเนื่องถึงวัดพัทธสีมา ฯลฯ ดังนั้น ผู้มีส่วนสำคัญ ในการเป็นจุดรวมของการสืบทอดพระศาสนาและดูแลวัดคือ เจ้าอาวาส โดยวัดนี้มีเจ้าอาวาสสืบต่อเนื่องกันจนถึงปัจจุบัน 12 รูป อดีตเจ้าอาวาสวัดพัทธสีมา 1.พระอธิการเนียม (ท่านครัวเนียม) พ.ศ. 2265-2293 2.พระอธิการคง (ท่านครัวคง) พ.ศ. 2293-2324 ช่วงตอนปลายกรุงศรีฯ กรุงแตก ปี พ.ศ 2310  3.พระอธิการจุ้ย(ท่านครัวจุ้ย) พ.ศ.2324-2352
ช่วงกรุงธนบุรี เข้าสู่กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ครองราชย์ พ.ศ. 2325-2352  4.พระอธิการเบี้ยว (ท่านครัวเบี้ยว) พ.ศ. 2352- 2381 5.พระอธิการหนู(ท่านครัวหนู)(พ่อท่านเฒ่า) พ.ศ2381-2428  6.พระอธิการชู พนธนโม(พ่อท่านชูเฒ่า) พ.ศ. 2428- 2470  อยู่ในช่วงรัชกาลที่ 5-รัชกาลที่ 7 เป็นต้น

            เจ้าอวาสแต่ละรูปมีบทบาทศักยภาพบารมีต่อวัดและชุมชนแตกต่างกันไปตามเหตุปัจจัยและยุค
สมัย เช่น อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 6 พระอธิการชู (พ.ศ. 2382-2470) หรือที่เรียกกันว่าพ่อท่านชูเฒ่า มีบทบาท ศักยภาพ และบารมีสูงที่สุดเท่าที่มีหลักฐานยืนยันได้ อาทิ ด้านการศึกษา ได้จัดให้มีการเรียนหนังสือในวัดทั้งพระเณรและลูกหลานชาวบ้านด้านการแพทย์แผนโบราณ ได้ใช้วัดเป็นที่สงเคราะห์ผู้เจ็บไข้ได้ป่วยที่มาจากใกล้ไกล มีหลักฐานให้เห็นจากตำรายาและสมุนไพรภายในวัดจำนวนมาก พ่อท่านชูเฒ่าเก่งทางด้านไสยเวทย์ และรักษาโรค ยาที่ดังของท่านในสมัยนั้นคือ ยาเม็ดผักกาด รักษาโรคภัยได้ชงักนัก ท่านชูเฒ่ามีลูกศิษย์หรือวิชาสาย ของท่านที่ดังๆ คือ พ่อท่านหนูจันทร์ วัดพัทธสีมา พ่อท่านจับ วัดท่าลิพง พ่อท่านชู วัดธง พ่อท่านกล่ำ วัดหัวค่าย พ่อท่านซ้วน วัดบ้านด่าน ( พ่อท่านพรหมแก้ว วัดโคกพิกุล อาจารย์พ่อท่านรุ่ง วัดรามแก้ว ) (พระครูพนังศีลวิสุทธิ์ภักดี วัดศาลาแก้ว อาจารย์พ่อท่านจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อสมัยเป็นสามเณร) ฯลฯ พ่อท่านชูเฒ่าเป็น พระเกจิสมัย ร.5-6-7 ท่านมรณภาพมาแล้วประมาณเกือบ 100  ปีเศษ ท่านเก่งหลายด้านทั้งยา
และไสยเวทย์เล่าลือกันว่าพ่อท่านมีอิทธิฤทธิ์มากสามารถลงไปอยู่ในกาน้ำร้อนได้ หากถามคน อ.หัวไทรว่ารู้จักพ่อชูเฒ่าท่านไหม เขาจะตอบว่า “เก่งสุดยอดพ่อท่านชูเฒ่า”วัดพัทธสีมา ท่านเป็นพระศึกษา มีความรู้ทางเวทมนต์ ใสยศาสตร์

             จากประวัติทราบว่าพ่อท่านมีอภินิหาริย์ ด้านไสเวทย์ ต่าง ๆ มากมาย มีศิษย์ มาศึกษา ความรู้ด้านความอยู่ยงคงกระพัน ซึ่งจากการอ่านหนังสือต่าง  ๆที่เคยเขียนประวัติของพ่อท่านชูเฒ่า ทราบว่ามีศิษย์พ่อท่านอยู่คนหนึ่ง ที่อวดตัวว่าตนเองว่าเก่งกาจเรื่องอยู่ยงคงกระพันแล้ว ขึ้นไปนอนบนข่อนไม้ให้เพื่อนๆ เอาเลื่อยแบบชักโค่นต้นไม้ จับด้ามฝั่งละคนเลื่อยพุงคนที่นอนบนข่อนไม้ ปรากฎว่าเลื่อยไม้เข้า ไม่ระคายผิวหนัง ต่อมาเรื่องการอุตริเข้าหูพ่อท่านชูเฒ่า ในเย็นวันหนึ่งพ่อท่านเรียกศิษย์ ผู้อวดอุตริคนนั้น มาที่กุฎิ แล้วบอกว่าเย็นนี้ให้ไปเอาหรือไปนำต้นตาลโตนด หรือ “ต้นโหนด” ปลายนาหัวนอนวัดย้ายมาปลูกหน้ากุฎิท่านด้วย 1 ต้น ในคืนวันต่อมาศิษย์ผู้อวดตนคนนั้น ระดมเพื่อน ๆ ได้ เกือบสิบคน ไปย้ายต้นโตนดตามพ่อท่านสั่งแต่พยายามเท่าไรไม่สำเร็จ พ่อท่านทราบเข้าว่ามันทำไม่ได้ ก็ไม่ว่าอะไร แต่รุ่งเช้าของคืนคืนต่อมา ชาวบ้านเห็นว่ามีต้นตาลโตนดมาปลูกยืนต้นอยู่ หน้ากุฎิพ่อท่านชูเฒ่าแล้ว ซึ่งต้นตาลโตนดมาปลูกหน้ากุฏิท่านได้อย่างน่าอัศจรรย์ เป็นการตักเตือนและให้ข้อคิดกับศิษย์ตนดังกล่าวให้มีสติและสำนึกว่าแม้จะมีบารมี เก่งกาจมากมายขนาดไหน อย่าอวดเก่ง คึกคะนองอวดอุตริ เพราะยังมีคนที่เขามีวิชา บารมีเก่งมากกว่าอยู่อีกมากที่เขาไม่อวดอุตริ

            และยังมีเรื่องพ่อท่านชูเฒ่าปลุกใบมะขามเป็นตัวตอตัวแต่นอีก หรือเรื่องพ่อท่านชูเฒ่า ตบต้นไม้ใหญ่ที่โจรมันปีนขึ้นไปเมื่อคราวมันมาลักวัวชาวบ้าน ชาวบ้านจับได้ไล่กวดจับมันรีบปีนขึ้นต้นไม้ใหญ่ ชาวบ้านเรียกให้มันลงมามันไม่ย่อมลง ชาวบ้านเฝ้าอยู่โค่นต้นไม้ ชาวบ้านจึงให้คนไปนิมนต์พ่อท่านชูเฒ่ามา ไกล่เกลี่ยให้มันลงมาจับเสียดี ๆ เพื่อจะส่งตัวให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง แต่พ่อท่านชูเฒ่าพยายามพูดเกลี่ยกล่อมเท่าไรมันไม่ลงมาเสียที พ่อท่านชูเฒ่าเลยตบโคนต้นไม้ซ้ายที ขวาทีโจรคนนั้นได้หล่นตุบลงมาที่พื้น จึงจับมันได้แบะส่งเจ้าหน้ที่บ้านเมืองดำเนินคดีตามกฎหมาย ..นี้เป็นการสั่งสอนให้พวกมิจฉาชีพมันรู้ว่า อย่าได้มา ทำร้าย ข่มเหง รังแกชาวบ้าน ส่วนวัตถุมงคลของ พ่อท่านชูเฒ่าที่ท่านได้สร้างไว้เช่น ตะกรุดทองเหลือง ที่ในปัจจุบันจัดว่าเป็นวัตถุมงคลที่หายากมาก ๆ  ส่วนเหรียญพ่อท่านชูเฒ่า วัดพัทธสีมา รุ่นแรก ปี 19 เหรียญรุ่นนี้สร้าง เมื่อปี พ.ศ 2519 เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการวางศิลาฤกษ์วิหาร วัดพัทธสีมา อ. หัวไทร จ. นครศรีธรรมราช  ปลุกเสกโดยหลวงพ่อหนูจันทร์ แห่งวัดพัทธสีมา และลูกศิษย์สายวัดพัทธสีมาเป็นเหรียญที่นิยมและมีประสบการณ์อีกเหรียญหนึ่งของเมืองหัวไทรและเมืองนครศรีธรรมราช มีเรื่องล่ำลือกันว่าเคยมีคนห้อยเหรีญพ่อท่านชูเฒ่ารุนนี้ถูกคนร้ายชักปนจ่อยิงแบบจะ ๆ แต่ปืนยิงไม่ออกและเหรียญรุ่นนี้มีพุทธคุณด้านแคล้วคลาดก็ดีนัก  พ่อท่านชูเท่ามีลูกศิษย์ ท่าน 2 องค์ คือพ่อท่านหนูจันทร์ วัดพัทธสีมา และพ่อท่านจับ วัดท่าลิพง ยังเคยร่วมปลุกเสกใหญ่กับเกจิสายเขาอ้อในงานวัตถุมงคลของอาจารย์ศรีเงิน วัดเขาอ้อ หรือ พ่อท่านซ้วน วัดบ้านด่าน ก็เคยรวมกันทำเครื่องรางวัตถุมงคลกับ อาจารย์เจ็ก เกจิสายเขาอ้อและในงานพ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง ในโอกาสสร้างเหรียญรุ่น ภปร. ก็ทราบว่าได้เชิญพ่อท่านหนูจันทร์ร่วมปลุกเสกด้วย.

ภาพ/คลิป  ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ยุทธนะ  เตมะศิริ นครศรีธรรมราช/รายงาน