ขอนแก่น - ชาวนาขอนแก่นท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ โอดครวญ ขอทางการอนุญาตให้สูบน้ำจากลำน้ำพองเข้านา หลังมีคำสั่งห้ามเปิดเครื่องสูบ บอกสิ้นหวังแล้วข้าวคงไม่สามารถตั้งท้องถ้าไม่ได้น้ำและฝนไม่มา

 

               วันที่ 7 ส.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานมีชาวนาในพื้นที่หมู่บ้านท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ และมีพื้นที่ใกล้กับลำน้ำพอง กำลังได้รับความเดือดร้อน ข้าวกำลังจะยืนต้นตายอีกรอบ โดยเฉพาะที่ตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์  แม้ว่าข้าวจะเริ่มมีสีเขียว เนื่องจากก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ได้มีการสูบน้ำจากลำน้ำพองเข้านา แต่ล่าสุดได้มีคำสั่งห้ามเปิดเครื่องงดสูบน้ำจากลำน้ำพองโดยเด็ดขาด ทำให้ชาวบ้านต่างก็บอกว่าเศร้า เสียใจและถึงขั้นสิ้นหวัง เพราะจะกลางเดือนสิงหาคมแล้วฝนก็ไม่มา ข้าวที่เคยได้น้ำก็เริ่มจะแห้งอีกแล้ว

 

 

               นายไพบูลย์ บุญลา เจ้าของที่นา 17 ไร่ ชาวบ้านหนองแต้ ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ บอกว่า เมื่อเกือบสองสัปดาห์ ที่นาของตนได้คิวน้ำครั้งแรกรู้สึกดีใจที่ได้ฟื้นชีวิตต้นข้าว หวังว่าจะได้คิวน้ำอีกรอบเพื่อเลี้ยงให้ข้าวโตจนตั้งท้องและออกรวง แต่มาวันนี้ฝนก็ไม่ตก ทางการก็มีคำสั่งห้ามเปิดเครื่องสูบน้ำโดยเด็ดขาด ทำให้ข้าวเริ่มขาดน้ำกันอีกแล้ว และถ้าฝนไม่มา คาดว่าข้าวก็คงจะไม่รอดจนถึงตั้งท้องหรือตั้งท้องได้ก็คงจะตายก่อนออกรวง

 

 

               “เกิดมาอายุ 70 ปีแล้ว เพิ่งครั้งแรกที่เจอแบบนี้ ที่หน้าฝนแล้งขนาดนี้ ที่สำคัญน้ำพองที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิต ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้ ทั้งที่น่าจะอนุญาตให้สูบน้ำเพื่อจะได้มีข้าวกินกัน เมื่อได้ผลผลิตก็จะได้เอาไปแบ่งปันญาติพี่น้อง หรือเพื่อนบ้านที่ที่นาอยู่นอกเขตคลอง แต่ตอนนี้คงจะต้องสิ้นหวังกันแล้ว ข้าวในยุ้งก็หมดเพราะเอาไปหว่านกันคนละหลายครั้ง ได้แต่รอหวังจากทางการจะเห็นใจชาวนาให้ อบต.เปิดเครื่องสูบน้ำได้ในเร็ววัน ตอนนี้แทบไม่อยากไปนาเพราะเห็นข้าวแล้วหดหู่เหลือเกิน”

 

 

               เช่นเดียวกับนายสมศรี สายอ่อนตา บอกว่า ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมน้ำสำหรับชาวนาสำหรับการเกษตรถูกเมิน น้ำพองเหมือนสายเลือดของคนแถวนี้ ก็น่าจะสามารถนำมาหล่อเลี้ยงชีวิตได้ กลับไม่ได้ อยากให้ทางการเห็นใจให้สามารถสูบน้ำมาเลี้ยงข้าวได้ด้วย ถ้าฝนไม่มากอีกแค่ไม่เกินสัปดาห์ข้าวคงจะยืนต้นตายหมดแน่ อย่างน้อยขอให้ปีนี้ได้มีข้าวกินกันบ้าง

 

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ วันนี้ได้ใช้น้ำก้นอ่างจนติดลบไปแล้ว 37.34 ล้านลูกบาศก์เมตร และยังคงระบายน้ำวันละ 500,000 ลูกบาศก์เมตร จนขณะนี้น้ำก้นอ่างมีปริมาณ 544.33 ล้าน หรือ 22.39 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง ขณะที่ระดับน้ำพองก็ลดลงมาก ทั้งที่ปกติหน้าฝนน้ำจะต้องสูงโดยธรรมชาติ เมื่อวัดดูลดจากระดับปกติกว่า 3 เมตร คงจะเป็นเพราะว่าเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้มีการเร่งระบายน้ำมากจนเกินไป