หากใครสนใจเรื่องราวของพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองเวทย์ในยุคกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ก่อนเสียกรุงฯในปี 2310 ย่อมไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ พระอาจารย์ธรรมโชติ หรือเดิมชื่อ โชติ เพราะว่ามีเอกสารทางประวัติศาสตร์ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ท่านคือ พระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมคนสำคัญในการช่วยเหลือชาวบ้านบางระจัน ในการทำศึกกับพม่า  
 

          มีข้อมูลว่า ขณะบวชได้ฉายาทางพระว่า "ธรรมโชติรังษี" พื้นเพเป็นชาวเมืองสุพรรณ ในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย บวชเรียนแล้วจำพรรษา เป็นเจ้าอาวาสอยู่ ณ วัดเขาขึ้นหรือเขานางบวช ท่านมีความรู้ด้านวิชากสิณ ด้านวิชาอาคมที่แก่กล้า ด้วยทั้งพรรษาและวิชาต่างๆที่ได้ศึกษาฝึกพร่ำร่ำเรียนมา ใครเห็นล้วนแต่เกิดศรัทธา

 

ถอดรหัสปริศนามหายันต์  "อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา"ผู้มาพร้อมสัญญะเก่า จากพระอาจารย์ขมังเวทยุคกรุงศรีอยุธยา

เหรียญพระอาจารย์ธรรมโชติ ค่ายบางระจัน ที่สร้างพร้อมกับเนื้อผงใน พ.ศ. 2520

 

 

          พระอาจารย์ธรรมโชติ ตามประวัติเดิม พำนักอาศัยอยู่ ณ วัดเขานางบวช ต่อมาชาวบ้านบางระจันได้อาราธนานิมนต์ไปพำนักอยู่ ณ วัดโพธิเก้าต้น เมืองสิงห์บุรี ด้วยเหตุที่พระอาจารย์ธรรมโชติมีวิทยาอาคมสูง และได้ลงวิทยาอาคมกับผ้่ประเจียด ตะกรุดพิสมร แจกจ่ายให้กับนักรบชาวบ้านค่ายบางระจัน เพื่อให้คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด กำบังตัว
 

          ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ในหนังสือไทยรบพม่าว่า พระอาจารย์ธรรมโชตินั้นได้หายสาบสูญไปหรือจะมรณภาพในเวลาเสียค่ายแก่พม่าหรือหนีรอดไปได้หาปรากฏไม่หลักฐานไม่ 
   

          แต่ตามความเชื่อและตำนานท้องถิ่นของชาวเมืองสุพรรณบุรี เล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อค่ายบางระจันมีทีท่าว่าจะแตก ลูกศิษย์ใกล้ชิดพระอาจารย์ธรรมโชติก็ได้นิมนต์ท่านหลบหนีออกจากค่าย สุดท้ายลูกศิษย์จำนวนหนึ่ง (ซึ่งไม่มากนัก เพื่อไม่ให้เป็นการแลดูน่าสงสัยแก่ผู้พบเห็นทั่วไป) ได้พาท่านออกมาจากค่ายบางระจัน ชั่วครู่ก่อนค่ายจะแตก แล้วลี้ภัยข้าศึกอยู่ในป่าเขาลำนำไพรจวบจนสงครามสงบจึงกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดเขานางบวช 
 

          บ้างก็ว่าหลังจากออกจากค่ายบางระจันมา ท่านก็ไม่ไปหลบอยู่ที่ไหน แต่ขอกลับมาอยู่วัดเขานางบวช วัดเดิมที่ท่านเคยจำพรรษาอยู่ โดยลูกศิษย์ทำช่องลับไว้ให้ท่านหลบอยู่บริเวณวิหารของท่าน (ซึ่งปัจจุบันยังคงอยู่) ไว้ให้ท่านนั่งเจริญสมาธิกรรมฐาน บำเพ็ญกุศล บำเพ็ญเพียรโปรดแก่เหล่าสรรพสัตว์ วิญญาณวีรชน และชาวบ้านบางระจัน

 

ถอดรหัสปริศนามหายันต์  "อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา"ผู้มาพร้อมสัญญะเก่า จากพระอาจารย์ขมังเวทยุคกรุงศรีอยุธยา

อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา  ผู้เขียนอักขระเลขยันต์ที่พลิกชะตาชีวิตคน

 

 

          ท่านมีอายุยืนยาวต่อมาอีกหลายปี โดยได้รับสมณศักดิ์พัดยศเป็น “พระครูธรรมโชติรังสี” จากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี และท่านได้มรณภาพลงที่วัดเขานางบวชนี้เอง ด้วยโรคชรา เมื่อพ.ศ.๒๓๒๕ สิริอายุได้ ๘๒ ปี เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) เสด็จประพาสวัดเขานางบวช เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๑ ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ดังนี้
 

          “เขานางบวชนี้ เป็นที่ราษฎรนับถือมาก มีกำหนดขึ้นไหว้พระในกลางเดือน ๔ มาแต่หัวเมืองอื่นๆ ก็มาก ใช้เดินทางบกทั้งนั้น ความนี้ย่อมทำให้เรารู้ว่า หลังสงครามไทย-พม่าสงบแล้ว พระอาจารย์ธรรมโชติ น่าจะกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดเขานางบวชจริง จนกระทั่งมรณภาพ เพราะเกียรติคุณของท่านประชาชนจึงศรัทธาเรื่อยมา หาไม่เช่นนั้นประชาชนจะศรัทธาด้วยอะไร ถ้าไม่มีใครคนหนึ่งคนใดเป็นหลักให้ประชาชนนับถือ เป็นเรื่องที่น่าคิดว่าพระอาจารย์ธรรมโชติ กลับมาวัดเขานางบวชจริง”
 

          สมัยที่พระอาจารย์ธรรมโชติ ยังมีชีวิตอยู่ท่านได้สร้างพระพิมพ์ไว้หลายประเภท ที่สำคัญคือ สร้างพระพิมพ์ว่านจำปาสักไว้จำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ ขณะที่ท่านไปจำพรรษาอยู่ที่วัดในนครจำปาสัก ประเทศลาว หลังค่ายบางระจันแตก และสร้างพระพิมพ์ถ้ำเสือไว้จำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ ที่วัดเขานางบวช ช่วงระยะเวลาที่ท่านกลับมาอยู่วัดนี้อีกครั้ง หลังจากกลับมาจากนครจำปาสัก ซึ่งพระพิมพ์ถ้ำเสือ ส่วนหนึ่งท่านได้นำไปบรรจุไว้ตามถ้ำต่างๆ ในเขต จ.สุพรรณบุรี เพื่อเป็นพุทธบูชา
 

 

 

ถอดรหัสปริศนามหายันต์  "อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา"ผู้มาพร้อมสัญญะเก่า จากพระอาจารย์ขมังเวทยุคกรุงศรีอยุธยา

คุณโน อธิสุมงคล นักธุรกิจนำเข้ารถยนตร์จากต่างประเทศกับ อ.ไพโรตน์ 

 

          มีข้อมูลว่า ในด้านวัตถุมงคลของพระอาจารย์ธรรมโชติ ภายหลังจากท่านมรณภาพแล้ว มีการจัดสร้างขึ้นทั้งที่วัดเขานางบวช จ.สุพรรณบุรีและที่วัดโพธิ์เก้าต้น จ.สิงห์บุรี มีหลายประเภท อาทิ พระผง พระดินเผา รูปหล่อ เหรียญ ฯลฯและรุ่นที่ได้รับความนิยม คือ เหรียญพระอาจารย์ธรรมโชติ ของวัดโพธิ์เก้าต้น พ.ศ.๒๕๑๓ ซึ่งได้รับการปลุกเสกจากพระคณาจารย์ชื่อดังหลายท่านในยุคนั้น อาทิ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม จ.ชัยนาท, หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ จ.สุพรรณบุรี, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี ฯลฯ
 

          ส่วนอีกรุ่นหนึ่งที่ได้รับความนิยม คือ เหรียญพระอาจารย์ธรรมโชติ ของวัดเขานางบวช พ.ศ.๒๕๒๐ โดยนายสอน สุทธิสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีในสมัยนั้น มีดำริให้ปรับปรุงวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ ได้งบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด 200,000 บาท ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วิหารเสร็จเรียบร้อย เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2520 เพื่อเป็นการรำลึกนึกถึง เกียรติคุณของพระอาจารย์ธรรมโชติ ท่านผู้ว่าฯจึงดำริสร้างมงคลวัตถุขึ้น 2 ชนิด คือ เหรียญรูปพระอาจารย์ธรรมโชติและพระเครื่องเนื้อดินเผาศิลปอู่ทองขึ้น เพื่อให้พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ ได้มีไว้ใช้สักการบูชา อันเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว สำหรับเหรียญออกแบบโดยกรมศิลปากร สร้างโดยกองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ส่วนพระเครื่องออกแบบโดยช่างผู้มีฝีมือเยี่ยมผู้หนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี 
 

          ส่วนผสมและดินที่นำมาสร้างพระเครื่องในครั้งนี้ ได้มาจากกลางใจเมืองทุกจังหวัดในประเทศไทยและดินทุกวัดในจังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งน้ำพุทธมนต์ ประจำราชสำนักกรุงรัตนโกสินทร์ทุกรัชกาล มีการปลุกเสกโดยพระคณาจารย์ผู้มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพนับถือ ศรัทธากันโดยทั่วไป จากพระคณาจารย์หลายจังหวัดซึ่งทำพิธีพุทธาภิเษกปลุกเศกบนยอดเขาวัดเขานางบวช เนื่องจากเชื่อกันว่า เป็นวิหารที่พระอาจารย์ธรรมโชติ พระเกจิอาจารย์ยุคปลายกรุงศรีอยุธยา ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านบางระจัน ได้เคยมาใช้เป็นที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
 

          ได้อาราธนาพระคณาจาย์มาทำพิธีปลุกเสกมงคลวัตถุที่วัดเขานางบวช เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2520  ซึ่งได้รับการปลุกเสกจากพระคณาจารย์ชื่อดังหลายท่านในยุคนั้นเช่นกัน อาทิ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช จ.พระนครศรีอยุธยา, หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี ฯลฯ ซึ่งเหรียญทั้ง ๒ รุ่นนี้มีประสบการณ์สูงทางด้านมหาอุด แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี เป็นที่โจษจันกันมาก

 

 

ถอดรหัสปริศนามหายันต์  "อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา"ผู้มาพร้อมสัญญะเก่า จากพระอาจารย์ขมังเวทยุคกรุงศรีอยุธยา

 อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา มอบแผ่นยันต์ให้กับเอก อัคคี เมื่อครั้งไปสัมภาษณ์

 

 …......
 
          แต่เรื่องราวของพระครูธรรมโชติ กลับมาเป็นที่รู้จักในยุคปัจจุบันอีกครั้ง เมื่ออาจารย์ไพโรจน์ รื่นวิชา นักธุรกิจชื่อดังเจ้าของบริษัทเครือข่ายจำหน่ายสินค้าให้กับสมาชิก,เจ้าของธุรกิจโรงแรม ฯลฯและสร้างปรากฏการณ์ฮือฮาด้วยการเขียนแผ่นยันต์มหารวยหนุนดวงชะตาให้กับผู้คนที่สนใจ เชื่อมั่นศรัทธาจนเป็นที่รู้จักทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ ออกมาเปิดเผยว่า ผู้ที่มาเปิดประตูมิติแห่งความลี้ลับเรื่องการเขียนยันต์ผ่านนิมิต(ความฝัน) ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่เคยสนใจไม่เคยรู้จักเลยก็คือ  ท่านพระครูธรรมโชติ
 

          “ก่อนหน้านี้ราวห้าปี ผมมักจะฝันถึงพระภิกษุรูปหนึ่งเป็นประจำ เป็นความฝันต่อเนื่องกันทุกครั้ง แม้ว่าจะตื่นขึ้นมาแล้ว พอหลับไปในวันถัดมาก็จะฝันในเรื่องเดิมและเป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องจากฝันครั้งก่อน เหมือนเราชมภาพยนตร์แล้วกดปุ่มสต๊อปไว้แล้วมาเพลย์ต่อ ในความฝันต่อเนื่องกันมายาวนานหลายปี ก็จะบอกเรื่องเล่าเรื่องการเขียนอักขระเลขยันต์ต่างๆ ท่านบอกว่า ผมกับท่านเคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาในกาลก่อน มีพระอาจารย์ที่เคยร่ำเรียนวิชาด้วยกันมีนามว่า พระอาจารย์เขื่อนเพชร มาจากเขมร และผมเป็นพระภิกษุที่เขียนอักขระเลขยันต์ได้สวยงามเข้มขลังมาก และในฝันท่านบอกให้ผมไปครอบครูกับพระภิกษุไทยที่เดินทางมาจากฝั่งเขมร และในความฝันครั้งสุดท้ายว่า ท่านชื่อว่า พระอาจารย์ธรรมโชติ "
 

          อาจารย์ไพโรจน์ รื่นวิชา  บอกว่า หลังจากที่ตื่นจากฝันครั้งนั้น ท่านก็พยายามไปเสาะหาครูบาอาจารย์จนพบกับพระรูปหนึ่ง ซึ่งสมัยเด็กเคยพลัดหลงเข้าไปในเขมรแล้วได้มีโอกาสบวชเรียนเป็นสามเณรแล้วบวชเป็นพระ ก่อนจะเดินทางกลับมาเมืองไทยและอยู่ที่จังหวัดสระบุรี จึงเดินทางไปหาท่านขอให้ท่านครอบมือให้ หลังจากวันนั้นก็รู้สึกว่า ตนเองก็สามารถเขียนอักขระเลขยันต์ต่างๆ ได้อย่างสวยงามลงตัว ทั้งที่ไม่เคยฝึกฝนมาก่อน เรียกว่าเปรียบเสมือนเป็น สัญะหรือสัญญาเดิมที่ติดตัวมาแต่ชาติปางก่อนให้สามารถทำต่อได้ทันที ไม่ต่างจากคนที่ระลึกชาติได้
 

          "ตัวเองยังรู้สึกตกใจเหมือนคนที่มีความรู้อยู่ในหัว ทันทีที่มีคนเปิดทางให้ ผมก็หยิบกระดาษ A4 ในห้องมาฝึกเขียน เขียนอยู่ไม่กี่วัน ก็ลองเขียนเป็นมหายันต์ น้องเลขาหน้าห้องของผม 2 คนก็บอกว่า พี่มันสวยจริงๆ เดี๋ยวจะซื้อแผ่นแคลวาส ซื้อแผ่นเล็ก ๆ ไม่ได้มีแผ่นใหญ่ เขียนขนาดเท่า 10 คูณ 10 ก็เขียนไว้ตรงกลางเป็นหัวใจ 10 ทิศตะวันตกเฉียงใต้ขึ้นไปเป็นแผ่นแล้วมันสวยมากๆ  พอเขียนเสร็จให้เขาหยิบเราไปดูไกลๆ เรามองแล้วรู้สึกว่ามันใช่เราเขียนเหรอมันสวยจริงๆ น้องๆ ทุกคนก็เรียกกันมาใหญ่เราอยู่ในองค์กรที่มีคนจำนวนมากทุกคนบอกว่ามันสวยมาก แต่ศักดิ์สิทธิ์มั้ยไม่รู้ จากตำนานความเชื่อ ศิลปะของอักขระ เลขยันต์ที่มีมาแต่โบราณ เพราะเชื่อกันว่าช่วยป้องกัน คุ้มครอง ผู้ที่ได้บูชา สู่อักขระบนผืนผ้านิมิตจากพระอาจารย์ธรรมโชติ โดยอาจารย์ไพโรจน์ รื่นวิชา นักเขียนอักขระเลขยันต์ มหายันต์รวย ปรับธาตุ เสริมดวง ด้านการงาน การเงิน โชคลาภ ความรัก สุขภาพ ค้าขาย เขียนอักขระ จาก วัน/เดือน/ปีเกิด เฉพาะบุคคลเท่านั้น" 
 

          แต่ปรากฏว่าทุกคนที่ได้รับผ้ายันต์ที่ อ.ไพโรจน์ รื่นวิชา เขียนให้ไปชีวิตก็พลิกผันกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน โชคลาภเงินทอง กันทุกคน แม้แต่คุณโน อธิสุมงคล นักธุรกิจนำเข้ารถยนตร์จากต่างประเทศอีกคนหนึ่งที่พบกับความมหัศจรรย์ของผืนผ้ายันต์หนุนดวงเปลี่ยนชะตาชีวิตจนกลายเป็นอีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ ในขณะที่ อ.ไพโรจน์ ชื่่นวิชา กล่าวทิ้งท้ายว่า 
 

          "ผมก็ไม่รู้ว่า พูดแล้วจะเชียร์ตัวเองไปหรือเปล่า คนแรกที่เขียนให้เป็นคนขับรถให้ผม ทำงานกับผมเหมือนเป็นเลขขาอยู่หน้าห้อง ปรากฏว่าจากการเขียนที่ผมเขียนยันต์ให้วันนั้นจนวันนี้ 3 ปีแล้ว น้องคนนี้มีเงินประมาณ 100 ล้านได้จากที่เขาไม่มีเงินเก็บเลย "
 

          อาจารย์ไพโรจน์ ยอมรับว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขียนยันต์ได้เงินเยอะมาก เพราะแผ่นยันต์มีหลายขนาด มีตั้งแต่ราคาแพงถึง 3 ล้านบาท จนถึงราคาเพียงพันกว่าบาท ซึ่งเมื่อได้เงินมาก็จะแบ่งไปทำบุญและบริจาคทานให้กับส่วนรวมเป็นจำนวนมหาศาลเช่นกัน มีทั้งสร้างวิหารให้พระอาจารย์ที่สร้างเสร็จแล้ว 1 หลังสูง 16 เมตรกว้าง 15 เมตรเรียกว่า 16 ชั้น 15 ชั้นดินและสร้างพระพรหม ซื้อที่ดินให้วัด สร้างบ้านให้คนยากจนและร่วมสร้างโรงพยาบาล วัดสมานรัตนาราม ในแต่ละปีทำบุญเยอะมากและแจกเงินให้น้องๆที่ไม่มีทุนการศึกษาในดินแดนทุรกันดารหลายครั้งแล้ว "


          ช่างตรงกับคำกล่าวโบราณจริงๆที่บอกไว้ว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่จริงๆ"