royal coronation
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562
ไลฟ์สไตล์

หวาน "มันปู" เทศกาล "ปูขน"

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 - 07:00 น.
ห้องอาหารจีนหยก,โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์,ปูขน,เทศกาลปูขน,ติ่มซำ,หน่อไม้ทะเลยัดไส้กุ้ง,ตับห่านผัดพริกไทยดำ,ปวยเล้งหม้อดินใส่ไข่เยี่ยวม้า,ปูขนเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มจิ๊กโฉ่วและขิง,เทศกาลปูขน อาหาร คมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 2,404 ครั้ง

"เทศกาลปูขน" ปีละครั้งกลับมาแล้ว!!

         พอย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวเดินทางเท่านั้นหรอกนะที่จะมีความฟิน เพราะบรรดานักชิมก็อิ่มเอมไม่ต่างกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้นิยมการรับประทาน “ปูขน” ด้วยว่าช่วงเวลานี้มีเพียงปีละครั้งเท่านั้นที่จะได้ลิ้มรสความหวานมันของปูชนิดนี้ เนื่องจากเป็นปูที่หาชิมได้ยาก และแน่นอนว่า ห้องอาหารจีนหยก โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ รัชดาฯ ก็ไม่พลาดรีบนำเข้าแบบสดๆ มาให้ชิมก่อนใคร

สัมผัสบรรยากาศจีนได้ตั้งแต่ด้านหน้าห้องอาหาร

          ภายในห้องอาหารจีนหยก ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 2 ของโรงแรม ได้รับการตกแต่งให้มีบรรยากาศหรูหรา โอ่โถง นั่งสบาย ทั้งภายในและภายนอก รองรับลูกค้าได้ถึง 220 ที่นั่ง พร้อมห้องส่วนตัวจำนวน 12 ห้อง บริการด้วยอาหารจีนกวางตุ้งสูตรต้นตำรับแต่เชฟแอบปรับรสชาติให้ถูกลิ้นคนไทย ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ทั้ง “ติ่มซำ” และ “อะลาคาร์ต”...แต่เนื่องจากพระเอกของวันนี้คือ “ปูขน” จึงขอเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่า “ปูขน” เป็นปูน้ำจืด มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน พบอาศัยอยู่ตามทะเลสาบในประเทศจีน บริเวณที่พบมากและเป็นที่รู้จักกันดีคือ ทะเลสาบหยางเถิง ในมณฑลเจียงซู แม้ว่าหลายแห่งจะพยายามเพาะพันธุ์เลี้ยงในฟาร์มเลี้ยง แต่คุณภาพยังเทียบไม่ได้กับปูขนที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ตรงนี้เราสามารถสังเกตได้ง่ายๆ ระหว่างปูขนจากแหล่งธรรมชาติกับปูขนเลี้ยง โดยดูจากขนที่บริเวณขา หากเป็นปูขนจากแหล่งธรรมชาติขนจะมีสีเหลืองทอง ส่วนปูขนจากฟาร์มจะมีสีดำ และเหตุที่นิยมจับมานึ่งรับประทานในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น ก็เพราะว่าอากาศที่เย็นจัดจะส่งผลให้มันของปูชนิดนี้มีความหอมหวานแตกต่างจากปูโดยทั่วไป

บริกรแกะปูให้ลูกค้าถึงที่โต๊ะ

ปูขนเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มจิ๊กโฉ่วและขิง 

         แม้จะเป็นปูที่มีเนื้อเพียงเล็กน้อย แต่ความนิยมของนักชิมกลับพุ่งเป้าไปที่ส่วนของ “มันปู” เมื่อนำมานึ่งจนสุกหอม เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มจิ๊กโฉ่วและขิง ตักใส่ปากขณะยังร้อนๆ จะยิ่งทำให้ได้รับรสสัมผัสความหอมหวานของมันปู ไอ้ที่เห็นว่าตัวเล็กๆ แค่นี้แต่ในกระดองและตัวปูล้วนอัดแน่นไปด้วยมันปูเต็มๆ...แอบบอกว่าคิดถึงน้ำจิ้มซีฟู้ดแซบๆ แต่ด้วยเหตุผลที่ว่า “ปูขน” จัดว่าเป็นอาหารมีฤทธิ์เย็น จึงต้องกินพร้อมน้ำจิ้มจิ๊กโฉ่วและขิง ซึ่งมีฤทธิ์ร้อน เพื่อให้เกิดความสมดุลนั่นเอง

กุ้งฝอยคั่ว..จานยั่วน้ำลาย

         อย่างที่บอก “ปูขน” เป็นความอร่อยไม่จีรังยั่งยืน มีเพียงปีละครั้ง ว่าแล้วเรามาดูจานอร่อยตามสั่งที่มีให้เลือกนับร้อยรายการ และสำคัญคือ เรียกหาได้ตลอดทุกวี่วันกันบ้าง เริ่มที่จานเรียกน้ำย่อยมีให้เลือกนับสิบรายการแต่ความโดดเด่นต้องยกให้ “กุ้งฝอยคั่ว” ถึงแม้ว่าเชฟมือหนึ่งยืนผัดยืนคั่วคู่ครัวหยกมานานถึง 26 ปี จะออกตัวว่าเป็นกุ้งฝอยคั่วธรรมดา แต่รสชาติกลับไม่ธรรมดาเพราะความเค็มนิดหวานหน่อยบวกกับความกรุบกรอบ ส่งผลให้ได้รับความชื่นชอบจากนักชิม ถึงขนาดมีการออเดอร์กันข้ามห้องอาหารเลยเชียวล่ะ

ปวยเล้งหม้อดินใส่ไข่เยี่ยวม้า

        จากจานเบาๆ ขยับเข้าสู่จานหลักขึ้นมาหน่อย “ปวยเล้งหม้อดินใส่ไข่เยี่ยวม้า” ความจริงควรจะเรียกว่า “หม้อ” มากกว่า รายการนี้ดีต่อใจสำหรับรายที่ชื่นชอบรับประทานอาหารร้อนถึงร้อนมาก แถมผักปวยเล้งยังถูกเคี่ยวมาจนเปื่อยกำลังดี และที่ดียิ่งขึ้นเมื่อได้ใส่ปากเคี้ยวรวมทั้งหมูนุ่ม ไข่เยี่ยวม้าและกระเทียบกลีบโต...โล่งจมูกโล่งคอดีแท้แม้ไม่ได้ปรุงเพิ่ม

ตับห่านผัดพริกไทยดำ

        อีกหนึ่งจานไฮไลท์...อาหารยุโรปมี “ฟัวกราส์” อาหารจีนก็มี “ตับห่านผัดพริกไทยดำ” แต่ว่าไม่เลี่ยนเพราะมีทั้งพริกสดและพริกไทยดำเป็นวัตถุดิบที่ถูกผัดเคียงคู่มาในจานบวกกัับน้ำซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน นำพาให้รสชาติของอาหารจานนี้เข้มข้น จัดจ้าน ส่วนตับห่านชิ้นโตทว่านุ่มลิ้นจนละลายในปาก ส่วนผู้ที่กังวลเรื่องกลิ่นสาบ ขอให้หันไปมองที่ภาพจานอาหารซะก่อน สมุนไพรจัดเต็มขนาดนั้นกลิ่นสาบจะสู้ไหวมั้ย ???

หน่อไม้ทะเลยัดไส้กุ้ง

         พักเบรกความเข้มข้นกลับมาหารสชาติกลมกล่อมของ “หน่อไม้ทะเลยัดไส้กุ้ง” สักหน่อย จานนี้อร่อยได้ทั้งครอบครัวตั้งแต่เด็กไปจนถึงคนโต ทั้งสีสันและสดชาติ ยิ่งได้หน่อไม้ทะเลห่อด้วยเนื้อกุ้งสับหมักด้วยเครื่องปรุงรสแล้วพันด้วยสาหร่ายอีกชั้น เมื่อนำไปนึ่งแล้วจัดเสิร์ฟพร้อมบร็อกโคลีผัดราดด้วยน้ำซอสทับอีกครั้ง ตะเกียบคีบคนละครั้งสองครั้งแป๊บเดียวเกลี้ยงจาน

เผือกทองคำ

         ในส่วนของหวานก็ไม่แตกต่างจากภัตตาคารอาหารจีนทั่วไป มีให้เลือกตบท้ายเป็นการล้างปากหลากหลายรายการ และหนึ่งในนั้นก็มี “เผือกทองคำ” รวมอยู่ด้วย เห็นก้อนกลมๆ วางเรียงบนจานดูเหมือนง่ายๆ แต่ขั้นตอนไม่ใช่ง่า ยไล่ตั้งแต่ต้มเผือกจนสุกแล้วนำมาบดจนละเอียด จากนั้นนำไปกวนปรุงรสให้ออกหวานเล็กน้อย เมื่อได้ที่จึงนำมาปั้นเป็นก้อนกลมขนาดพอเหมาะแล้วคลุกเคล้ากับธัญพืชก่อนจะนำไปทอดในน้ำมันร้อนจัด เป็นอันว่าจบขั้นตอนความอร่อย...น้อยซะที่ไหน หากใครคิดว่าจะลงมือทำเอง แนะนำว่าไปนั่งรับประทานที่ห้องอาหารหยกง่ายกว่าเยอะ

ส่วนหนึ่งของติ่มซำเลิศรส

         พูดถึงห้องอาหารจีนทั้งที ถ้าไม่มี “ติ่มซำ” เดี๋ยว “ไชนีส ฟู้ด เลิฟเวอร์” จะช้ำใจ  ที่นี่บริการแบบบุฟเฟต์เฉพาะมื้อกลางวัน ทำใหม่สดทุกวัน ทั้งประเภทนึ่งและทอด นอกจากนี้ยังเลือกอิ่มเพิ่มจาก ข้าวผัดกุนเชียง หรือ โกยซีหมี่ และสาคูแคนตาลูป หรือบัวลอยน้ำขิง รวมเครื่องดื่มชาจีน หรือ เก๊กฮวย แบบร้อน-เย็น เพียงท่านละ 650 บาท++ ส่วนผู้ที่ต้องการความเร่งรีบมื้อกลางวัน โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศ แนะนำ “ติ่มซำ ควิก ลันช์" ที่เลือกอิ่มอร่อยกับติ่มซำได้ 3 เข่ง ซุปเยื่อไผ่ ผลไม้ตามฤดูกาล และเครื่องดื่มชาจีน หรือเก๊กฮวย แบบร้อน-เย็น เพียงท่านละ 350 บาท++
         ห้องอาหารจีนหยก โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ เปิดบริการทุกวัน มื้อกลางวันเวลา 11.30–14.30 น. มื้อค่ำ 18.00–22.30 น. เพื่อความสะดวกสบายตามความต้องการ สอบถามเพิ่มเติมโทร.0-2276-4567 ต่อ 8429-30

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ