royal coronation
27 มกราคม 2563
ไลฟ์สไตล์

เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์มีดีมากกว่าความใหญ่

24 พฤศจิกายน 2562 - 00:00 น.
เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์,ยานยนต์
Shares :
เปิดอ่าน 351 ครั้ง

เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์มีดีมากกว่าความใหญ่ คอลัมน์... ยานยนต์

 

 

 

          เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สำหรับปิกอัพรุ่นแรกของเอ็มจีในไทย คือ “เอ็กซ์เทนเดอร์” ซึ่งเอ็มจี ให้นิยามมันว่า “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” ความหมายก็ตามนั้นคือ เป็นรถปิกอัพที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาด หลังจากศึกษาพบว่าลูกค้าปิกอัพชอบรถคันใหญ่

 

 

 

 

          เอ็กซ์เทนเดอร์มี 2 ตัวถัง คือ ไจแอนท์ แค็บ หรือปิกอัพมีแค็บ ซึ่งมี 5 รุ่นย่อย ราคา 5.49-7.29 แสนบาท และดับเบิลแค็บ หรือปิกอัพ 4 ประตู 5 รุ่นย่อย ราคา 7.59 แสนบาท-ไปจนถึง 1.02 ล้านบาท ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ
  

          ราคาที่เปิดมาไม่ถึงกับทำให้ตลาดร้องว้าว... เพราะไม่ได้ถูกกว่าค่ายใหญ่ๆ ในตลาดอย่างเด่นชัด ซึ่งเอ็มจีก็พูดชัดเจนว่าไม่ต้องการใช้เรื่องราคาเป็นตัวนำ เพราะต่อไปในอนาคตจะถูกมองว่าเป็นปิกอัพราคาถูกและยากที่จะแก้ภาพนั้นได้ ก็ใช้วิธีเกาะกลุ่มราคากันไป แล้วไปใส่ออปชั่นให้เหนือกว่าคู่แข่งแทน
   

 

 

 

 

          เอ็มจีพูดชัดเจนว่าจุดขายของเอ็กซ์เทนเดอร์ จะต้องพยายามสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งซึ่งนอกจากเรื่องของความกว้างขวาง (แต่ถ้าเบาะนั่งผู้ขับขี่จะเพิ่มความยาวเพื่อรองรับต้นขาอีกหน่อยก็จะดี) ความนุ่มนวลที่โดดเด่นแล้วก็ยังมีจุดขายในเรื่องของออปชั่นที่ใส่เข้ามาเต็มที่ โดยอุปกรณ์มาตรฐานสำคัญๆ ด้านความปลอดภัย เช่นดิสก์เบรก 4 ล้อ ถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบเสริมแรงเบรก ระบบกระจายแรงเบรก ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน กล้องมองภาพรอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลังและด้านหน้า และกล้องมองหลัง เป็นต้น
   

 

 

 

 

 


             ภายในห้องโดยสารใช้วัสดุสัมผัสนุ่ม หรือซอฟท์ทัชหลายจุด เช่น ส่วนล่างของคอนโซลหน้า แผงประตู และกล่องเก็บของระหว่างเบาะ
   

          เอ็กซ์เทนเดอร์ยังติดตั้งไอ-สมาร์ท ที่จะเป็นลูกเล่นใหม่ในตลาดปิกอัพ เป็นระบบที่สั่งการให้โทรออกเปิด-ปิดหรือควบคุมระบบปรับอากาศ หน้าต่างฝั่งคนขับ วิทยุภายในรถ รวมถึงสามารถใช้ค้นหาจุดสนใจได้ทั้งทางหน้าจอ ทัชสกรีน หรือว่าสมาร์ทโฟน การตรวจสอบข้อมูลของรถ การสั่งล็อกหรือคลายล็อกจากระยะไกล ตรวจสอบตำแหน่งรถ แข้งความผิดปกติ เป็นต้น 
  

          แผงหน้าปัดแบบสปอร์ต จอทัชกรีน 10 นิ้ว กุญแจระบบสมาร์ทคีย์ ระบบพุชสตาร์ท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า เบาะด้านหลังพับได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระ หากว่าเดินทางกันแค่ 2 คนก็เป็นอีกหนึ่งการออกแบบเพื่อเพิ่มความสามารถในการใช้งาน
  

 

 

 

 

          ทั้ง 2 รุ่นใช้เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,400 รอบ/นาที


          เกียร์มีทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เกียร์ธรรมดา 6 สปีด การขับขี่มีโหมด ECO และ POWER ให้เลือก และรุ่นดับเบิลแค็บมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนน 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L
   

          เอ็มจีบอกว่าตั้งแต่เปิดตัว การผลิตยังไม่พร้อมนัก แต่ตอนนี้เริ่มพร้อมกับรุ่น 4 ประตูที่เริ่มส่งเข้าโชว์รูมและเริ่มส่งมอบให้ลูกค้า และมีรถพร้อมสำหรับการทดสอบ


          เอ็มจี จัดทดสอบไล่จากไต้ขึ้นมา อีสาน เหนือ แบ่งเป็นช่วงๆ รวมแล้วกว่า 3,000 กม. ซึ่งผมไปรับช่วงขอนแก่น-เลย-พิษณุโลก ซึ่งเป็นหนึ่งเส้นทางที่สวยงาม หลากหลาย และมีความท้าทาย เพราะมีทั้งทางหลวง ทางเล็กๆ ระหว่างเมือง และทางเขา เช่น ช่วงที่ขึ้นไปภูเรือ หรือช่วงจากภูเรือมาพิษณุโลกผ่านทางนครไทย วังแก้ว
  

 

 

 

          รุ่นที่ทดสอบเป็น 4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งเครื่องยนต์ 161 แรงม้า เพียงพอต่อการใช้งาน เดินทางได้สบายๆ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางแบบไหน การออกตัวทำได้ดี กระฉับกระเฉงสำหรับรถปิกอัพ การเร่งแซงก็ไว้ใจได้ ไม่ว่าช่วงทางราบหรือว่าการแซงบนภูเขา ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานสำหรับการเดินทาง เพราะรุ่นนี้ไม่ได้เน้นการบรรทุก แต่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่า
   

          การออกตัว การทำความเร็วช่วงต้น ช่วงกลางทำได้ดี แต่ช่วงความเร็วปลายจะอืดๆ หน่อย แต่ก็คงไม่ใช่สาระสำคัญนัก เพราะมันเป็นความเร็วที่ในชีวิตประจำวันคงไม่ค่อยได้ใช้กันนัก
   

          ส่วนโหมดเพาเวอร์ ช่วยกระตุ้นการตอบสนองของเครื่องยนต์ขึ้นมาได้ แต่ไม่มากนัก โดยส่วนตัวผมว่าไม่จำเป็นต้องใช้ การทำงานของเกียร์ลื่นไหลดี จังหวะเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล ไม่มีจังหวะสะดุดหรือกระชาก และมีระบบเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเองหากใครต้องการ แต่ผมว่าไม่จำเป็นอีกเช่นกัน ใส่เกียร์ D ก็พอ ระบบเกียร์ที่ฉลาดช่วยให้การขับขี่ลื่นไหล ยกเว้นช่วงลงเนินยาวๆ ถึงจะหันมาใช้เพื่อให้เกิดเอ็นจิ้นเบรก ลดการใช้เบรกปกติ
  

 

 

 

          ระบบกันสะเทือนของเอ็กซ์เทนเดอร์ ด้านหน้าอิสระปีกนกคู่ด้านหลังแหนบแบบซ้อนแผ่น แต่เอ็มจีเซตช่วงล่างต่างจากค่ายอื่นๆ คือ การรับน้ำหนักน้อยกว่า เหตุผลก็คือมองว่าตลาดนี้ลูกค้าไม่มีเป้าหมายใช้รถเพื่อบรรทุกสิ่งของที่หนักนัก ดังนั้นจึงปรับตั้งให้สะดวกสบายรองรับคนโดยสารมากกว่า
  

          ผลออกมาตามนั้นครับ ช่วงล่างนุ่ม นั่งสบายจริง การกระแทกกระเทือนมีน้อย เจอทางขรุขระเป็นหลุมเป็นร่องเอ็กซ์เทนเดอร์เก็บเรียบ เชื่อว่าใครที่ชอบความนุ่มๆ สบายจะชอบอารมณ์ของมัน
  

          และสิ่งที่ต้องชมอีกอย่างคือทำให้นุ่ม แต่ไม่ยวบครับ แต่ก็แน่นอน ความนุ่มของช่วงล่างมีผลบ้างกับการขับขี่ในเส้นทางคดโค้งบนเขา จากการให้ตัวของตัวถัง ช่วงแรกๆ ของการไต่ขึ้นภูเรือผมก็ค่อยๆ ย่องสร้างความคุ้นเคย เมื่อรู้จักกันมากขึ้นก็ค่อยเติมความเร็วเข้าไป และก็รับรู้ได้ว่าเอ็กซ์เทนเดอร์ก็ขับสนุกได้ในเส้นทางแบบนี้ ก็อย่างที่บอกครับว่ามีอาการย้วยบ้าง แต่ไม่ยวบ
   

 

 

 

          แน่นอนอารมณ์บนเขาไมได้สปอร์ตเหมือนปิกอัพบางรุ่น เช่น ฟอร์ด เรนเจอร์ แต่ก็รองรับเส้นทางเขาได้สบายๆ พวงมาลัยแม่นยำใช้ได้ น้ำหนักอาจจะเบาไปหน่อย เอาใจคนชอบขับสบายๆ แต่สายสปอร์ตน่าจะอยากได้หนักกว่านี้สักหน่อย แต่จุดดีของมันก็คือที่ความเร็วสูง ความนิ่งของพวงมาลัยยังดี การควบคุมไม่ต้องเพิ่มน้ำหนัก แค่จับหลวมๆ เช่นเดิม เสียดายแต่ว่าการปรับพวงมาลัยมีเฉพาะขึ้น-ลง เท่านั้น แต่ปรับเข้า-ออก ไม่ได้
  

          โดยสรุปต้องบอกว่าเป็นรถสำหรับใช้เดินทาง มันสอบผ่าน เครื่องยนต์ใช้ได้ อาจจะไม่เด่นนัก รถกว้างขวางนั่งสบาย แถมด้วยความเงียบภายในห้องโดยสารที่เด่นมาก ไม่ว่าเสียงเครื่องยนต์ เสียงยาง เสียงลม ที่เล็ดลอดเข้ามาได้น้อยครับ

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ