วันที่ 1 พฤศจิกายน  62 เวลา 12.15 น. ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองอุดรธานี  ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ ภายในซอยสัมพันธมิตร ตำบลหมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี จากนั้น ร.ต.อ.จักพงษ์  ต้องแต้ม รองสารวัตร สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี  จึงได้ประสานไปยังรถดับเพลิงของเทศบาลนครอุดรธานี จำนวน 2 คัน รุดไปตรวจสอบ   

ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว รุ่นแคมรี่ รุ่นตัวเก่า  หมายเลขทะเบียน ข 9191 อุดรธานี   จอดอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามหน้าร้านบาร์ฝรั่ง  โดยมีควันไฟโพยพุ่งออกมาจากห้องหน้าเครื่องจำนวนมากปกคลุมมืดไปหมด และมีไฟลุกไหม้อยู่ใต้ห้องเครื่อง ส่วนคนขับรถเป็นชาย ได้เปิดประตูออกมาจาก ด้วยความตกใจและยังตั้งสติไม่ได้ บอกเพียงขับรถออกมาจากศาลปู่เจ้าย่า  อุดรธานี พอขับเข้ามาในซอย แล้วมีกลุ่มควันไฟโพยพุ่งขึ้นมาอกจากห้องเครื่อง จึงได้จอดรถ แล้วกลุ่มควันไฟ ก็ได้ออกมาจำนวนมาก ซึ่งรถคันนี้ไม่ได้ติดตั้งแก๊สอะไรเอาไว้เลย

 

 

 

 

โดยชาวบ้านที่อาศัยภายในซอย รวมถึงชาวต่างชาติ ได้พากันแตกตื่นตกใจกลัว วิ่งหนีการอลหม่าน เพราะกลัวว่ารถคันที่เกิดเพลิงไหม้ จะติดตั้งแก๊สเอาไว้ กลัวว่ามันระเบิดขึ้นมาอาจจะทำให้ได้รับอันตราย แต่ส่วนใหญ่จะไปยืนดูอยู่ห่างๆ พากับเอาโทรศัพท์มือถ่ายรูปเอาไว้

หลังจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึงได้นำถังดับเพลิง ทำการฉีดสารเคมีเอาไว้ก่อน แล้วทำการเปิดฝากระโปรงรถ ทำการฉีดน้ำเข้าไปในห้องเครื่อง ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ถึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้  จึงทำการตรวจสอบรอบคันรถ  ทำให้ทราบว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นอยู่ที่บริเวณห้องเครื่อง ซึ่งก็ไม่ได้ติดตั้งแก๊สอะไรเอาไว้ คาดว่าจะเกิดจากระบบสายไฟฟ้าช็อตขึ้นมาหรือระบบสายท่อน้ำเชื้อเพลิง ชำรุดก็เป็นได้  

 

 

 

 

ส่วน น.ส.อัจฉรา  โลห์สีทอง  อายุ27ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/19 ถนนสัมพันธมิตร ตำบลหมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี  ได้บอกว่า ในขณะที่ตนนั่งกินกาแฟ อยู่ร้านข้างบ้าน เห็นรถเก๋งขับมาจอด แล้วเกิดเพลิงไหม้ขึ้นมา โดยมีควันไฟโพยพุ่งออกมาจากห้องเครื่องยนต์และมีประกายไฟ อยู่ใต้ห้องเครื่อง  แล้วคนทำงานอยู่ในบาร์ฝรั่ง ก็นำถังดับเพลิงมาฉีด แต่ก็ยังไม่ดับไม่สนิท ทำให้ตนกับคนในละแวกแถวนี้พากันตกใจเป็นอย่างมาก พอรถดับเพลิงมาถึง สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ ทำให้รู้โล่งใจ

ร.ต.อ.จักพงษ์  ต้องแต้ม เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าของรถเก๋งหายตกใจแล้ว ก็จะทำการสอบปากคำ ว่าได้นำรถไปทำอะไรต่อเติมหรือเอาไปซ่อมอะไรหรือเปล่า เพื่อจะได้ทราบหาสาเหตุ ในการเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นมาดังกล่าว

นายกฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว  ภูมิภาค จ.อุดรธานี