29 พฤษภาคม 562 จากกรณีมีผู้นำคลิปวีดีโอความยาวประมาณ 1.19 นาที โพสต์ลงทางเฟสบุ๊ก และมีการแชร์กันในโลกโซเชียล โดยคลิปดังกล่าวมีข้อความและภาพ ระบุว่า มีผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ ขึ้นไปบนเวทีการแสดงหมอลำ  

 

 

พร้อมพูดจาในลักษณะคล้ายกับข่มขู่วงดนตรีหมอลำ เพื่อต้องการให้วงหมอลำเล่นดนตรีแถมต่ออีก 30 นาที โดยมีการพูดในลักษณะคล้ายข่มขู่ว่าหากไม่ทำตามคำขอจะไม่รับรองความปลอดภัย และอาจจะพังงานด้วย ถ้าจำเป็นติดคุกก็ต้องติดคุกกันทั้งหมู่บ้าน จนสุดท้ายวงดนตรียอมเล่นดนตรีแถมตามคำขู่ ซึ่งหลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแผ่อออกไปทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในโลกโซเซียล

               

ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เข้าสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับนายกวีพันธ์ ศรีวาดมา อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้านจุมจัง หมู่ที่ 1 ต.จุมจัง อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ถูกถ่ายคลิป โดยนายกวีพันธ์ ยอมรับว่าเป็นผู้ที่อยู่ในคลิปจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีการข่มขู่ เพียงแต่เป็นการขึ้นไปพูดห้ามกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังจะหาเรื่อง เนื่องจากไม่พอใจการแสดงของวงหมอลำ อีกทั้งคลิปดังกล่าวไม่ใช่คลิปเต็ม แต่เป็นนำคลิปบางส่วนมาเผยแพร่จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด

               

นายกวีพันธ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งที่บ้านจุมจังมีการร่วมกันจัดงานประเพณีบุญบั้งไปประจำปี โดยในงานมีการจ้างวงดนตรีหมอลำมาทำการแสดงที่บริเวณลานเอนกประสงค์ของตลาดภายในหมู่บ้าน ซึ่งตามข้อตกลงสัญญาในการว่าจ้างนั้นวงดนตรีหมอลำจะต้องเริ่มแสดงเวลา 11.00 – 17.00 น.พร้อมกับตกลงกันด้วยวาจาจะเล่นแถมให้อีก 1 ชั่วโมง แต่พอถึงเวลาวงดนตรีกลับเดินทางมาทำการแสดงล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนดไว้        

 

 

อีกทั้งในช่วงระหว่างทำการแสดงนั้นเกิดสภาพอากาศท้องฟ้ามืดครึ้ม มีลมแรงเหมือนฝนจะตก ทำให้ต้องหยุดทำการแสดงไปพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาแสดงต่อกระทั่งถึงช่วงเวลาประมาณ 17.30 น.วงดนตรีกำลังจะทำการหยุดแสดง ทำให้กลุ่มวัยรุ่นหลายสิบคน ทั้งในหมู่บ้าน และหมู่บ้านใกล้เคียงประมาณ 3 กลุ่มใหญ่ ที่กำลังติดลมและเต้นกันอย่างสนุกหน้าเวทีเกิดความไม่พอใจ พร้อมกับตะโกนพูดจาในลักษณะที่จะหาเรื่อง และพยายามที่จะเข้าไปต่อรองกับวงดนตรี เพื่อให้ทำการแสดงต่ออีก ซึ่งเป็นการขอแถมอีกสัก 5-6 เพลง

             

นายกวีพันธ์ กล่าวต่อว่า ในช่วงนั้นตนเห็นเหตุการณ์ และได้ยินกลุ่มวัยรุ่นตะโกนในเชิงลักษณะขู่วงหมอลำอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับในเวลานั้นกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในอาการคึกคะนองและมีจำนวนมากกำลังจะเข้าไปหาเรื่องกับวงดนตรีหมอลำ ซึ่งทางตนและคณะกรรมการเกรงว่าเรื่องจะบานปลาย และไม่อยากให้มีการทะเลาะวิวาทกัน ตนจึงตัดสินใจขึ้นไปบนเวที พร้อมกลับนำไมค์มาพูด

 

ทั้งนี้ในการพูดของตนนั้นเป็นการใช้เทคนิคในการพูดปรามไม่ให้เกิดเรื่องขึ้น แต่มีบางช่วงบางตอนที่นำคำพูดของกลุ่มวัยรุ่นที่ข่มขู่มาพูด เพื่อให้กลุ่มวัยรุ่นได้ระงับสติอารมณ์ ไม่ให้ก่อเรื่อง พร้อมกับเจรจากับวงดนตรีให้ทำการแสดงต่อ จนสุดท้ายเหตุการณ์ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี แต่คลิปที่ถูกนำไปลงในโลกโซเชียลนั้นน่าเป็นการตัดเอาบางช่วงบางตอนไปเผยแพร่ทำให้คนฟังเข้าใจผิด ทั้งนี้ยืนยันว่าการที่ขึ้นไปบนเวทีนั้นตนไม่ได้ข่มขู่แต่เป็นการขึ้นไปพูดเพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจกัน เพื่อเป็นการป้องกันเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทเท่านั้น

               

นายกวีพันธ์ กล่าวอีกว่า เรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นตนก็ต้องขอกราบขอโทษทีมงาน คณะกรรมการ ผู้นำชุมชนทุกหมู่บ้าน ประชาชนทุกคน รวมทั้งวงดนตรีหมอลำด้วย ที่เรื่องดังกล่าวทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของหมู่บ้าน แต่อยากฝากคนที่นำภาพลงไปโพสต์ก็ต้องคำนึงถึงความเป็นจริงและต้องดูเหตุการณ์จริงด้วย เพราะอาจจะทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่สบายใจ และอาจจะเกิดความแตกแยก ซึ่งขัดกับวัตถุประสงค์ของงานประเพณีบุญบั้งไฟที่นอกจากจะรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามและยังต้องการสร้างความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชนอีกด้วย

 

 

 


เรื่อง   Jakrapong Rawiwan  ภาพ กาฬสินธุ์