royal coronation
11 ธันวาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

 'เรธ อีเกิล 8' สปอร์ตคูเป้แพงที่สุด! หนึ่งเดียวในสยาม

22 พฤศจิกายน 2562 - 10:00 น.
Pinnacle of Luxury,โรลส์-รอยซ์,Eagle VIII
Shares :
เปิดอ่าน 477 ครั้ง

โรลส์-รอยซ์ เปิดตัวยนตรกรรมรุ่นพิเศษเ 'เรธ อีเกิล 8' รถสะสมของ "อภิอัครมหาเศรษฐี" เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตลาดรถยนต์หรูในไทยนับว่าไม่ธรรมดา โดยทาง โรลส์-รอยซ์  ให้ความสำคัญเพราะคนไทยเองชอบศิลปะของ bespoke  ที่หมายถึง ผลิตตามคำสั่ง นั่นเอง ไทยเองมีความเติบโตขึ้นและอายุผู้เป็นเจ้าของยนตรกรรมหรูเริ่มน้อยลงจากเลขห้าลงมาเหลือสี่ และ ‘เรธ อีเกิล 8’ ที่นำเสนอคันนี้ราคาไม่ได้รับการเปิดเผยออกมา แต่จากราคาของรุ่น เรธ ปกติจะเริ่มต้นที่ 32 ล้านบาท ประมาณการณ์ว่า 'เรธ อีเกิล 8' มีเฉียด ห้าสิบล้านเพราะนี่ คือหนึ่งในรถสะสมของ "อภิอัครมหาเศรษฐี"

‘เรธ อีเกิล 8’ สร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากการเดินทางอันน่าทึ่งของ 2 นักบิน คือ กัปตันจอห์น อัลค็อก และ อาร์เธอร์ บราวน์ ผู้ประสบความสำเร็จในการขับเครื่องบินทิ้งระเบิด Vickers Vimy สมัยสงครามโลก ครั้งที่ 1 ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกโดยไม่จอดพัก เป็นครั้งแรกของโลกช่วงปี 2462

เครื่องบินที่ผ่านการปรับแต่งเป็นพิเศษ ติดตั้งเครื่องยนต์ของ โรลส์-รอยซ์ อีเกิล 8 Eagle VIII 350 แรงม้า ถึง 2 ตัว ซึ่งเป็นที่มาของชื่อรุ่นสำหรับยนตรกรรมสุดพิเศษนี้ เป็นเสมือนการฉลองครบรอบ 100 ปี ของการเดินทางอันยิ่งใหญ่ ที่สะท้อนถึงการผจญภัยในปัจจุบัน และเพื่อเป็นเกียรติแด่บรรดาวีรบุรุษผู้บันทึกประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่

ระหว่างการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ นักบินทั้ง 2 ประสบปัญหาแทบจะทุกรูปแบบ วิทยุสื่อสารและระบบ นำทางไม่สามารถใช้งานได้เกือบตลอดการบิน ทำให้ทั้งคู่ต้องอาศัยสัญชาติญาณ บินผ่านกลุ่มเมฆหนาทึบและหมอกเย็นจัดนานหลายชั่วโมง บางครั้งถึงขั้นบินกลับหัว แต่ด้วยทักษะอันยอดเยี่ยมของ อาร์เธอร์ บราวน์ ก็สามารถทำให้พวกเขารอดมาได้อย่างปลอดภัย โดยเครื่องยนต์ โรลส์-รอยซ์ อีเกิล 8 กลายเป็นสิ่งเดียว ในค่ำคืนนั้นที่สามารถทำงานได้อย่างไร้ที่ติตลอดการบิน ทำลายสถิติด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 185 กม./ชม.

“ผมไม่แน่ใจว่าควรชมเชยสิ่งใดมากสุด ระหว่างความมุทะลุ, ความมุ่งมั่น, ทักษะ, วิทยาศาสตร์, เครื่องบิน, เครื่องยนต์ โรลส์-รอยซ์ หรือความโชคดีของพวกเขา” 

เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล กล่าวถึงการเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกของ อัลค็อก และ บราวน์ และยังเป็นข้อความที่ถูกนำมาติดอยู่ภายในรถคันนี้อีกด้วย

ตัวถังของ ‘เรธ อีเกิล 8’ใช้ สีกันเมทัลตัดกับสีเซลบี เกรย์ Selby Grey สีเดียวกันที่ใช้บนตัวเครื่องบิน  แบ่งเป็นสัดส่วนโดยเส้นทองเหลือง สื่อถึงรายละเอียดที่อยู่ด้านใน กระจังหน้า

สีดำได้รับอิทธิพลจากเครื่องยนต์ โรลส์-รอยซ์ อีเกิล 8 ที่ถูกติดตั้งอยู่บนเครื่องบินทิ้งระเบิด Vickers Vimy ขณะที่ล้อแม็กเคลือบเงาเป็นบางจุดด้วยสีเทาเข้มคล้ายใบพัดเครื่องบิน

ห้องโดยสารผ่านการตกแต่งอย่างประณีตและดูร่วมสมัย ให้สอดคล้องกับสีตัวถัง วัสดุทองเหลืองถูกใช้ในจุดสำคัญทั่วทั้งส่วนของที่นั่งคนขับ หนังแท้สีเซลบี เกรย์ (Selby Grey) และสีดำ แต่งขอบด้วยทองเหลือง สื่อถึงเครื่องวัดระยะทางหาเส้นรุ้งและเส้นแวงทองเหลือง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อความสำเร็จในการเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก

กรอบลำโพงผลิตจากทองเหลือง แสดงระยะทางโดยประมาณกว่า 1,880 ไมล์ ของไฟล์ทการบินในตำนาน นอกจากนั้นโมโนแกรม ‘RR’ ยังถูกตกแต่งด้วยด้ายสีทองเหลืองบนที่วางแขน ความสว่างไสวของทองเหลืองช่วยเติมเต็มช่องใส่ของบริเวณประตู ขณะที่ประตูฝั่งผู้ขับตกแต่งด้วยแผ่นเหล็ก สลักถ้อยแถลงของเชอร์ชิลต่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของนักบินทั้งคู่

 แดชบอร์ดถูกตกแต่งให้สะท้อนทิวทัศน์ ด้วยแรงบันดาลใจจากไฟล์ทบินยามราตรีของวีรบุรุษผู้กล้าหาญ ซึ่งนักบินทั้ง 2 ได้เห็นในท้ายที่สุด หลังบินฝ่าเมฆหมอกหนาออกมาได้สำเร็จ ด้วยกรรมวิธีร่วมสมัย 

ผสานเทคนิคดั้งเดิม ไม้ยูคาลิปตัสรมควันผ่านการชุบสูญญากาศเป็นสีทอง ก่อนนำไปเลี่ยมกับเงินและทองแดง เพื่อถ่ายทอดรายละเอียดอันสวยงามของพื้นโลกยามค่ำคืนเมื่อมองจากท้องฟ้า การตกแต่งนี้

ทอดยาวไปจนถึงคอนโซลกลาง มอบประสบการณ์พิเศษแด่ผู้ครอบครอง เบาะผู้ขับสอดคล้องกับเพดานรถ ขณะที่ส่วนล่างของอุโมงค์กลางถูกบุและเย็บด้วยด้ายทองเหลือง สะท้อนถึงเครื่องบิน Vickers Vimy เครื่องยนต์ วี12 สูบ ได้อย่างชัดเจน

นาฬิกาในรถยนต์  โรลส์-รอยซ์ นับเป็นเครื่องประดับอันเลอค่าอีกชิ้นหนึ่ง ลูกค้าหลายท่านจึงเลือกตกแต่งในส่วนนี้ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของพวกเขา ‘เรธ อีเกิล 8’ ก็เช่นกัน ผู้บุกเบิกที่กล้าหาญของเราพบว่า 

แผงหน้าปัดอุปกรณ์ของพวกเขาแทบกลายเป็นน้ำแข็ง เนื่องจากระดับความสูงและสภาพอากาศอันย่ำแย่ แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ในตอนนั้น มาจากแสงสีเขียวของแผงควบคุมและประกายไฟจากเครื่องยนต์ทางกาบขวาของเครื่องบิน

เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว แผนก Bespoke Collective ของ โรลส์-รอยซ์ ได้ประกอบนาฬิกาเข้ากับพื้นผิวที่ตกแต่งให้ดูคล้ายมีน้ำแข็งเกาะอย่างอัจฉริยะ แสงสีเขียวเรืองรองส่องสว่างยามกลางคืน เข็มชั่วโมง สีแดงแบบเดียวกับเข็มทิศ ได้แรงบันดาลใจจากลวดลายเส้นสายบนแผงหน้าปัดนาฬิกา ขณะที่พิกัดลงจอดถูกสลักไว้ด้านล่าง

 

ส่วนประกอบที่มีเสน่ห์มากสุดของรถคันนี้ เป็นเพดานห้องโดยสารที่สวยงามด้วยแสงดาว Starlight Headliner เส้นใยไฟเบอร์ออปติก 1,183 จุด แสดงตำแหน่งของดวงดาวบนฟากฟ้าในช่วงเวลาของไฟล์ทบินในปี 2462 เส้นทางบินและหมู่ดาวต่างๆ ถูกถักร้อยด้วยเส้นด้ายทองเหลือง โดยเรื่องราวที่ทั้ง 2 บินฝ่าหมู่เมฆเพื่อใช้ดวงดาวนำทาง ถูกบอกเล่าผ่านเส้นใยนำแสงไฟเบอร์ออปติกสีแดง ควบคู่กับการเย็บปักเป็นลาย

ก้อนเมฆ นอกจากนั้นยังมีแผ่นเหล็กที่มีข้อความ ‘The celestial arrangement at the halfway point 00:17am June 15th 1919, 50” 07’ Latitude North – 31” Longitude West’ แสดงจุดกึ่งกลางของการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์

คุณกฤษดา สวามิภักดิ์, ผู้จัดการทั่วไป โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก กล่าวว่า “เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ของประวัติศาสตร์การเดินทางอันยิ่งใหญ่ เราภูมิใจนำเสนอหนึ่งในยนตรกรรมรุ่นพิเศษ ที่สามารถสะท้อนความหรูหรา, ความประณีต และจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ได้ดีที่สุด ซึ่งลูกค้า โรลส์-รอยซ์ ในไทย ล้วนชื่นชอบยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์และประณีตบรรจง ปีนี้ โรลส์-รอยซ์ จึงตอบสนองด้วยยนตรกรรมสั่งทำพิเศษอีก 1 รุ่น นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่งาน ‘The 2019’ ที่ได้รวบรวมยนตรกรรมสุดหรูมาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด”

สุดท้ายถ้าท่านผู้อ่านทุกท่านอยากชมคันจริงจะสัมผัสถึงความเป็นงานศิลปะชั้นสูงมากกว่าแค่ยนตรกรรมลักซ์ชัวรีระดับโลก โดยจัดแสดงเป็นครั้งแรกในงาน ‘Pinnacle of Luxury 2019’ ระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2562  ณ สยามพารากอน แฟชั่นฮอลล์ 

 

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย                                                                                                                                         

E-mail : [email protected] 

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ