royal coronation
วันที่ 18 ตุลาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

เอ็มจี เอชเอส  ปฐมบทก่อนขายจริง

วันที่ 7 กันยายน 2562 - 10:00 น.
i smart Sytem,เอ็มจี เอชเอส,MG,MG HS,รถยนต์,รถยนต์เอ็มจี,เปิดตัว,รีวิว,รถใหม่,SUV
Shares :
เปิดอ่าน 2,340 ครั้ง

เขย่าตลาดรถ คอมแพ็ค เอสยูวี ให้ดุเด็ดเผ็ดอีกครั้ง

อีกครั้งที่ทาง คมชัดลึก เราได้มีโอกาสนำเรื่องราวอีกหนึ่งของรถยนต์ใน เซกเมนต์  SUV มาเล่าให้ฟังพร้อมคำเชิญก่อนเปิดตัวรถรุ่นนี้ในประเทศไทย ตอนแรกแอบลุ้นว่าถ้าเห็นตัวจริงจะว๊าวมากไหม? เพราะเราไม่มีโอกาสได้เห็นตัวจริงๆ เหมือนคนอื่นที่ไปเห็นถึงเมืองจีน ไม่เป็นไร...แต่พอครั้งนี้ได้เห็นตัวเป็นๆ ของ ออล นิว เอ็มจี เอชเอส ถึงขั้นต้องร้อง เพราะตัวรถมีความสวยเฉียบมาก ดูดีไซน์ที่ลงตัวเหมือนไม่ใช่รถที่ใครๆ ว่าเป็นรถจากประเทศจีน มีดีไซน์สากลและนี่คือรถแบบยุโรปชั้นดีรุ่นหนึ่งเลย...แค่นี้ก็กระตุ้นเรียกน้ำย่อยให้อยากขับจริงซะแล้ว! ว่าแต่..สวยแต่รูปหรือเปล่า...

ก่อนจะไปลองสัมผัส คันจริงๆ ทาง เอ็มจี ได้เล่าถึงจุดขายของ ออล นิว เอ็มจี เอชเอส ออกเป็น สามจุดใหญ่ๆ ขอเล่าเรียงเริ่มต้นถึงอย่างแรกคือเรื่อง ดีไซน์ Absolutedesign ที่  ออล นิว เอ็มจี เอชเอส ถูกออกแบบมาเป็นสปอร์ต พรีเมี่ยน เอสยูวี ด้านหน้าที่ลาดลงได้แอร์โร่ไดนามิค มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่สอดรับตลอดคัน ฐานล้อที่กว้างขึ้น กระจังหน้าขนาดใหญ่ ที่ทางเอ็มจีตีความหมาย หมุดตรงกระจังเป็นดวงดาวที่รายล้อมโลโก้ เอ็มจี อีกชั้น และได้เปิดเผยว่าเป็นโมเดลแรกที่เน้นเรื่องของเชฟ และเคิร์ฟของไม่ได้มุ่งที่คาเรคเตอร์ไลน์เหมือนที่ผ่านมา และจุดเด่นอีกจุด คือ ไฟหน้า Dazzling LED Headlights หรือไฟโปรเจคเตอร์ ส่วน LED ด้านล่างเป็นได้ทั้งไฟเดย์ไทม์ และควบไฟเลี้ยวไปพร้อมกัน

และไฟท้ายเองก็ยังเป็น  Optical LED Tail Lamps ที่มีความยาวมาก และให้ความสว่าง และสวยมากในเวลากลางคืน

อีกทั้งจุดเด่นที่คนไทยที่ชอบแบรนด์ MG ก็คือ กระจก Panoramic Sunroof  ที่รุ่นนี้มีมาให้พร้อม แถมขนาดที่ใหญ่กว่าเดิมถึง  1.19 เมตรเลยทีเดียว

และให้มาพร้อมล้อขนาด 18 นิ้ว กับยางขนาด 235/50/18 จาก Goodyear Efficient grip

จุดที่สอง Perfect Performance

ทาง เอ็มจี เปิดเผยได้เพียงแค่เป็นเครื่องยนต์  TURBO ENGINE  ต้องลุ้นว่าขนาดเครื่องยนต์จะเป็น 1.5 ลิตร 169 แรงม้าแบบในรุ่น จีเอส หรือจะมีการปรับปรุงใหม่  และมาพร้อมระบบส่งกำลัง  7-speed efficient DCT แน่นอนว่าเกียร์จะมาให้แบบ Dual Clutch  ส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถเลือกใช้ได้ตั้งแต่ E10 ไปจนถึง E85

ออล นิว เอ็มจี เอชเอส เพิ่ม จุดเด่นให้ผู้ขับ สามารถเลือกโหมด  Super Sport  ตรงปุ่มสีแดงตรงพวงมาลัย ใกล้เคียงรถสปอร์ตหรูแบรนด์ดังฝั่งยุโรปได้เลย และเมื่ออยู่ในโหมด Super Sport ไฟหน้าปัดและไฟ Ambient Light จะเปลี่ยนเป็นสีแดง มีมาให้ถึง 64 เฉดสี เกินหน้าเกินตาคู่แข่งไปเยอะ!! ยังจะเปลี่ยนตามโหมดการขับของแต่ละโหมด ยังมีเป็น welcome mode แสดงไฟทักทายตอนเราขึ้นรถอีกด้วย

มาถึงเรื่องเบาะที่นั่งให้มาแบบ Sport Bucket Seat แบบปรับไฟฟ้าคู่หน้า ชนิดที่ไม่ต้องร้องขอ เหมือนค่ายอื่น!! วัสดุมีหนังแท้ผสมหนังสังเคราะห์ เพิ่มลูกเล่นลักษณะเป็นหนังกลับสลับตรงช่วงหัวไหล่เบาะคู่หน้า น้ำหนักพวงมาลัยเป็นจะแปรผันตามให้ความมั่นใจยิ่งขึ้น และโหมด อีโค ระบบต่างๆ เช่นแอร์ก็จะปรับความแรงให้อยู่ในโหมดประหยัดน้ำมัน

ช่วงล่างเป็นแบบยูโร จูนนิ่ง ในแบบฉบับของทาง เอ็มจี อยู่แล้ว เซ็ตให้ขับสบายและมั่นใจ และตอนไปลองขับจริงตอบสนองได้ดี สร้างความมั่นใจให้คนผู้ขับขี่ได้เกินหน้าเกินตาจริงๆ ส่วนระบบเซฟตี้ ใน ออล นิว เอ็มจี เอชเอส จัดมาอยู่ในคันนี้มากกว่าทุกรุ่นที่เอ็มจี ขายมาเลย เช่น ระบบ Blind Spot Warning หรือ เตือนมุมอับสายตา

ยังให้มาพร้อม กล้อง 360 องศา ที่ค่ายอื่นต้องมากับราคาเกือบสองล้าน และที่สุดยอดแซงค่ายอื่นๆ คือ จอแสดงผลตรงแผงคอนโซลกลางที่ความระเอียดคมชัดชนิดไม่มีใครจะมาต่อกรในราคานี้อีกแล้ว!

 

จุดสุดท้าย Smartfunction 

เริ่มต้นที่แผงหน้าปัดหลังพวงมาลัยมากับ จอแสดงผลขนาดใหญ่  7 นิ้ว และมาตรวัดความเร็วและวัดรอบ มีรูปลักษณะเหมือนแบบรถหรูระดับสามล้านขึ้น และตัวจอเองยังเป็นแบบ  Interactive multi function display สามารถแสดงข้อมูลแจ้งผู้ขับขี่ได้ครอบคลุมทุกระบบบนตัวรถ และยังแสดงผลถึงระบบเอนเตอร์เทนเมนท์  ควบคุมได้จากพวงมาลัย

ส่วนหน้าจอตรงกลาง ถือว่านี่คือที่สุดในรถกลุ่มนี้แล้ว เพราะให้ขนาดใหญ่ถึง 10 นิ้ว แบบทัชสกรีน แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าเป็นแบบ IPS หรือไม่ เพราะหน้าจอให้ความคมชัดละเอียดสูงมากๆ ต้องยกนิ้วให้เลย เวลาถอยหลังทุกสภาพแสงสู้ได้หมด และไม่ทิ้ง ระบบ i smart Sytem ที่ถือว่าเป็นของคู่กัน  และเสริมอีกนิดตรงประตูหลังให้มาแบบเปิดปิดไฟฟ้าอีกด้วย และที่ให้สุดอีกเรื่องคือรีโหมดสามารถเปิดปิดกระจกรอบคันอีกด้วย 

 

สุดท้ายจะเล่าอีกนิดในช่วงขับจริง โดยทาง เอ็มจีใ ห้เราได้ลองขับคนละสองรอบเท่านั้น! ย้ำนะครับ เพราะรอบแรกเราขับเป็นโหมดปกติ อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งแล้วไปแตะที่ 100 สามารถทำได้ดีครับ ไม่ช้าแต่ก็ไม่ปรู๊ดปร๊าด การเข้าโค้งถือว่าสอบผ่านแต่นี่คือการใช้ความเร็วไม่สูง

ส่วนรอบที่สองเราได้มีโอกาสลองกดปุ่มสีแดงบนพวงมาลัยแบบ D-Shape  ความแรงแบบ super sport รอบเครื่องเปลี่ยนไปตัดที่ 6,000 รอบ และเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เกียร์เปลี่ยนได้ราบลื่นมาก เสียงเครื่องคำรามได้ยินชัดเจนเข้ามาเร้าอารมณ์ผู้ขับได้อีก... แต่น่าเสียดายที่ได้ขับน้อย การจับอาการมาเล่าได้ไม่ครบและยังไม่กล้าจะเล่าว่าดีมากน้อยขนาดไหน เอาไว้รอให้เค้าเชิญไปขับแบบจริงจังจะกลับมาเล่ากันต่อครับ...

ครั้งนี้เป็นเพียง ปฐมบท แรกของ All NEW MG HS  ที่เราต้องคอยติดตามในวันเปิดตัวในประเทซไทย 25 กันยายน นี้ ว่าที่กล่าวมาทั้งหมดรถ Compact  SUV คันนี้ จะขายที่ราคากี่ล้านบาท!!

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย                                                                                                                                         

E-mail : [email protected] 

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ