ผมว่าบรรดาพญายักษ์ที่คนไทยเรารักมากที่สุด ไม่มีพญายักษ์ตนใดเกินหน้าเกินตา “ท้าวเวสสุวรรณ”ไปได้เลย เพราะว่าในความเป็นจริงแล้ว “ยักษ์”นั้น ตามความเชื่อของคนไทยเรามักจะจัดอยู่ในกลุ่มผู้ร้ายไม่ใช่กลุ่มผู้ดี อาจจะเพราะว่า คนไทยเราจำพฤติกรรมของพญายักษ์นามว่า ทศกัณฐ์ ในเรื่องรามเกียรติมาเป็นข้อยุติ เลยสรุปว่า ขึ้นชื่อว่า”ยักษ์”ต้องเป็นตัวร้าย

 

 

          นี่เข้าข่าย---ยักษ์ตนเดียวทำเสียไปทั้งเผ่าพงษ์พันธุ์ เข้าทำนอง “ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง”นั้นแหละครับ!!!!
    

          แต่เรื่องจริงที่น่าแปลกคือ มีพญายักษ์ตนหนึ่งผู้ที่นามว่า ท้าวเวสสุวรรณ ที่บอกไปแล้วว่า คนไทยเรารักมาก-ถามว่า รักเพราะอะไร?


          แฮ่ม...รักเพราะท่านคือ ราชาแห่งโภคทรัพย์และเป็นพญายักษ์ผู้พิทักษ์ปกป้องพระพุทธศาสนา จะเรียกว่า ท่านเป็นยักษ์ธรรมะธรรมโมก็ว่าได้ ในหนังสือสารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่มที่ ๓ หน้า ๑๔๓๙ กล่าวถึงท้าวกุเวรหรือท้าวเวสสุวรรณเอาไว้ว่า 

 

 

 

ป้องกันภูตผีด้วย.... "ท้าวเวสสุวรรณ ชินบัญชรมหาปราบ"

 รูปหล่อท้าวเวสสุวรรณ ชินบัญชนมหาปราบ (หน้า)

 


          “กุเวร-ท้าว พระยายักษ์ผู้เป็นเจ้าแห่งขุมทรัพย์ มียักษ์และคุยหกะ (ยักษ์ผู้เฝ้าขุมทรัพย์) เป็นบริวาร ท้าวกุเวรนั้น บางทีก็เรียกว่าท้าวไวศรวัน (เวสสุวรรณ) ภาษาทมิฬเรียก "กุเวร" ว่า "กุเปรัน" ซึ่งมีเรื่องอยู่ในรามเกียรติ์ว่า เป็นพี่ต่างมารดาของทศกัณฐ์ และทศกัณฐ์ไปแย่งบุษบกของท้าวกุเวรไป ท้าวกุเวรมีรูปร่างพิการผิวขาว มีฟัน ๘ ซี่ และมีขาสามขา (ภาพท้าวเวสวัณจึงมักเขียนท่ายืนแยงแย ถือไม้กระบองยาว อยู่หว่างขา) ท้าวกุเวรเป็นโลกบาลประจำทิศเหนือ คนจีนเรียกว่า "โต้เหวน" หรือ "โต้บุ๋น" คนญี่ปุ่นเรียกว่า "พสมอน".....”


    ...............


          อ่านประวัติแล้วก็น่าเห็นใจท่านนะ เพราะว่าทศกัณฐ์ที่ร้ายจริงๆกับพี่ชายก็ยังแย่งของ!!
กล่าวสำหรับในพระพุทธศาสนานั้นจะเรียกท่านว่า "ท้าวไพสพ"  ในฐานะที่เป็นเจ้าแห่งภูตผีปีศาจทั้งหลาย คือเป็นเจ้ากรมผู้บังคับบัญชาสูงสุดของบรรดาภูตผีทั้งหลายตำแหน่งนี้ถือว่าสำคัญมากและจากนี้ท่านยังมีตำแหน่งเป็นหนึ่งในคณะจตุโลกบาลทั้งสี่ ผู้ทำหน้าที่คุ้มครองดูแลโลกมนุษย์
         

          ตามเอกสารโบราณบันทึกกันเอาไว้ว่า อาณาเขตที่ ท้าวเวสสุวรรณ ปกครองนั้นกว้างใหญ่มหาศาลมาก ยิ่งไปกว่านั้นในคณะจตุโลกบาลทั้ง ๔ อันประกอบไปด้วย "พระอินทร์" (ท้าวธตรฐ) ปกครองโลกด้านทิศตะวันออก , "พระยม" (ท้าววิรุฬหก) ปกครองโลกด้านทิศใต้ และ "พระวรุณ" (ท้าววิรูปักษ์) ปกครองโลกด้านทิศตะวันตกและท่านท้าวเวสสุวรรณ(ท้าวกุเวส)ผู้ปกครองโลกด้านทิศเหนือนั้นยังควบตำแหน่งหัวหน้าของคณะจตุโลกบาลด้วย!!
    

 

 

 

ป้องกันภูตผีด้วย.... "ท้าวเวสสุวรรณ ชินบัญชรมหาปราบ"

รูปหล่อท้าวเวสสุวรรณ ชินบัญชรมหาปราบ(หลัง)

 


              ท่านท้าวเวสสุวรรณ นั้นมี คฑาหรือกระบองเป็นอาวุธ ซึ่งมีฤทธิ์เดชเป็นที่เกรงกลัวของบรรดายักษ์ อมนุษย์ และภูติผียิ่งนัก  พระเกจิครูบาอาจารย์ทั้งหลายตั้งแต่โบราณนานมารวมไปถึงผู้เรืองวิชา มักนิยมนำพระคาถารวมอาวุธของท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ มารวมกับคาถาพระพุทธเจ้าแล้วจารจารึกในมีดหมอ  ไม้เท้าครู  หรือใช้เสกหวาย  เสกก้านมะยม เสกโพล เสกว่าน เสกทราย เสกข้าวสาร เสกด้ายมงคลลงลูกประคำ  หรือทำน้ำมนต์สำหรับเฆี่ยนขับผีดียิ่งนัก เรียกว่า พระคาถาอาวุธห้าประการ  สวดว่า “สักกัสสะ  วะชิราวุธัง  ยมมัสสะ  นัยยะสาวุธัง  อาฬะวะกัสสะ  ทุสาวุธัง  เวสสุวัณณัสสะ  คะทาวุธัง  พุทธัสสะ  ธัมมะจักกะวุธัง  อะระหัง  พุทโธ  นะโมพุทธายะ”


          ด้วยเหตุที่ท่านท้าวเวสสุวรรณ เป็นเจ้าแห่งอสูร คนโบราณจึงมักทำรูป ท้าวเวสสุวรรณ แขวนไว้เหนือเปลเด็กอ่อน เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันภูตผีปีศาจไม่ให้มารบกวนได้ รวมทั้งจำหลักรูป ท้าวเวสสุวรรณ ไว้ที่มีดหมอของสัปเหร่อ เพื่อกำราบวิญญาณ  และยังมีผู้พกพารูป ท้าวเวสสุวรรณ หรือทำเป็นเครื่องรางของขลัง ป้องกันภัยจากวิญญาณต่างๆอีกด้วยอีกด้วย


          สำหรับเครื่องรางของขลังรูปหล่อจำลองท้าวเวสสุวรรณในอดีตที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในวงการพระเครื่องนั้น  คือ ท้าวเวสสุวรรณสายสำนักวัดสุทัศน์ สร้างโดย พระมงคลราชมุนีหรือพระศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์  ยฺติธฺโร) อันเป็นสมณศักดิ์เดิมของท่านก่อนได้รับเลื่อนเป็น “พระมงคลราชมุนี” ท่านคือผู้สืบทอดการสร้างพระกริ่งจากสมเด็จพระสังฆราช (แพ)ที่ถือว่าเป็นอมตะพระกริ่งของเมืองไทย  


          เหตุของการสร้างรูปหล่อท้าวเวสสุวรรณในคราวนั้น เกิดจากเมื่อครั้งที่ ท่านไปดำเนินการก่อสร้างพระอุโบสถวัดศรีจอมทอง (วัดตีนโนน) อ. พระพุทธบาท  จ. สระบุรี  ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ใกล้บ้านเกิดของท่าน ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ในสมัยนั้น ยังมีความเชื่อในเรื่องภูติผีปีศาจอยู่มาก โดยเฉพาะเรื่องผีปอบ เพราะจะว่าไปแล้วบ้านเมืองในสมัยนั้นโดยเฉพาะชนบทที่ห่างไกลสระบุรีก็เป็นป่าลึก  ด้วยเหตุนี้ท่านจึงได้ดำริสร้างรูปจำลองท้าวเวสสุวรรณขึ้นเพื่อแจกจ่ายแก่บรรดาชาวบ้านไว้เป็นเครื่องรางป้องกันภูติผีต่าง ๆ 


          ลักษณะของท้าวเวสสุวรรณของท่านพระมงคลราชมุนีจำลองแบบออกมาเป็นรูปยักษ์ยืนถือกระบอง แต่งองค์ทรงเครื่องมีลวดลายชัดเจนสวยงามมาก  โดยเฉพาะลายกระบองจะชัดเจนเป็นพิเศษ ส่วนกระแสเนื้อนั้นท่านได้นำชนวนที่ได้จากการเทพระกริ่งรุ่นก่อนๆ  ที่ท่านเทไว้มาเป็นเชื้อผสมลงไปในเนื้อโลหะ กระแสเนื้อจะออกไปทางเหลืองทอง  มีสนนราคาเช่าหาอยู่ในหลักพันปลาย แต่ถ้าสวยจัด ๆ แบบคมชัดผิวเดิมมีคราบน้ำทองก็ต้องว่ากันเป็นหมื่นกลาง 

 

 

 

ป้องกันภูตผีด้วย.... "ท้าวเวสสุวรรณ ชินบัญชรมหาปราบ"

พระครูอรุณธรรมญาน มอบ”ของดี”ให้ผู้เขียนไว้


........................


          แต่ที่ผมอยากจะแนะนำให้ไปเสาะหากันมาไว้พกพาบูชาติดตัวตอนนี้คือ ท้าวเวสสุวรรณ วัดอรุณราชวราราม จัดสร้างโดยท่านพระครูอรุณธรรมญาน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เพราะเท่าที่ได้รับรู้ว่า สรรพวิชาพุทธาคมของท่านไม่ธรรมดาเพราะร่ำเรียนมาจากหลายสำนักทั้งจากครูบาอาจารย์ที่เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่และจากครูฆารวาสจอมขมังเวทย์ รวมไปถึงจากอาจารย์ชินพร สุขสถิตย์ ศิษย์เอกหลวงปู่ทิม อิสริโก วัดระหารไร่นั้นเอง


          องค์หล่อท้าวเวสสุวรรณที่ท่านพระครูอรุณธรรมญานสร้างในปีนี้ หลอมรวมมาจากชนวนโลหะธาตุสำคัญคือ ชนวนช่อพระกริ่งชินบัญชร ลป.ทิม อิสริโก วัดระหารไร่ ,ผงตะไบพระกริ่งปี๑๗ ที่มูลนิธิหลวงปู่ทิมนำมาโรยขุนแผนแสนแสบ ๓.ผงยอดเจดีย์ ๔.ก้านชนวนพระกริ่งวัดสุทัศน์ ๕.แผ่นจารอักขระเลขยันต์ต่างๆที่เรียนมาจากอ.คำมา หงส์ทอง ฆารวาสจอมเวทย์แห่งเมืองช้าง-สุรินทร์ และผงตะไบพระกริ่งชินบัญชร


          จะเรียกว่า รูปหล่อท้าวเวสสุวรรณ สายช่อพระกริ่งชินบัญชรหลวงปู่ทิม ที่เสกกำกับด้วยพระคาถาชินบัญชรมหาปราบ ก็ไม่ผิดปาก!!


          ที่สำคัญท่านพระครูอรุณธรรมญาน ปลุกเสกเดี่ยวด้วยพระคาถาครูเวสสุวรรณเรียกว่าคาถาศิษย์บริวาร ซึ่งการปลุกเสกเดี่ยวท้าวเวสสุวรรณในสายวิชานี้จะปลุกเสกโดยการเดินมนต์ตราพระคาถาที่ครูบาอาจารย์ประสิทธิให้ ไม่นิยมให้พระเกจิอื่นๆมาร่วมนั่งล้อมวงปลุกเสก


          เพราะสายวิชานี้ถือว่ามีครูเวสสุวรรณและองค์บรมครูท้าวมหาอปรพรหมจะมาเป็นองค์ประสิทธิให้แล้วโดยตรงถือว่าการปลุกเสกเดี่ยวตามพิธีพรหมศาสตร์ ซื่งท่านพระครูอรุณธรรมญานได้สืบทอดจากพระเดชพระคุณพระธรรมมงคลเจดีย์เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ซึ่งถือว่าเป็นอาจารย์อาวุโสในสายวิชา ผู้ถือคติว่า ชาติเสือไม่ขอเนื้อใครกิน!


          สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างเพื่อซื้อต้นไม้ประดับจัดแต่งพระอารามให้เกิดความสวยงามเพราะเป็นท่องเที่ยวสนองนโยบายพระเดชพระคุณพระธรรมมงคลเจดีย์เจ้าอาวาสวัดอรุณฯใครอยากได้ไว้บูชาพกพาติดตัวก่อนออกเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เพื่อให้ท่านท้าวเวสสุวรรณปกป้องคุ้มครองก็เชิญไปสอบถามกันได้ที่ ศาลาทำบุญข้างพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม


          ไม่ต้องถามมาที่ผมนะครับ เพราะผมมีไว้กันผี-ตนเดียว 


          ท้าวเวสสุวรรณ ชินบัญชรมหาปราบ  !!