royal coronation
27 มกราคม 2563
ไลฟ์สไตล์

กัญชา ยาทางเลือก ข่าวดีคนไทย อบรมระยะสั้น

6 ธันวาคม 2562 - 11:10 น.
หมอยาทางเลือก,กัญชา,การแพทย์
Shares :
เปิดอ่าน 1,714 ครั้ง

กัญชา ยาทางเลือก ข่าวดีคนไทย อบรมระยะสั้น คอลัมน์... หมอยาทางเลือก

 

 

 

          เรื่องราวของกัญชาทางการแพทย์ ต้องบอกว่ายังคงมาแรงในหน้าข่าวสาร แซงทุกตำรับยาจริงๆ ทั้งๆ ที่ เจ้าพืชชนิดนี้มีผู้นำมาใช้รักษาโรค บำบัดโรคมาเนิ่นนานแล้ว

 

 

          นั่นเพราะเมืองไทยเพิ่งมี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 ที่ทำให้กัญชาในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือต้องห้ามจนแตะไม่ได้ ความหวังของผู้ป่วยชาวไทยจึงสดใสขึ้นมาทันที


          โดยเฉพาะยังมีการเปิดการอบรมการปลูกกัญชาทางการแพทย์ โดยศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพบางเดชะ (ภูมิภูเบศร) โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้รับเสียงตอบรับล้นหลาม


          กัญชาคืออะไร
          ก่อนจะไปว่ากันที่หลักสูตรการอบรมดังกล่าว มาทำความรู้จักเจ้ากัญชากันอีกครั้ง

 

 

 

ไร่กัญชา 


          กัญชา หรือต้นกัญชา เป็นพืชชนิดหนึ่ง ลักษณะใบมนแฉกลึกเข้าไปทางก้านหลายแฉก ดอกสีเขียว ช่อดอกเพศผู้และช่อดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ใบและช่อดอกเพศเมียที่แห้งใช้สูบมีสรรพคุณทำให้มึนเมา เปลือกลำต้นใช้ทำเชือกป่านและทอผ้า


          จากประวัติศาสตร์พบว่าการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคนั้นเริ่มขึ้นในประเทศจีนเมื่อ 2600 ปีก่อนคริสตกาล (BC) จักรพรรดิเสินหนิงของจีน ซึ่งเป็นผู้ค้นพบวิธีการชงชาและการดื่มชา เป็นผู้อธิบายสรรพคุณทางยาของพืชกัญชาในตำรายาสมุนไพรจีนเป็นครั้งแรก และริเริ่มให้มีการเพาะปลูกพืชกัญชาเพื่อใช้เป็นยารักษาโรคนับจากนั้นเป็นต้นมา


          ต่อมาการปลูกกัญชาได้ขยายไปในประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชีย และประเทศอินเดีย จนปี 2382 นายแพทย์ชาวอังกฤษ William O'Shaughnessy ขณะนั้นกำลังปฏิบัติงานอยู่ในอินเดีย ได้ทดลองและค้นพบว่ากัญชานั้นมีสรรพคุณทางการแพทย์ สามารถใช้ระงับอาการปวด เพิ่มความอยากอาหาร ลดการอาเจียน คลายกล้ามเนื้อ และลดอาการชักได้

 

 

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร



          จากนั้นได้มีการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์กันอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศอังกฤษและในกลุ่มประเทศตะวันตก ตลอดจนมีการซื้อขายกัญชาในร้านยาทั่วไปได้โดยไม่ผิดกฎหมาย


          จนกระทั่งในปี 2480 ประเทศอเมริกาได้มีการรายงานว่าการใช้กัญชามีผลทำให้ผู้ใช้ขาดสติ เกิดอาการประสาทหลอน และก่อให้เกิดอาชญากรรมขึ้นได้ จึงมีการถอนกัญชาออกจาก United States Pharmacopoeia และยกเลิกการใช้กัญชาในการรักษาโรค มีการห้ามใช้กัญชาในการรักษาโรคในอังกฤษและยุโรปในตั้งแต่ในปี พ.ศ. 2514 เป็นต้นมา


          สำหรับบ้านเรา กัญชาเคยถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522


          จนกระทั่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฉบับใหม่ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 ได้อนุญาตให้สามารถนำมาใช้ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การแพทย์ การรักษาผู้ป่วย หรือการศึกษาวิจัยและพัฒนาการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ได้

โรงเรือนกัญชา

 

 

          สรรพคุณ
 
        อย่างที่ว่าไปกัญชาจัดว่าเป็นสารเสพติดที่่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท แต่ก็เป็นยารักษาโรคด้วย โดยตำรายาไทยจะใช้เมล็ดกินเป็นยาชูกำลัง ช่วยเจริญอาหาร แต่ถ้ากินมากจะมีอาการหวาดกลัวและหมดสติ


          ข้อมูลจาก https://medthai.com รายงานถึงสรรพคุณของกัญชาไว้ละเอียดตั้งแต่ยอดใบจนถึงทั้งลำต้น ดังนี้


          ยอดอ่อนกัญชา เมื่อนำมาสกัดด้วยแอลกอฮอล์ จะได้สารที่เรียกว่า “ทิงเจอร์แคนเนบิสอินดิคา” ซึ่งเป็นน้ำยาสีเขียว เมื่อกินเข้าไปประมาณ 5-15 หยด จะมีสรรพคุณเป็นยาช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท เป็นยาสงบเส้นประสาท ทำให้นอนหลับ เคลิ้มฝัน แก้โรคสมองพิการ เป็นยาระงับปวด และเป็นยาแก้อักเสบ


          ดอกใช้เป็นยาแก้โรคเส้นประสาท เช่น นอนไม่หลับ คิดมาก หรือใช้กับผู้ป่วยที่เบื่ออาหาร โดยนำมาปรุงเป็นอาหารให้กิน

 

 

 


          ใบใช้เป็นยาแก้ไข้ผอมเหลือง ไม่มีกำลัง ตัวสั่น เสียงสั่น และยังรักษาโรคหอบหืด ช่วยขยายหลอดลมและลดการหดตัวของหลอดลม ด้วยการนำใบสดมาหั่นให้เป็นฝอย แล้วเอาไปตากแห้ง จากนั้นจึงนำมาสูบเป็นยารักษาโรค


          ส่วนดอก นำมาผสมกับยาฉุนพญามือเหล็ก หั่นแล้วสูบเป็นยาช่วยกัดเสมหะในลำคอ ส่วนเมล็ดใช้เป็นยาแก้กระหายน้ำ และยังมีสรรพคุณเป็นยาแก้ท้องผูกในคนสูงอายุได้ดี โดยใช้เมล็ดซึ่งมีน้ำมัน 30% ให้ใช้ร่วมกับตัวยาอื่นๆ ในตำรับยา


          สำหรับยาพื้นบ้านล้านนาจะใช้เมล็ดกัญชาจำนวน 3 เมล็ด นำมาผสมกับพริกไทย 3 ผล บดให้เป็นผง ใช้ผสมกับน้ำกินทุกคืนเป็นยาคุมกำเนิดสำหรับสตรี และยังช่วยแก้ประจำเดือนไม่ปกติของสตรีอีกด้วย


          น้ำยาสีเขียวที่สกัดได้จากยอดอ่อนด้วยแอลกอฮอล์ มีสรรพคุณเป็นยาแก้โรคบิด แก้ปวดท้อง และโรคท้องร่วง (ยอดอ่อน) ส่วนเมล็ดก็มีสรรพคุณเป็นยาแก้บิดเช่นเดียวกับยอด


          ทั้งต้นใช้ภายนอกเป็นยาแก้โรคผิวหนังกลากเกลื้อน ใช้เป็นยาแก้กล้ามเนื้อกระตุก ช่วยลดอาการเจ็บปวดจากโรคไขข้ออักเสบ


          นอกจากสรรพคุณที่กล่าว ในทางการแพทย์ยังใช้ประโยชน์จากกัญชาในการรักษาโรคและบรรเทาอาการอย่างหลากหลาย เช่น ใช้แก้ปวดหัวไมเกรน แก้อาการสั่นเพ้อ แก้อาการไอ อ่อนล้า ปวดประจำเดือนของสตรี โรคข้อ หรือกระทั่งโรคมะเร็งบางชนิด

 

 

ชมกรรมวิธีการปลูก

 


          หลักสูตรที่ต้องบอกต่อ
          ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีข่าวดีสำหรับคนไทย เมื่อศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพบางเดชะ (ภูมิภูเบศร) โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี จะมีการจัดอบรม “การปลูกกัญชาทางการแพทย์แบบเกษตรอินทรีย์สำหรับประชาชนและเกษตรกร” รุ่นที่ 1 ปี 2562 ภาคบรรยายและปฏิบัติการไปแล้ว


          ล่าสุด ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานยุทธศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า จากครั้งนั้นมีเสียงตอบรับดี


          มาหนนี้จึงได้เปิดให้บุคคลทั่วไปที่มีความสนใจได้เข้ามาเรียนรู้ โดยคิดค่าใช้จ่ายท่านละ 200 บาท ซึ่งรวมเป็นค่าอบรม เอกสารและอาหารกลางวันด้วย เป็นรูปแบบจะเป็นการอบรมระยะสั้น 1 วัน


          เริ่มตั้งแต่ข้อกฎหมายที่ควรรู้ การใช้ประโยชน์จากกัญชา ทั้งแบบพื้นบ้านดั้งเดิม และการใช้ในระบบบริการสุขภาพ รวมทั้งระบบการปลูกเทคนิคการปลูก/การเก็บเกี่ยวตามมาตรฐาน นอกจากนี้ยังได้เข้าชมระบบการปลูกจากสถานที่จริงที่แปลงปลูกกัญชาของอภัยภูเบศรด้วย

 

 

ดูงานในสถานที่ปลูกกัญชา

 


          สามารถสอบถามหรือลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่โทร.0-3721-1289 (ในวันเวลาราชการ) หรือเฟซบุ๊กสมุนไพรอภัยภูเบศร เริ่มเปิดอบรมครั้งแรกวันนี้ (6 ธ.ค. 2562) รับจำนวนไม่เกิน 40 คน


          แต่ถ้าใครพลาดรอบแรก สามารถติดตามสอบถามในรอบอื่นถัดไปตลอดเดือนธันวาคม 2562 นี้
 

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ