ถ้ำเล สเตโกดอน ถ้ำนี้เดิมชื่อว่า ถ้ำวังกล้วย แต่เหตุผลที่เปลี่ยนเป็น ถ้ำเลสเตโกดอน ก็เพราะว่ามีการค้นพบซากฟอสซิลของช้างสเตโกดอน ซึ่งเป็นชื่อช้างดึกดำบรรพ์ มีอายุเก่าแก่ ที่สำคัญค้นพบแห่งแรกและแห่งเดียวในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช พิพิธภัณฑ์ช้างทุ่งหว้า

 

 

          การเที่ยวภายในถ้ำเลสเตโกดอนทำได้ง่ายมาก นักท่องเที่ยวจะต้องนั่งเรือแคนู แต่ละลำจะมีฝีพายคอยทำหน้าที่เป็นไกด์คอยให้ข้อมูลกับเรานักท่องเที่ยวจะต้องสวมเสื้อชูชีพ หมวกกันกระแทก และไฟฉายคาดหัว (พวกอุปกรณ์เหล่าทางนี้ทางฝีพายได้เตรียมให้เรียบร้อย)เมื่อนั่งเรือแคนู เข้าไปในถ้ำจะพบกับความสวยงามจากเหล่าบรรดาหินงอกหินย้อยรูปแปลกตาประกายระยิบระยับพวกแร่แคลไซด์ ที่เคลือบอยู่ตามก้อนหิน ภายในตัวถ้ำที่กว้างขวาง จึงทำให้มีอากาศถ่ายเท สังเกตได้ถึงลมที่พัดเข้ามาปะทะผิวกายให้รู้สึกเย็นสบาย

 

          การที่คุณนั่งเรือแคนูเข้าไปในถ้ำอย่าคิดนะว่าได้นั่งชมถ้ำไปแบบสวย ๆ บอกเลยว่าที่นี่มีให้ คุณได้ตื่นเต้นและเร้าใจแบบนิด ๆ ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำขึ้นน้ำลงภายในน้ำ ถ้าช่วงไหนน้ำน้อยก็ต้องพายเรือช้าหน่อย และอาจต้องช่วยยกเรือข้ามโขดหิน หรือบางช่วงจังหวะก็มีน้ำไหลลงจากผนังถ้ำคล้ายน้ำตก ทำให้เปียกได้นะครับ

 

 

เที่ยวแหล่งอุทยานธรณีโลก แห่งแรกของไทย ที่สตูล

 

เที่ยวแหล่งอุทยานธรณีโลก แห่งแรกของไทย ที่สตูล

 

 

          ภายหลังจากการผจญภายในถ้ำตลอดระยะทางยาวกว่า 4 กิโลเมตร ก็มาถึงตรงบริเวณทางออก ที่ว่ากันว่ามีลักษณะคล้ายกับรูปหัวใจ ดูคล้ายกับว่าถ้ำเลสเตโกดอนกำลังทำให้เราประทับใจฝากความรักไว้ให้กับเราทุกคนก่อนออกจากถ้ำเมื่อพ้นจากปากถ้ำเรายังเพลิดเพลินกับบรรยากาศของป่าชายเลนที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งของเมืองไทย ด้วยการนั่งเรือหางยาว ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นภายในถ้ำเลสเตโกดอน แล้วยังมีเรื่องราวมากมายที่ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส ความสวยงามของหินแต่ละก้อนด้วยตัวของท่านเองว่างดงามขนาดใหน หากท่านสนใจความมหัศจรรย์ของถ้ำเลสเตโกดอน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล และก่อนเดินทางต้องเช็คระดับน้ำขึ้นน้ำลงด้วยนะครับ

 

 

เที่ยวแหล่งอุทยานธรณีโลก แห่งแรกของไทย ที่สตูล

 

 

เที่ยวแหล่งอุทยานธรณีโลก แห่งแรกของไทย ที่สตูล

 


                  หลังจากออกจากถ้ำเราไปกันต่อชมความมหัศจรรย์ของหาด สันหลังมังกร (Dragon Beach) หรือทะเลแหวกสันหลังมังกร คือคำเรียกขานเกาะแห่งหนึ่งของชาวชุมชนตันหยงโป จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์กลางทะเลอันดามันในยามน้ำทะเลลดลงจะดูเหมือนกระแสน้ำหลีกทางให้สันทรายโผล่ขึ้นมาซึ่งเป็นสันทรายที่เต็มไปด้วยซากเปลือกหอยนับหลายล้านตัวทับถมกัน ทำให้เกิดเป็นเส้นทางคดเคี้ยวยาวกว่า 3 กิโลเมตรสามารถเชื่อมไปยังอีกเกาะหนึ่งได้ทำให้นักท่องเที่ยวได้เดินขึ้นไปเก็บภาพความประทับใจ บนสันหลังมังกรที่เคลื่อนไหวพลิ้วอย่างสวยงาม จึงเป็นที่มาของชื่อหาดแห่งนี้ ทะเลแหวกสันหลังมังกร

 

 

เที่ยวแหล่งอุทยานธรณีโลก แห่งแรกของไทย ที่สตูล

 

เที่ยวแหล่งอุทยานธรณีโลก แห่งแรกของไทย ที่สตูล

 

          เป็นอีกหนึ่งแหล่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเพราะเดินทางสะดวก โดยนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเรือท่าเรือบ้านบากันเคย ตำบลตันหยงโปได้เลย และจะมีชาวบ้านชุมชนบากันเคยนำเรือหางยาวมาคอยให้บริการทุกวัน ใช้เวลาเดินทางเพียง 20 นาที หลายคนคงมีคำถามว่าไปสตูลต้องลงเรือท่องเที่ยวอย่างเดี่ยวเรามีเส้นทางเดินดูเหมื่อนกันนะครับเราต้องเดินขึ้นบันไดไป 335 ขั้นก็เจอปากทางเข้า ถ้ำภูผาเพชร เป็นถ้ำขนาดใหญ่ติดอันดับ 4  ของโลก มีเนื้อที่ภายในถ้ำกว่า 50 ไร่ ธรรมชาติได้สร้างความงดงามไว้ให้ชมกัน เพดานถ้ำสูงโปร่ง มีหินงอกหินย้อยสวยงามมีอายุมากกว่าร้อยล้านปี

 

เที่ยวแหล่งอุทยานธรณีโลก แห่งแรกของไทย ที่สตูล

 

เที่ยวแหล่งอุทยานธรณีโลก แห่งแรกของไทย ที่สตูล

 

 

 

          เมื่อปี พ.ศ. 2541 นักโบราณคดีได้เข้าสำรวจบริเวณถ้ำตามคำเล่าของพระธุดงด์นามว่า”หลวงตาแผลง” ผู้ค้นพบถ้ำแห่งนี้จากหลักฐานนักโบราณคดีได้สันนิษฐานว่า ถ้ำภูผาเพชรแห่งนี้น่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว โดยพบหลักฐานทางโบราณคดีเช่นกระดูกมนุษย์ยุคโบราณส่วนกะโหลกศีรษะ พบเศษภาชนะดินเผาเคลือบลายเชือกทาบ ที่ก้นภาชนะมีเปลือกหอยยึดเกาะภายในถ้ำมีห้องต่างๆ 20 ห้อง มีไฟส่องสว่างตามทางเดิน มีการตั้งชื่อแต่ละห้องตามธรณีสัณฐานที่พบเห็นเช่น ห้องม่านเพชร มีลักษณะคล้ายผ้าม่านแขวนเป็นหลืบซ้อนกัน ห้องพญานาค มีหินงอกต่อตัวกันคล้ายงูใหญ่หรือพญานาคส่วนประเภทของหินงอกก็จะมีชื่อต่างๆ ตามรูปทรงที่พบเห็นมีมากถึง 31 แห่ง

 

 

 

เที่ยวแหล่งอุทยานธรณีโลก แห่งแรกของไทย ที่สตูล

 

 

          เช่น ดอกเห็ด ซุ้มประตู หัวแหวนเพชร สายน้ำเพชร หัวพญานาค เศียรพระ ก่อนจบทริปวันนี้เราไปแวะดู ปราสาทหินพันยอด ขุมทรัพย์กลางทะเลสตูล เราออกเดินทางโดยเรือหัวโทงซึ่งเอกลักษณ์ของภาคใต้พร้อมลากเรือคายัคมาด้วยเพื่ออะไรมีคำถามในใจ เราออกเดินจากเรือที่ท่าเรือชุนท่องเที่ยวบ่อเจ็ดลูก ล่องทะเลชมวิวตามท้องทะเลมาเรื่อยๆเมื่อมาถึงหน้าปากทางเข้าปราสาทหินพันยอด ความสงสัยเรื่องทำไมต้องลากเรือคายัคมาด้วยก็หมดสิ้นไป นักท่องเที่ยวเปลี่ยนเรือกลางทะเล ไปนั่งเรือคายัคเพื่อพายลอดผ่านประตูหินเข้าสู่ใจกลางปราสาทหินพันยอด เรือคายัคพาเราค่อยๆ ลอดผ่านประตูหินเข้าสู่ปราสาทหินพันยอด สีน้ำภายในที่จะมีสีออกเขียวๆ แต่ใสมากๆมีชายหาดเล็กๆอยู่ตรงหน้า เรือมาจอดเทียบให้ลงที่ชายหาดเมื่อหันหน้าออกสู่ทางประตูหิน เราก็รับรู้ได้ทันทีว่าเราได้อยู่ใจกลางปราสาทหินพันยอดที่มีลักษณะเป็นเหมือนยอดปราสาทมีขนาดใหญ่ เบื้องล่างมีน้ำทะเลใสสะอาดสีเขียวมรกต ด้านบนคือท้องฟ้าที่มีสีฟ้าสดใสสวยงาม เราได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์แบบนี้แล้วจึงอยากให้นักชอบท่องธรรมชาติทางทะเลได้มาสัมผัสความสวยงามของทะเลสตูลด้วยตาของท่านแบบที่เราได้มาเจอด้วยตัวเอง
                                        
ภาพ/เรื่อง ประเสริฐ เทพศรี