เพราะความที่ยังสด ไม่เจนเวที พลันที่ถูกไว้วางใจให้รับตำแหน่ง “นางสาวไทย 2562” หลายคนชื่นชมว่าเหมาะ “สมมง” ขณะที่อีกกระแสคิดต่างและลงเอยด้วย “คำวิพากษ์วิจารณ์” พาลไปจนถึง “คำด่า” เสียๆ หายๆ จากแฟนนางงามที่มีความคาดหวังสูง พลอยให้เจ้าของมงกุฎนางสาวไทยในยุคที่สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธฯ กลับมาจัดประกวดอีกครั้งอย่าง “บิ๊นท์” สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ ต้องเจอบททดสอบตั้งวันแรกที่มงลง และดูเหมือนว่าจะเป็นเป้าให้โจมตีอยู่ได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะด้านหน้าตาและรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูจะยัง “ไม่เป๊ะ” สำหรับการเป็นตัวแทนประเทศบินไปชิงมงกฎนางงามระดับอินเตอร์ที่ประเทศญี่ปุ่น

   เปลี่ยนคนด่าให้มารัก... "บิ๊นท์" สาวคมคิดระดับอินเตอร์

“บิ๊นท์” บนรถแห่ทั่วกรุงให้แฟนๆ ได้ชื่นชมความงามอย่างใกล้ชิด

    หากเป็นคนอื่นคงถอดใจถึงขั้น “เสียศูนย์” แต่ไม่ใช่กับนางงามยิ้มสู้คนนี้ เธอตั้งสติแล้ว “ปรับทัศนคติให้เป็นบวก” มองให้ทะลุถึงปัญหา ตั้งหน้าปรับปรุงแก้ไขตัวเองจนค่อยๆ ได้รับการยอมรับ สุดท้ายเปลี่ยนคำวิจารณ์ให้เป็น “คำชม” กลายเป็นพลังบวกให้มั่นใจ จนในที่สุดสามารถพิชิตมงกุฎ “มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019” พ่วงรางวัลพิเศษ “ราชินีแห่งเอเชีย” สำเร็จ เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยในรอบ 59 ปี !!!

    วันที่ “บิ๊นท์” สิรีธร หอบความภาคภูมิใจพร้อมมงกุฎไข่มุกบินกลับมา ทั้งเสียงชื่นชมและกำลังใจมาเต็ม วินาทีแรกที่เท้าสัมผัสแผ่นดินเกิด สาววัยเบญจเพสเผยความรู้สึกว่า ขนลุกที่มีคนมารอต้อนรับมากมาย น้ำตาไหล ปลื้มปริ่ม จากเด็กธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่คิดว่าจะมีคนสนใจ รู้สึกมีพลัง ภูมิใจที่สามารถทำชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้ เชื่อว่าคนไทยรอมงกุฎนี้มานานมาก

เปลี่ยนคนด่าให้มารัก... "บิ๊นท์" สาวคมคิดระดับอินเตอร์

    “จริงๆ เป็นคนกำหนดเป้าหมายกับการประกวดครั้งนี้ไว้ไกลๆ แต่ไม่คิดว่าจะต้องได้ที่ 1 แค่ทำให้ดีที่สุดในทุกๆ วัน เพราะกองประกวดนี้เก็บข้อมูลไว้เงียบมาก ทุกคนรู้ผลวันตัดสินกันจริงๆ วันประกาศผลว่าไทยแลนด์ก็เลยเห็นบิ๊นท์หน้าเหวอ เรียกว่าเราเป็นม้ามืดได้เลย เพราะมีตัวเก็ง มีคนสวย และมีความสามารถเต็มไปหมด ที่ได้มงกุฎมาคิดว่าเราทำดีที่สุด ไม่ได้คาดหวังเกินไป เลยไม่กดดันตัวเอง” มิสอินเตอร์เนชั่นแนลหมาดๆ เผย

     ย้อนกลับไปถึงหมัดเด็ดสุดท้ายที่น็อกคู่แข่งจนได้ชูมือ “ยืนหนึ่ง” บนเวที สาวบิ๊นท์กล่าวสุนทรพจน์ได้อย่างกินใจในธีมการประกวด “เชียร์ วีเมน” โดยเลือกพูดจากประสบการณ์ตรงของตัวเองว่า ทุกคนเคยเป็นคนธรรมดากันมาก่อน ไม่มีใครเกิดมาแล้วประสบความสำเร็จเลย คำพูดนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจได้ เป็นการสื่อสารที่อยากให้ผู้หญิงทุกคนกล้าในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ ถ้าเป็นความฝันก็ลงมือทำเลย... 

เปลี่ยนคนด่าให้มารัก... "บิ๊นท์" สาวคมคิดระดับอินเตอร์

    ปฏิเสธไม่ได้ว่าทัศนคติที่เผยบนเวทีในรอบตัดสินวันนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการถูกวิพากษณ์วิจารณ์ต่างๆ นานาจากแฟนนางงามกลุ่มหนึ่งที่กลายเป็นบททดสอบสำคัญ เรื่องนี้ “น้องบิ๊นท์” เปิดใจว่าทุกคนย่อมอยากได้ตัวแทนประเทศที่ดีที่สุด เหมาะสม เป็นคำติชมที่มีที่มาที่ไป ไม่ใช่อยู่ดีๆ แล้วจะมาด่า ซึ่งส่วนตัวไม่เคยคิดโกรธ ท้อแท้หรือหมดกำลังใจ กลับยอมรับว่าตอนนั้นอาจจะยังไม่ดีพอ ยังขาดหลายจุด ต้องรีบแก้ไข...

     "บิ๊นท์จะเสียใจแค่วันแรก อย่างตอนได้ตำแหน่งนางสาวไทยปุ๊บโดนด่าก็ตกใจ น้ำตาไหล แต่พอวันถัดมาก็ไม่เป็นไร คิดว่าเขาคงติเพื่อก่อ ก็คุยกับทีมงานว่าเราต้องเพิ่มตรงนั้นตรงนี้ตามที่เขาบอกมาดีมั้ย ก็หารือกันแล้วพัฒนาไปเรื่อยๆ สุดท้ายอย่างที่ทุกคนเห็นว่าแฟนนางงามไม่มีคนเกลียดเราขนาดนั้นหรอก ถ้าเราพัฒนาแล้วพิสูจน์ตัวเองได้ สุดท้ายทุกคนก็กลับมารัก รู้สึกภูมิใจกับมันมาก ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง" สาวคมคิดระดับอินเตอร์ เผยพร้อมกับบอกด้วยว่าเคล็ด (ไม่) ลับง่ายๆ ที่ทำให้ฟื้นตัวเร็วจากการถูกโจมตีอย่างหนัก แค่เวลามีอะไรเข้ามาแล้วทำให้เครียดก็จะตัดทิ้งเร็วมาก ไม่พยายามเก็บไว้ เพราะจะเป็นอุปสรรคกับการพัฒนา อาจทำให้ทำเป้าหมายไม่สำเร็จ แต่จะเอาคำวิจารณ์มาปรับ และจะทำให้ได้ ซึ่งวันนี้ก็เป็นบทพิสูจน์หนึ่งแล้วว่าทำได้จริงๆ ไม่ใช่ความรู้สึกสะใจ แต่เป็นความภาคภูมิใจในฐานะตัวแทนคนไทย   

    เปลี่ยนคนด่าให้มารัก... "บิ๊นท์" สาวคมคิดระดับอินเตอร์

     ความสำเร็จและความภาคภูมิใจครั้งนี้ มิสอินเตอร์เนชั่นแนลป้ายแดงยกให้เป็นที่สุดในชีวิต เป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่มากๆ สำหรับผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่เคยผ่านเวทีประกวดความงามอะไรมาก่อน อย่างที่หลายคนรู้ตลอดชีวิตของเธอมีแต่เรียนและทำกิจกรรมกับสถาบัน ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนบดินทร์เดชา จนเข้าคณะเภสัชศาสตร์ รั้วมหิดล จบแล้วทำงานเป็นเภสัชกรด้านการตลาด (Product Specialist ด้านยาคุ้มกันบำบัด) ของ บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัด และชั่วโมงนี้บนนถนนสายนางงามกับตำแหน่งยิ่งใหญ่ระดับโลกที่น้อยคนจะมีโอกาสได้สัมผัส

    “ก็เคยคิดตัั้งแต่เด็กๆ เวลามองนักกีฬาระดับชาติไปแข่งขันแล้วได้เหรียญทอง รู้สึกว่าเขาเท่จังเลย เขาเป็นตัวแทนประเทศ แล้วเราอยากทำอะไรให้ประเทศแบบนั้นได้บ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าเราจะทำได้ จนกระทั่งเราได้ลองเดินตามความฝันที่เราอยากทำจริงๆ มันใกล้นะ เราทำได้ ก็เลยมีความสุข อิ่มใจมาก ถามว่าชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรหลังได้ตำแหน่ง บิ๊นท์เพิ่งกลับมา ยังไม่ได้ทำอะไรมาก รู้สึกเราก็ยังเป็นตัวเรา แต่หลังจากนี้ภารกิจรออยู่แน่ๆ หลักๆ ก็จะมีงานด้านการกุศล ออกรายการ และงานด้านอื่นๆ ที่อาจเข้ามา” บิ๊นท์ เผยพร้อมรอยยิ้ม     

เปลี่ยนคนด่าให้มารัก... "บิ๊นท์" สาวคมคิดระดับอินเตอร์

    ถามถึงความตั้งใจต่อจากนี้ เจ้าของตำแหน่งมิสอินเตอร์เนชั่นแนลคนแรกของไทย ระบุอยากใช้ตำแหน่งและชื่อเสียงเป็นกระบอกเสียงเรื่องการดูแลสุขภาพเนื่องจากตัวเองเป็นเภสัชกร ช่วงเก็บตัวประกวดที่ญี่ปุ่นได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง อย่างการไปเยี่ยมชมการดำน้ำเก็บไข่มุกมิกิโมโตะซึ่งเป็นคนอายุ 60 ปีแล้ว แต่ยังแข็งแรงมาก แสดงให้เห็นว่าการใช้ชีวิต การกินอยู่ของคนญี่ปุ่นมีคุณภาพมาก จึงอยากสานต่อโครงการอะไรก็ตามที่มีส่วนทำให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

     ขณะที่แผนชีวิตในอนาคต นอกจากอาชีพเภสัชกรที่มีตำแหน่งความงามการันตีก็สนใจงานในวงการบันเทิง เพราะถือเป็นโอกาสชีวิตใหม่ๆ ที่จะเข้ามา และถ้ามีโอกาสเล่นละครก็อยากเล่นบทนางร้ายเพราะดูสนุกดี (หัวเราะ) จะเปิดรับงานต่างๆ ด้วยความตื่นเต้น

เปลี่ยนคนด่าให้มารัก... "บิ๊นท์" สาวคมคิดระดับอินเตอร์

   “บิ๊นท์อยากขอบคุณพี่น้องชาวไทยทุกคน ตอนที่อยู่ญี่ปุ่นเหมือนอยู่ตัวคนเดียว สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจนอกจากครอบครัวและพี่ๆ ทีมงานแล้วคือแฟนๆ ชาวไทย บิ๊นท์เข้าไปอ่านหลายๆ คอนเมนต์ มันเป็นพลังกลับมาเยอะมาก ไม่เคยคิดว่าคอมเมนต์หนึ่งจะมีพลังได้มากขนาดนี้ มันอิ่มใจ ทำให้เราไม่กลัว ไม่กังวลอะไรเลย รู้สึกว่าเราเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวของประเทศ ข้างหลังเรามีคนคอยสนับสนุน ก็เลยเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามั่นใจ และมีพลังให้คว้ามงกุฎสำเร็จค่ะ” เภสัชกรที่สวยที่สุดในโลก กล่าวทิ้งท้าย

      และนี่คือรางวัลของคนที่ไม่เคยท้อต่ออุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามากระทบระหว่างทางเดินสู่ความฝัน สำคัญว่าทุกก้าวย่างเป็นก้าวที่มีเป้าหมายชัดเจน...

เรื่อง/ชาญยุทธ ปะวะขัง