โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถป้องกันได้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้ตระหนักรู้จักเชื้อไวรัสเอชพีวี รู้สิทธิ์การเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

สตรีไทยรู้จักรู้สิทธิ์ตรวจ"ไวรัสเอชพีวี"

ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ พร้อมคณะทำงาน

         และเพื่อดูแลและป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งปากมดลูก ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ และรองอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด, เรวดี รัศมิทัต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, พล.อ.ท.นพ.การุณ เก่งสกุล ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย, นพ.จักรกริช โง้วศิริ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฯลฯ ร่วมกันจัดโครงการรณรงค์ Thailand HPV Cervical Cancer Free #เอชพีวีไม่รู้ไม่ได้แล้ว ดำเนินรายการเสวนาโดย “ดาว” อภิสรา เกิดชูชื่น พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ในแคมเปญรณรงค์ “เอชพีวีไม่รู้ไม่ได้แล้ว” ภายใต้แนวคิด “ชีวิตรักเปลี่ยนได้ด้วยความรู้เอชพีวี” โดยมี “นิโคลีน” พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 ร่วมเป็นทูตรณรงค์โครงการที่ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน

สตรีไทยรู้จักรู้สิทธิ์ตรวจ"ไวรัสเอชพีวี"

         เรวดี รัศมิทัต กล่าวว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดเกิดจากการติดเชื้อเอชพีวี กระทรวงสาธารณสุขได้รณรงค์การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันและการตรวจคัดกรอง รวมถึงการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกมาอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มสิทธิให้แก่ผู้หญิงไทยในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีเอชพีวี ดีเอ็นเอ จึงถือเป็นความสำเร็จอีกหนึ่งก้าวในการยกระดับการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนชาวไทย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขก็จะยังคงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้แก่ประชาชนให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติต่อไป

สตรีไทยรู้จักรู้สิทธิ์ตรวจ"ไวรัสเอชพีวี"

“นิโคลีน” พิชาภา ลิมศนุกาญจน์-“ดาว” อภิสรา เกิดชูชื่น

         สำหรับการเพิ่มสิทธิสตรีพื้นฐานในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยเอชพีวี ดีเอ็นเอ ที่จะเริ่มดำเนินการในปี 2563 นี้ นพ.จักรกริช โง้วศิริ  กล่าวว่า เพื่อให้เป็นไปตามข้อแนะนำการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกฉบับปรับปรุง เดือนกันยายน 2561 ของ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงได้เห็นชอบให้ดำเนินการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยเอชพีวี ดีเอ็นเอ เทสต์ (HPV DNA test) มาแทนการตรวจด้วยแปปสเมียร์หรือวีไอเอ ในปี 2563 เป็นต้นไป เนื่องจากการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยเอชพีวี ดีเอ็นเอ เป็นการตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอชพีวีที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก

สตรีไทยรู้จักรู้สิทธิ์ตรวจ"ไวรัสเอชพีวี"

         ซึ่งวิธีนี้มีความไวในการตรวจหาเซลล์ผิดปกติสูงมาก ประกอบกับผลการศึกษาการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ โดยโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ระบุว่า เอชพีวี ดีเอ็นเอ เทสต์ เป็นวิธีการตรวจมะเร็งปากมดลูกที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ทำให้สามารถตรวจพบผู้ป่วยในระยะแรกเริ่มเพิ่มขึ้นและเข้าสู่การรักษาได้โดยเร็วก่อนลุกลาม ช่วยให้อุบัติการณ์และการเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกลดลงเมื่อเทียบกับวิธีคัดกรองในปัจจุบัน ทั้งยังมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งรูปแบบของบริการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยเอชพีวี ดีเอ็นเอ จะเป็นวิธีคัดกรองมะเร็งปากมดลูกลำดับแรกในกลุ่มประชากรอายุ 30-60 ปี กรณีที่ผลการตรวจไม่พบเชื้อจะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองทุก 5 ปี และในกรณีที่ตรวจพบเชื้อจะทำการตรวจยืนยันซ้ำและเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป