royal coronation
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562
ไลฟ์สไตล์

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : ตัวจริงเรื่องสิ่งแวดล้อม

วันที่ 15 ตุลาคม 2562 - 12:46 น.
อเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์,อเล็กซ์ เรนเดลล์,อเล็กซ์,EEC Thailand,ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาประเทศไทย,อเล็กซ์ เรนเดลล์ ไลฟ์สไตล์,ไลฟ์สไตล์ คมคิดเจนเอ็กซ์ คมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 138 ครั้ง

ทุ่มสุดตัวให้ภารกิจปลูกฝังองค์ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมแก่เด็กรุ่นใหม่

         หน้าตาว่าหล่อแล้ว แต่หัวใจของชายหนุ่มคนนี้หล่อยิ่งกว่า สำหรับ อเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ หรือ  อเล็กซ์ เรนเดลล์ พระเอกระดับแถวหน้าของเมืองไทย ผู้ทุ่มสุดตัวให้ภารกิจปลูกฝังองค์ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมให้แก่เด็กรุ่นใหม่ ซึ่งเจ้าตัวออกแรงกายแรงสมองด้วยหัวใจทำมานานกว่า 7 ปี...ครั้งนี้เมื่อเสร็จการร่วมกิจกรรมกับ “แพรวแชริตี้” อเล็กซ์ มาเล่าให้ฟังว่ากว่าจะมาถึงวันนี้เขาต้องผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้างและที่สุดเป้าหมายในวันข้างหน้าของคือสิ่งใด???

         “อเล็กซ์” เปิดฉากการสนทนาด้วยการเล่าถึงที่มาของงานที่ทำควบคู่กับงานในแวดวงบันเทิงว่า เริ่มค้นหาจากสิ่งที่ตัวเองสนใจและชื่นชอบ แล้วมาตกผลึกว่าตัวเองชอบกิจกรรมเอาท์ดอร์รวมถึงมีความสนใจเรื่องของธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ซึ่งถูกหล่อหลอมจากครอบครัว

          “ตอนอายุประมาณ 10 ขวบ ผมสนใจเรื่อง “ช้าง”  เพราะความประทับใจที่เคยมีโอกาสไปเจอครูสอนและทำวิจัยเรื่องช้าง กระทั่งมาถึงอีกหนึ่งเหตุการณ์คือ “ช้างขวัญเมือง” ได้รับบาดเจ็บ รู้สึกอยากช่วย จึงทำกิจกรรมระดมทุนช่วยขวัญเมือง ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับจากทั่วประเทศ แล้วต่อด้วยกิจกรรมการระดมทุนจัดซื้อรถพยาบาลช้าง สิ่งเหล่านี้ยิ่งค่อยๆ ตอกย้ำภาพของกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมชัดเจนมากยิ่งขึ้น ที่สุดเริ่มมีองค์กรรวมทั้งหน่วยงานต่างๆ เรียกตัวให้ไปช่วยก็เป็นจังหวะเดียวกันที่เราเองค้นพบจุดยืนของตัวเองชัดขึ้นด้วยว่าสามารถสร้างประโยชน์ได้ ช่วยเหลือสังคมได้ ช่วยคนได้ ช่วยสัตว์ได้ ทั้งๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ รู้สึกว่ามันเจ๋ง เราทำอะไรได้ตั้งเยอะโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ” นักแสดงหนุ่มหัวใจรักสิ่งแวดล้อมเล่าย้อนถึงที่มา

         จากกิจกรรมที่ชอบสู่ไอเดียอยากทำธุรกิจในรูปแบบ “กิจการตอบแทนสังคม” หรือ Social Enterprise : SE ธุรกิจที่ยึดแนวทางการตอบแทนประโยชน์สู่สังคมเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ชื่อ EEC Thailand (ENVIRONMENTAL EDUCATION CENTRE THAILAND) ซึ่งเขาเรียกตัวเองว่าเป็น “ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาประเทศไทย” โดยเปิดแคมป์ทั้งที่ป่าและทะเลรับสมัครคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกิจกรรมภายใต้การเรียนรู้ แล้วตระหนักถึงปัญหา สุดท้ายเข้าใจและพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการลงมือช่วยกันดูแลรักษาโลกใบนี้

          “ผมเป็นนักสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแต่เป็นนักจัดการเพื่อให้มันเกิดสิ่งดีๆ โดยมีผู้เชี่ยวชาญ มีนักวิชาการ ร่วมทำงานไปด้วยกัน เราไม่ใช่ครู เด็กๆ ต้องเรียนกับครูจริงๆ แต่ตอนนั้นแค่ว่าเราทำโซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์ มันคือธุรกิจตอบแทนสังคม ขณะที่เราไม่ได้มีมุมมองทางด้านธุรกิจเพียงแค่เราอยากทำอะไรขึ้นมาสักอย่างแล้วให้มันเลี้ยงตัวเองให้ได้ เรื่องผลประกอบการ เรื่องกำไรยังคิดไม่เป็นด้วยซ้ำ หลังจากนั้นทุกอย่างคือการเริ่มเรียนรู้ไปทีละขั้นตอนจาก 1 2 3 แล้วก็ขยายตัวไปเรื่อยๆ เริ่มต้นด้วยการทำงานเองทุกอย่างจนกระทั่งมีลูกน้องและเข้ามาทำหน้าที่บริหารในปัจจุบัน” ผู้บริหารหนุ่ม(หัวใจ)หล่อ เล่าประสบการณ์ตลอด 5 ปีที่กว่า  จะยืนได้ในจุดนี้”

         ในฐานะที่นั่งแท่นผู้บริหาร(มือใหม่) “อเล็กซ์” ยอมรับว่าความยากในการดำเนินธุรกิจตอบแทนสังคมของเขานั้นต้องเผชิญสองอุปสรรคสำคัญ คือเรื่องร่างกายและเรื่องการบริหารคน

         “ด้วยชั่วโมงการทำงานเหมือนเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากที่เคยเป็น เนื่องจากต้องทำงานตีคู่กับวงการบันเทิงด้วย จันทร์ อังคาร พุธ ถ่ายละคร พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ก็มีงานค่ายที่ต้องทำและงานด้านสิ่งแวดล้อมจนไม่มีเวลาให้ตัวเองนี่คืออุปสรรคเรื่องร่างกาย ประการที่สองเรื่องการบริหารคนจากตอนแรกคิดว่าการบริหารธุรกิจเป็นเรื่องยากแต่พอลงมือทำลงมือศึกษาถึงรู้ว่าเรื่องระบบธุรกิจไม่ยากเท่ากับการบริหารคน ด้วยความที่อีอีซี เป็นองค์กรเล็กๆ ผู้บริหารมือใหม่ ตัวเราเองก็งานแรก ถึงจะเป็นผู้บริหารใหญ่ที่สุดก็ไม่ใช่ว่าจะมีประสบการณ์เยอะหรือฉลาดกว่าทุกคน ขณะเดียวกันพนักงานที่มาทำงานด้วยก็มีแต่คนเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ ก็เลยต้องเรียนรู้ในวิธีที่ยาก ต้องพลาดมาก่อนถึงจะรู้ว่าสิ่งนั้นได้สิ่งนี้ไม่ได้ ประกอบกับตัวเองเป็นคนดื้อไม่มีใครสามารถมาบอกเราได้ว่าอีอีซี ควรเป็นแบบนี้แบบนั้น เพราะเรามั่นใจว่าตัวเองรู้จักมันมากที่สุดกว่าใครในโลกนี้ ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องยากมากที่ต้องสู้กับตัวเอง ต้องเผชิญกับปัญหา สุดท้ายปัญหาของอีอีซี คือมาจากคนทั้งหมดรวมทั้งตัวเราด้วย” บอสหนุ่ม เผย

          แม้จะโดนทดสอบด้วยอุปสรรคนานัปการ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นแรงผลักให้ “อเล็กซ์” มีเรี่ยวแรงพาอีอีซี ไปต่อ นั่นคือผลสำเร็จของค่ายซึ่งไม่ใช่เม็ดเงินแต่เป็นน้องๆ ที่เคยเข้าร่วมกิจกรรมแล้วกลับมาอีกหลายๆ ครั้ง

          “งานของค่ายมีผลสำเร็จตลอดเวลา เรารู้สึกแบบนั้น ถามว่าสำเร็จถึงจุดที่สุดหรือไม่ ก็ไม่ขนาดนั้น แต่เป็นผลงานให้เราเห็นแบบครั้งต่อครั้ง ไม่ใช่ความสำเร็จด้านธุรกิจ แต่เห็นเด็กที่เติบโตและแข็งแรงขึ้นจริงๆ เรายิ่งทำเรายิ่งเชื่อในสิ่งที่เราทำ จากที่เราต้องไปลุยขายโครงการเอง ตอนนี้มีแต่คนเข้ามาหาเรา ค่ายของเราเต็มจนมีคนมาลงชื่อรอเผื่อมีคนยกเลิกเพื่อที่จะเสียบ เราปล่อยออกไป 1,500 ที่นั่ง ภายใน 24 ชั่วโมงหมดไป 800-900 ที่นั่ง มันเร็วมาก นี่คือสิ่งที่ทำให้เราอยากไปต่อ ไปต่อ ไปต่อ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งแรงผลักคือน้องๆ ที่เคยมาค่ายในวันนี้คือน้องๆ ที่เคยมาค่ายแล้วเกือบทั้งนั้น บางครั้งพี่สาวเคยมาแล้ว ต่อมาเขาพาน้องตามมาด้วย หรืออย่างเด็กค่ายอายุ 13-15 ปี ทำหลอดไม้ไผ่ขายเพื่อทดแทนหลอดพลาสติกในกิจกรรมในโรงเรียนตัวเอง และที่ประทับใจมากคือเด็กบางคนจากค่ายเลือกเรียนสัตวแพทย์ในระดับมหาวิทยาลัย บางคนทำงานด้านอนุรักษ์กับสหประชาชาติ คือเราเห็นเรื่องราวของเด็กเหล่านี้เยอะมาก ลองคิดดูว่าในอีก 30 ปีข้างหน้า เมื่อเด็กๆ เติบโตขึ้นเป็นผู้จัดการ เป็นซีอีโอ หรือทำธุรกิจ เชื่อว่าการตัดสินใจของเขาจะต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เขาจะไม่ฉวยโอกาสเอาแต่กำไรเพราะเขาเคยเห็นแล้วว่าการเลือกผลกำไรมากกว่าคนร่วมโลกมันส่งผลในทางลบอย่างไรได้บ้าง เหล่านี้ต่างหากเป็นความสำเร็จ ซึ่งตอนแรกที่ทำผมได้แค่เชื่อ แต่ทุกวันนี้ผมเห็นผลลัพธ์แล้ว” ผู้บริหารหัวใจสีเขียวกล่าวด้วยน้ำเสียงแห่งความภูมิใจ

         นอกจากการมีส่วนในการจัดการเพื่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมดีๆ อย่างตั้งใจแล้ว “อเล็กซ์” บอกว่าเขายังได้รับในอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะการเรียนรู้ที่จะลดความสำคัญในตัวเองลง

         “ประการแรกได้เติบโตในการงานของตัวเอง ทุกวันนี้นอกจากตัวเองเป็นนักแสดงแล้ว ผมยังเป็นนักสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน จากจุดเริ่มต้นซึ่งเป็นเพียงงานอดิเรกตอนนี้อีอีซี เป็นชีวิตของเราเท่ากับละคร ประการที่สองเราได้เข้าในเรื่องการบริหาร มั่นใจว่าหลังจากนี้ไม่ว่าจะทำอะไรเราก็มีเซนต์เกี่ยวกับการบริหาร จากที่เป็นคนใจร้อนเอาแต่ใจพอต้องมาดูแลคนมากกว่า 20 ชีวิตจึงต้องรู้จักลดความสำคัญในตัวเองในบางครั้ง ประการที่สามผมได้เข้าใจว่าอะไรสำคัญอะไรไม่สำคัญในโลกนี้ การทำงานกับเด็กเราต้องมีธรรมะ การสอนสน็อกเกิลลิงเด็ก 3 ขวบพร้อมกัน 10 คนในสระว่ายน้ำคุณจะไม่รู้เลยว่าความใจเย็นของตัวเองจะถูกทดสอบมากแค่ไหน และประการสุดท้ายเราเป็นนักแสดงมีชื่อเสียงในวงการบางครั้งต้องลดตรงนั้นออกมาเพื่อให้เกิดสิ่งดีๆ ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตบนโลกได้อย่างมีความสุข ได้เติบโตในทางของตัวเอง แต่ตรงนี้ไม่ภูมิใจเท่ากับการได้เติบโต ได้เป็นที่ยอมรับจากคนที่ทำด้านสิ่งแวดล้อม” อเล็กซ์ กล่าวพร้อมย้ำถึงเป้าหมายในวันข้างว่าต้องการสร้างธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาแบบครบวงจร หรือที่เรียกว่าศูนย์ Environmental Education ด้วยการขยายธุรกิจไปต่างประเทศโดยนำขบวนการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ไปสอนคนในภูมิภาคต่างๆ ได้โดยที่เขาเป็นผู้บริหารเอง

           การทำธุรกิจตอบแทนสังคมหากศึกษาจริงๆ มันเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก เราสามารถสร้างองค์กรที่จะช่วยสังคมได้จริงๆ สำคัญคือต้องเริ่มจากตัวเองก่อน

          “อยากให้ทุกคนทำความเข้าใจว่าการดำเนินธุรกิจตอบแทนสังคม คือ 45 เปอร์เซ็นต์เพื่อสังคม และอีก 55 เปอร์เซ็นต์เพื่อธุรกิจ โดย 5 เปอร์เซ็นต์คือกำไร ที่ต้องมีในองค์การสำหรับใช้ในการจัดการ เพราะฉะนั้นพอยท์ของผมคือเราสามารถสร้างองค์กรขึ้นมาที่จะช่วยสังคมได้จริงๆ ผมไม่เคยรู้สึกผิดเลยถ้าคุณสามารถสร้างกำไรให้ตัวเองได้ควบคู่การช่วยสังคมไปด้วย ทว่าทั้งนี้ต้องเริ่มจากตัวเองก่อนว่าอยากจะช่วยสังคมแล้วใครคิดจะทำธุรกิจ อีกสิ่งหนึ่งต้องมีความรู้เรื่องบัญชีและไฟแนนซ์ที่ดีด้วย เพราะหลายคนมีไอเดียดีแต่ไม่มีความรู้การทำธุรกิจสุดท้ายมันจะมีเพดานของมัน แล้วพอต้องให้คนอื่นมาช่วยก็จะเริ่มเป๋ไป จุดยืนเราก็จะหายไปด้วย ยืนยันว่าอยากให้คนหันมาทำธุรกิจเพื่อสังคมเยอะๆ เพราะคิดว่ามูลนิธิ หรือพึ่งอาสาสมัคร เพื่อให้ประเทศก้าวหน้านั้น มันเป็นการพึ่งพาที่ยากนิดหนึ่ง ทำไมไม่ทำให้เป็นงาน คนทำได้เงินเดือน แต่งานนี้ทำเพื่อสังคม” ผู้บริหารหนุ่มแห่งอีอีซี ฝากถึงเด็กรุ่นใหม่

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-ความในใจจาก 'อเล็กซ์-โตโน่' ถึงการจากไปของ 'พะยูนมาเรียม' 
-'อเล็กซ์ เรนเดลล์' บู๊หนัก! 
-'อเล็กซ์' เคลียร์ภาพเมินใส่ 'อาเล็ก' 
-เม้าท์นอกจอ

 

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ