เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสินทอง แสนทวีสุข อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 บ้านค้อเหนือ ตำบลกุดลาด อำเภอเมืองจังหวัดอุบลราชธานีพร้อมชาวบ้านถือป้ายเขียนข้อความเช่นถนนแบบช่วยมาซ่อมแซมหน่อย,ถนนเส้นนี้พังหมดแล้ว,อบจ.อุบลฯช่วยเราด้วยพร้อมนำต้นกล้าข้าวไปปักดำ บนถนนและปล่อยกบเนื่องจากถนนช่วงระหว่างบ้านค้อเหนือ หมู่ 12 ต.กุดลาด อ.เมืองจ.อุบลราชธานี ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ชำรุดมาเป็นเวลานานเกือบ 20 ปี ขาดการเหลียวแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาทำการซ่อมแซมทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความลำบากต้องทุกข์และทนใช้ถนนที่ชำรุดมาเป็นเวลานาน ถนนเป็นหลุมพื้นผิวถนนขรุขระชำรุด บางช่วงของถนนรถที่สัญจรไปมาต้องใช้ไหล่ถนนสัญจรแทนเพื่อหลีกผ่านผิวถนนที่ชำรุดเป็นหลุมลึก และหากยิ่งเป็นช่วงเวลากลางคืนทั้งถนนเสียหายและไม่มีไฟส่องสว่าง ยิ่งทำให้การขับขี่รถลำบากมากขึ้นวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยซ่อมแซมให้ชาวบ้านด้วย

นายสินทอง แสนทวีสุข อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 เปิดเผยว่าถนนที่ชำรุดดังกล่าว ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมานานแล้วอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการซ่อมแซมถนนให้ดีขึ้นกว่านี้เพื่อให้การเดินทางไปทำธุระในเมือง การไปเรียนหนังสือของเด็กและการไปประกอบอาชีพ ได้รับความสะดวกมากขึ้นรวมทั้งลดอุบัติเหตุในการใช้ถนน โดยเฉพาะในฤดูฝนของทุกปี หากฝนตกถนนก็จะมีน้ำขังในหลุม ทำให้มองเห็นถนนไม่ชัดเจนและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

ด้านนางกชกร ทองเรือง กล่าวว่า เนื่องจากถนนเส้นนี้สร้างมาแล้วเกือบ 20ปีซึ่งเป็นถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้านไปถึงถนนวงแหวนรอบเมืองอุบลราชธานีซึ่งตลอดระยะทางกว่า 2 กิโลเมตรถนนตกอยู่ในสภาพทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดเส้นทางชาวบ้านที่ใช้เส้นทางสัญจรต้องคอยวิ่งหลบซ้ายทีขวาทีจนบางครั้งหลบกันไปมาจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันเองเนื่องจากหลุมที่มีเยอะมากจนหลบกันไม่หวาดไม่ไหวโดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์บางคันก็ตกหลุมที่อยู่บนผิวการจราจรที่มีความลึกจนรถเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บมาแล้วหลายรายอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการซ่อมแซมให้ด้วย

จิรวัฒน์ บุญจอง ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุบลราชธานี