ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรัง ว่า พบใบปลิวกว่า 1,000 แผ่น ระบุถึงรองผู้การฯ “ไอ้หัวล้าน” ปลิวว่อนลาน ร.5 พื้นที่ศูนย์ราชการเมืองตรัง เนื้อความแฉเปิดโปงถึงการเรียกรับผลประโยชน์มหาศาล ใช้อำนาจโดยมิชอบ ชุดสืบสวนทำงานลำบาก และขับไล่ให้ออกจากพื้นที่ จ.ตรัง

 

 

 

                 ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยขึ้นวันนี้ 6 ก.ย.62 หลังจากเมื่อช่วงเที่ยงวานนี้(5 ก.ย.) มีรายงานว่า พบแผ่นกระดาษจำนวนกว่า 1,000 แผ่น ปลิวว่อนอยู่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 บริเวณส่วนราชการต่างๆ หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (อบจ.) และศาลากลางหลังเก่า ใกล้กับ สภ.เมืองตรัง ประมาณ 40 เมตร ซึ่งมีหัวข้อในใบปลิวดังกล่าวว่า “เสียงจากตำรวจชั้นผู้น้อย” ระบุถึง รองผู้การฯไอ้หัวล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะมีบุคคลไม่ทราบฝ่ายมาตั้งไว้ไม่เกิน 5 นาที ก่อนที่จะมีบุคคลมาพบเจอ เนื่องจากบางส่วนยังถูกตั้งซ้อนกันไว้เพื่อให้กระแสลมพัดปลิวออกไป และอีกทั้งอยู่ในช่วงพักเที่ยงของเหล่าข้าราชการ ต่างก็หยิบยกใบปลิวมาอ่าน และบางส่วนก็ถือเก็บไป

                 ต่อมาอีกประมาณ 30 นาที ปรากฏว่าใบปลิวดังกล่าวไม่ทราบว่ามีกลุ่มบุคคลใดได้เก็บออกไปจากพื้นที่จนหมดเกลี้ยง โดยเนื้อความในใบปลิวดังกล่าว มีเนื้อหาเต็มหน้ากระดาษขนาด เอ 4 ระบุว่า

                 “เสียงจากตำรวจชั้นผู้น้อย” ทันทีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้ .... มาดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตรังรู้สึกดีใจกันถ้วนหน้า เพราะนายตำรวจท่านนี้เคยมีประสบการณ์การทำงานในท้องที่นครบาล ประกอบกับเป็นคนหนุ่มน่าจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาทำงานเพื่อชาวตรังได้เป็นอย่างดี และพวกเขาในฐานะผู้ได้บังคับบัญชาจะได้นายดีๆมาเป็นหัวขบวน เวลาผ่านไปไม่นานความหวังของพวกเราก็มอดดับ เพราะพฤติกรรมและธาตุแท้ของรองฯกิตติ์เนศ เริ่มปรากฏรายละเอียดดังนี้

 

 

 

 

                 1.ฝ่ายสืบสวนทั้งจังหวัด ซึ่งขึ้นตรงกับ ..... เวลาเกิดคดีสำคัญ เช่น คดียาเสพติดความผิดเกี่ยวกับชีวิต หรือคดีนโยบาย .... จะเข้ามาแทรกแซงและต่อรองกับกลุ่มคนร้าย เรียกรับผลประโยชน์เป็นเงินมหาศาล ในขณะที่พวกเราซึ่งมีหน้าที่สืบสวนต้องใช้เงินส่วนตัว ยานพาหนะส่วนตัว ทำงานอดหลับอดนอน บางครั้งต้องเดินทางไปต่างจังหวัด แต่เมื่อได้ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิด .... กลับเอาไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างน่าไม่อาย พวกเราจึงเป็นได้แค่เครื่องมือให้นายตำรวจชั่วๆเท่านั้น

 

 

 

                 2.คดียาเสพติดโดยเฉพาะคดีใหญ่ๆมักไปไม่ถึงตัวการใหญ่ ทั้งๆที่ข้อมูลต่างๆไม่ว่าคำให้การของผู้ต้องหา หลักฐานการใช้โทรศัพท์ แม้กระทั่งเส้นทางการเงิน ฝ่ายสืบสวนทำมาสมบูรณ์ขัดเจน แต่ .... กลับใช้อำนาจในฐานะผู้บังคับบัญชา ติดต่อกับผู้ค้ายาเสพติดมาต่อรองเรื่องผลประโยชน์ หลายฝ่ายแปลกใจว่ายาเสพติดยิ่งจับยิ่งมาก จะไม่ให้มากได้อย่างไร ในเมื่อไอ้หัวล้านแห่งกองกำกับการฯเป็นผู้จัดการอำนวยความสะดวกให้พ่อค้ายาเสพติดจนเป็นที่กล่าวขานกันในหมู่ผู้ค้ายาว่า “มีปัญหาปรึกษาไอ้หัวล้าน”

 

 

 

 

                 3.คดีนโยบาย เช่น แก๊งปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยมหาโหด พวกเราเป็นเหมือนคนพิการ นั่งทำตาปริบๆ จะจับกุมได้อย่างไร ในเมื่อ  .... เป็นผู้เก็บรายการ เดือนละหลายแสนบาท หากไปจับกุมเท่ากับเป็นศัตรูกับผู้บังคับบัญชา และบ่อยครั้งมักจะด่าพวกเราว่า “ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์”

                 หากพลิกปูมหลังของ .... ทราบว่าเป็นคนปลิ้นปล้อน ตลบตะแลง แม้แต่ชื่อตัวเองเคยเปลี่ยนมาหลายครั้ง ทั้งนี้เพื่อปกปิดและกลบเกลื่อนพฤติกรรมอันเลวทรามที่ทำในทุกท้องที่เคยรับราชการ พวกเราตำรวจชั้นผู้น้อย ทำงานหามรุ่งหามค่ำกลับถูกดุด่าเหมือนไม่ใช่มนุษย์ ความอดทนมีจำกัด แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะตำรวจต้องเคารพผู้บังคับบัญชา คำว่า ไอ้สัตว์ ไอ้เหี้ย พวกเราไม่กล้าด่า ..... แต่หากมีโอกาสดีๆ พวกเราอยากจะกระซิบที่ข้างหู ..... ว่า "ไอ้หัวล้านชิงหมาเกิด มึงออกจากเมืองตรังได้แล้ว” เนื้อความทั้งหมดที่ระบุไว้ ทั้งนี้หากมีความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป

 

 

 

 

-----------------------------------------------

(ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม จังหวัดตรัง)