พร้อมๆ กับสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งอุบัติขึ้น ณ เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และกระจายไปไม่ต่ำกว่า 18 ประเทศทั่วโลก ตามการเคลื่อนย้ายของ ‘ผู้ป่วย’ ที่เป็นพาหะ อีกปัญหาหนักหน่วงที่รัฐบาลนานาประเทศต้องเผชิญควบคู่ไปด้วย ก็คือ การแพร่กระจายของข่าวปลอม (เฟคนิวส์) ที่เกิดขึ้นรายวัน สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้เสพข่าวโซเชียลที่ละเลยคำว่า ‘ชัวร์ก่อนแชร์’

 

ข่าวปลอมแพร่ 'ไว' กว่าไวรัสโคโรน่า

 

 

          มีรายงานข่าวจากเว็บไซต์ NHK World ว่า เจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศของเอเชีย กำลังต่อสู้อย่างหนักกับข่าวปลอมและข่าวลือต่างๆ บนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับไวรัสโคโรน่า แม้กระทั่งสิงคโปร์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศลำดับต้นๆ ที่มีคะแนนความรู้และทักษะด้านดิจิทัลในระดับสูงของภูมิภาคนี้ ก็ยังพลาดพลั้งโดยสื่อออนไลน์ยักษ์ใหญ่ค่ายหนึ่งของประเทศ นำเสนอข่าวปลอมโดยไม่รู้ตัวกรณีพาดหัวว่า มีรายงานผู้เสียชีวิตรายแรกจากไวรัสนี้ในสิงคโปร์ และใช้อำนาจตามกฎหมายจัดการข่าวปลอมที่ประกาศใช้เมื่อปีที่แล้ว ให้สื่อดังกล่าวถอดข่าวนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่สังคม

 

 

 

ข่าวปลอมแพร่ 'ไว' กว่าไวรัสโคโรน่า

 


          เหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้เกิดขึ้นในมาเลเซีย และไต้หวันเช่นกัน และแน่นอนว่าเผยแพร่โดยไวผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ซึ่งไนไต้หวัน ทางการก็มียาแรงจัดการปัญหาข่าวปลอม โดยผู้ที่ถูกตรวจสอบพบว่าเป็นคนเผยแพร่ข่าวปลอมและข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับสุขภาพ จนอาจก่อให้เกิดอันตรายต้องถูกปรับเงินตามกฎหมาย


          จากบริบทข้างต้น ยักษ์ใหญ่ที่เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มออนไลน์และเครือข่ายโซเชียลระดับโลก จึงกลายเป็นจำเลยไปโดยปริยายในประเด็นนี้ จนล่าสุดทั้งเฟซบุ๊ก กูเกิล และทวิตเตอร์ ประกาศความพยายามในการจำกัดวงการแพร่กระจายของข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับไวรัสโคโรน่า ผ่านช่องทางแพลตฟอร์มของแต่ละราย ตัวอย่างข่าวปลอมที่แชร์กันสนั่นโซเชียลทางประเทศฝั่งตะวันตกก็ได้แก่ น้ำมันหอมระเหยออริกาโน (OREGANO oil) มีสรรพคุณรักษาไวรัสโคโรน่าได้ ข่าวลือเกี่ยวกับทฤษฎีสมคบคิด เป็นต้น ทั้งนี้ เว็บไซต์เดลี่เมล์ของอังกฤษ ระบุเพิ่มเติมว่า การแพร่กระจายข่าวปลอมเหล่านี้ไปไวที่สุด ก็คือการรีทวีต ผ่านทวิตเตอร์

 

 

ข่าวปลอมแพร่ 'ไว' กว่าไวรัสโคโรน่า

 

 



          โดยเฟซบุ๊ก ได้ผนึกกำลังกับองค์กรพันธมิตร 7 รายออกมาตรการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact Check) 9 หัวข้อ เพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยง/โอกาสที่ข้อความซึ่งถูกเผยแพร่บนเฟซบุ๊กจะเป็นข้อมูลเท็จ ทั้งในเรื่องสถานการณ์การแพร่กระจายของไวรัส วิธีการรักษาแบบผิดๆ เป็นต้น รวมถึงติดป้ายประกาศให้เป็นที่รับรู้กันสำหรับผู้ที่โพสต์ข้อมูลผิดๆ อีกด้วย ขณะที่ ทวิตเตอร์ ก็นำทางผู้ใช้งานในสหรัฐ ที่ทำการค้นหาคำผ่านแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องกับไวรัสโคโรน่า เพื่อโยงเข้าไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (Centers for Disease Control and Prevention) ส่วนกูเกิล ที่เป็นเจ้าของยูทูบ ก็ใช้อัลกอริธึมส์ จัดลำดับแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ให้ขึ้นมาเป็นวิดีโอคลิปลำดับต้นๆ ซึ่งรวมถึงคลิปบอกเล่าที่มาของไวรัสโคโรน่าและวิธีการติดต่อของโรค ที่มียอดวิวมากกว่า 430,000 ครั้ง

 

 

ข่าวปลอมแพร่ 'ไว' กว่าไวรัสโคโรน่า

 


          สำหรับสถานการณ์ข่าวปลอมในประเทศไทย จากการมอนิเตอร์และรับแจ้งเรื่องเกี่ยวกับประเด็นไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 25-ช่วงเช้าของวันที่ 29 มกราคม 2563 พบว่า มีจำนวนข้อความที่แจ้งเข้ามาทั้งสิ้น 7,587 ข้อความ แต่มีจำนวนที่ต้องตรวจสอบ (Verify) 160 ข้อความ โดยพบว่ามีข่าวที่เกี่ยวข้องโดยตรง 20 เรื่อง แบ่งเป็น ข่าวปลอม 16 เรื่อง และข่าวจริง 4 เรื่อง


          โดยข่าวปลอม ได้แก่ 1.กรมควบคุมโรค หยุดใช้เครื่องตรวจวัดฯ​ ไวรัสโคโรน่าฯ 2.สเปรย์พ่นปาก ฆ่าเชื้อไวรัสโคโรน่า 3.พนักงานการบินไทยติดโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรน่า 4.กรมควบคุมโรคยกเลิกการคัดกรองผู้โดยสารด้วยเทอร์โมสแกน 5.คลิปสุดช็อค! ไวรัสโคโรน่า ทำคนล้มทั้งยืน 6.เชื้อไวรัสโคโรน่าฯ ติดต่อผ่านการมองตาได้ 7.พัทยาพบผู้ป่วยเสียชีวิตจากไวรัสโคโรน่า 1 ราย

 

 

ข่าวปลอมแพร่ 'ไว' กว่าไวรัสโคโรน่า

 


          8.พบผู้ป่วยชาวจีนติดเชื้อไวรัสโคโรน่า รักษาตัวที่ จ.พระนครศรีอยุธยา 9.พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า เสียชีวิตที่ จ.ภูเก็ต เพิ่ม 1 ราย 10.ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จ. นครราชสีมา 11.สีจิ้นผิงสั่งใช้กฎหมายสูงสุด วิสามัญฯ โดยเจ้าหน้าที่ 12.วิธีป้องกันคือ ต้องรักษาความชุ่มชื้นของเยื่อเมือกลำคอ 13.รัฐบาลจีนปิดบังข้อมูล แท้จริงมีผู้ติดเชื้อ 90,000 ราย 14.ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าทำให้เสียชีวิตทุกรายในเวลาอันสั้น 15.เตือน! เขตคลองเตยให้ใส่แมส รอฟังแถลงข่าวฯ 2 รายในไอซียู และ 16.เชื้อ H3N2 ระบาดถึงเชียงใหม่ ‘ไวรัสโคโรน่า” ตัวใหม่จากอู่ฮั่น


          ส่วนข่าวจริง ประกอบด้วย 1.กรมควบคุมโรคยืนยันไม่หยุดคัดกรอง และเพิ่มความเข้มข้นในการรับมือไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ จริงหรือ? 2.ประกาศ!! หน้าเว็บโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนามีการปรับเปลี่ยนลิงค์ที่เผยแพร่ใหม่ จาก .html เป็น php จริงหรือ? 3.ผู้ป่วยไวรัสโคโรน่า จ.นครปฐม ผลตรวจเป็นลบ สธ.รับมือเข้ม ชี้ชัดไม่พบการระบาดในไทย จริงหรือ? และ 4.คปภ.แจง ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันภัยการเดินทาง คุ้มครองโรคไวรัสโคโรน่า