ข่าว

'กานต์จนาภา สถิรชวาล'เลือกในสิ่งที่รักรักในสิ่งที่เลือก

'กานต์จนาภา สถิรชวาล'เลือกในสิ่งที่รักรักในสิ่งที่เลือก
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

'กานต์จนาภา สถิรชวาล'เลือกในสิ่งที่รักรักในสิ่งที่เลือก : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยสันทนา รัตนอำนวยศิริ

           “ครอบครัว” ถือเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ เป็นสถาบันแรกที่หล่อหลอมความเป็น “คน” ให้แก่มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ผู้หญิงคนนี้ กานต์จนาภา สถิรชวาล หรือ กานต์ เด็กสาววัย 27 ปี ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและอาชีพ เพราะได้รับความรักความผูกพันจาก “ครอบครัว” อย่างล้นเหลือ ทำให้เธอมีวันนี้ วันที่เดินไปบนทางที่เธอเลือกด้วยใจรักอย่างมั่นคง

           กานต์จนาภา เป็นเด็กเพชรบุรี ที่เติบโตมาในครอบครัวคนจีน พ่อมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง แม่เป็นแม่บ้านมืออาชีพ มีพี่น้อง 2 คน เธอเป็นคนโต และมีน้องชายอีก 1 คน ทั้งสองคนถูกเลี้ยงดูมาด้วยความรัก ความเข้าใจ จากพ่อแม่ที่ปล่อยให้ลูกเลือกทางเดินชีวิตไปตามฝันของตัวเอง โดยมีพ่อแม่ประคับประคอง และเป็นกำลังใจอยู่ข้างหลัง เธอเรียนที่ จ.เพชรบุรี ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบมัธยมปลาย แต่อยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ชีวิต จึงเลือกสอบเข้าเรียนสำนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องออกมาจากอ้อมอกของพ่อแม่ เพื่อมาใช้ชีวิตนอกบ้านด้วยตัวเอง

           “แม่เลี้ยงมาแบบเพื่อน ชีวิตนี้ไม่เคยถูกบังคับ พ่อแม่ให้อิสระกับลูกเสมอ ร่วมถึงเรื่องเรียน เรียนอะไรก็ได้ที่ลูกชอบ กานต์ชอบเรียนวิทยาศาสตร์ ชอบทดลอง ชอบภาษาอังกฤษ น้องชายเรียนภาพยนตร์ เพราะชอบดูหนัง พ่อแม่บอกให้เราเรียนให้สุดๆ ไม่ต้องแคร์หรือฟังคนอื่น ไม่ต้องกลัวความล้มเหลว พ่อแม่อยู่ข้างลูกเสมอ ตอนเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นการพลิกชีวิตครั้งสำคัญที่สุด ต้องเริ่มทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ต้องอยู่หอ ต้องขึ้นรถเมล์ ต้องหัดขี่มอเตอร์ไซค์ ต้องซักผ้ารีดผ้า เรียนรู้และตัดสินใจทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ต้องปรับตัวมากที่สุด แต่กลายเป็นสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ชีวิตการทำงานในเวลาต่อมา”

           พอจบปริญญาตรี กานต์จนาภา สมัครเข้าทำงานในโรงงานผลิตเครื่องสำอางชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่เมื่อได้ทำงานจริงๆ กลับรู้สึกว่า ไม่ชอบทำงานในโรงงาน ไม่ชอบทำงานอยู่กับที่ จึงลาออกมาทำงานให้บริษัทผลิตกลิ่นหอมแห่งหนึ่งที่ดังมาก ทำให้เธอรู้จักกลิ่นต่างๆ ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เริ่มเรียนรู้การดมกลิ่น เรียนรู้การขาย ฝึกดมน้ำหอมจนมีความเชี่ยวชาญ เป็น “นักดมน้ำหอม” (Perfumer) ของบริษัทใหญ่ของอังกฤษ ที่มีสาขาในไทย ถือเป็นนักดมน้ำหอมเพียงไม่กี่คนที่มีในเมืองไทย รวมถึงเป็นนักออกแบบกลิ่นน้ำหอมด้วย

           จากนั้น กานต์จนาภา ไปเรียนต่อปริญญาโท โดยเลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบอีกครั้ง คือ เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นการเรียนภาคสมทบ เสาร์-อาทิตย์ ที่กรุงเทพฯ ขณะเดียวกันก็ทำงานไปด้วย เป็นเรื่องใหม่ที่เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องฮอร์โมน อวัยวะภายในร่างกายมนุษย์ เพื่อให้ต่อเนื่องจากปริญญาตรีที่เรียนเรื่องเครื่องสำอาง เป็นสวยภายนอก ต่อปริญญาโท เรียนเรื่องฟื้นฟูสุขภาพ เป็นสวยภายใน ทำให้สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่า สวยภายในทำยังไง สวยภายนอกทำยังไง ซึ่งเข้ากันได้ดีมาก

           ปัจจุบัน กานต์จนาภา เป็น อาจารย์ประจำสำนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่เธอเรียนจบมา และยังดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการสถาบันนวัตกรรมสุขภาพผิวพรรณความงาม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ตั้งอยู่ที่ อาคารปัญจภูมิ 1 ถนนสาทรใต้ กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังเป็น เจ้าของแบรนด์น้ำหอม ซิกเซ้นท์ (Sigscent) ที่ย่อมาจาก Signature Scent หมายถึงกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำหอม และรับปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับน้ำหอมทุกประเภทด้วย

           กานต์จนาภา เล่าว่า การทำหน้าที่เป็นอาจารย์ ถือเป็นการปรับตัวสำคัญอีกครั้ง เปลี่ยนจากพนักงานบริษัท ที่ต้องทำอะไรด้วยความเร่งรีบ มาใช้ชีวิตช้าลง ต้องสอนนักศึกษาให้รู้สึกสนุกกับการเรียน นำความรู้สึกสมัยที่เป็นนักศึกษามาปรับใช้กับการสอน ได้เห็นพัฒนาการของนักศึกษา พยายามถ่ายทอดทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยประสบ มาปรับใช้ในการสอนปัจจุบัน อยากให้นักศึกษาเข้าถึงอาจารย์ได้ ไม่อยากให้รู้สึกว่า อาจารย์อยู่บนหิ้ง เข้าหาไม่ได้ สอนให้นักศึกษาเห็นว่า การเป็นคนดีมีองค์ประกอบหลายอย่าง เกรดไม่ใช่องค์ประกอบของทุกอย่างในชีวิต แต่อยากให้นักศึกษาคิดให้เป็น เก็บเกี่ยวความรู้ และประสบการณ์ที่อาจารย์ถ่ายทอด นำไปต่อยอดให้ถูกทาง

           พอทำงานได้ประมาณ 1 เดือน ทางมหาวิทยาลัยเห็นว่า เคยทำงานด้านการตลาดเครื่องสำอางมาก่อน จึงชวนไปทำงานเป็นผู้จัดการสถาบันนวัตกรรมฯ ตอนที่ไปรับงาน ยอมรับว่ากดดันมาก ด้วยความที่อายุน้อย ประสบการณ์น้อย แต่ต้องบริหารให้สถาบันเป็นที่รู้จัก ต้องยึดจุดยืนผู้ให้บริการด้านสุขภาพและความงาม เน้นการตลาดมากเกินไปไม่ได้ เพราะสถาบันเป็นหนึ่งในหน่วยงานของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่เป็นสถาบันการศึกษา แต่ด้วยสไตล์ของคนรุ่นใหม่ จึงนำการตลาดยุคใหม่มาใช้ในการทำงาน ทั้งโซเชียลมีเดีย การออกไปให้สัมภาษณ์ในรายการสุขภาพทางโทรทัศน์ นิตยสารสุขภาพ ทำให้คนรู้จักสถาบันมากขึ้น

           “ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่นี้ จะมีอิสระในการตัดสินใจเลือกใช้บริการ เราจะไม่เชียร์ ไม่กดดันลูกค้าว่า จะต้องซื้อเครื่องสำอางนี้น่ะ จะใช้บริการแบบนั้นน่ะ แต่จะแนะนำบริการต่างๆ เครื่องสำอางต่างๆ ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ให้ลูกค้าเป็นผู้ตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ทรีตเม้นท์ ร้อยไหม การดูแลฟื้นฟูสุขภาพด้วยแพทย์แผนจีน ฝังเข็ม ครอบแก้ว จำหน่ายเครื่องสำอางที่ผลิตโดยมหวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และรับฝากขาย รวมถึงการจัดอบรมเกี่ยวกับเครื่องสำอางหลายรูปแบบ การเลือกเครื่องสำอางให้ตรงกับตัวเอง การเลือกน้ำหอม การทำน้ำหอม ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเรามีห้องแล็บที่เปิดให้ทดลองทำ และนำกลับไปใช้ได้จริง”

           สำหรับปี 2559 กานต์จนาภา บอกว่า สถาบันนวัตกรรมฯ จะมีโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เครื่องสำอาง ชื่อ “โครงการพัฒนาธุรกิจ เอสเอ็มอี เครื่องสำอาง” โดยจะเปิดให้คำปรึกษาการทำธุรกิจเครื่องสำอางแบบครบวงจร ตั้งแต่หาสูตรที่เหมาะสมกับวัตถุดิบเพื่อผลิตเครื่องสำอางในรูปแบบต่างๆ แนะนำการทำตลาด รับผลิต ซึ่งในอีกประมาณ 4 เดือนข้างหน้า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะเปิดโรงงานผลิตเครื่องสำอางแบบครบวงจร ที่ จ.เชียงราย และรับฝากขายที่สถาบันนวัตกรรมฯ ด้วย นับเป็น วันสต็อปเซอร์วิส คอสเมติก ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เครื่องสำอาง ที่อยากจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานและทันสมัย สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สถาบันนวัตกรรม 0-2287-3711-15

           โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนโครงการจากสำนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผู้ประกอบธุรกิจเครื่องสำอางที่เป็นพันธมิตร และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อต่อยอดเป็นอุตสาหกรรมความงาม ที่จะเติบโตในอนาคต เพราะประเทศไทยมีทั้งวัตถุดิบที่ดี มีฐานการผลิตที่มีคุณภาพ มีนักวิจัยที่เชี่ยวชาญ ถือเป็นศูนย์กลางในเรื่องเครื่องสำอางในแถบอาเซียน นอกจากนี้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีสูตรเครื่องสำอางที่ผ่านการวิจัยมาแล้วมากมาย พร้อมที่จะมอบให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเครื่องสำอาง หรือผู้ที่มีวัตถุดิบในท้องถิ่น นำไปพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางได้ในอนาคต

           แม้จะให้เวลาในการทำงานมากกว่าการพักผ่อน แต่ กานต์จนาภา สามารถแบ่งเวลาให้ครอบครัวได้เสมอ แม้ในวันนี้ วันที่ครอบครัวขาดเสาหลัก หลังจากพ่อเสียชีวิต เธอกลับมีพลังที่จะทำหน้าที่เสาหลักแทนพ่อ เพื่อดูแลแม่และน้องชาย เพราะที่ผ่านมาเธอทำทุกอย่างที่อยากทำ ไม่เคยรู้สึกเสียใจว่า ทำไมไม่ทำตอนที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ เธอแบ่งเวลาให้พ่อแม่ กลับไปกินข้าวกับพ่อแม่ บอกรักพ่อแม่ กราบพ่อแม่ทุกครั้งที่อยากทำ ทำมาทุกอย่างที่ลูกคนหนึ่งจะพึ่งกระทำกับพ่อแม่ด้วยความรักได้

           “อายุไม่ใช่ตัวกำหนดความสามารถ หรือความมั่นใจ อาจจะประสบการณ์น้อยกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้ ตัวเราต้องพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่า แม้จะอายุน้อย แต่ก็ทำได้ทุกอย่างด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่น เรียนรู้ ขยัน อดทน พยายาม จนประสบผลสำเร็จ นี่สิ น่าภูมิใจกว่า แต่ในความเป็นเด็ก เราก็ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน และพร้อมที่จะเรียนรู้และจะทำให้ดีที่สุดด้วย” กานต์จนาภา กล่าวในที่สุด

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด