ผมเคยมีโอกาสไปกราบรูปเหมือนของหลวงปู่ไข่ อินฺทสโร ที่วัดเชิงเลนหรือวัดบพิตรพิมุขวรวิหาร ริมถนนจักรวรรดิ กรุงเทพมหานคร 

 

 

          เมื่อเอ่ยนามหลวงปู่ไข่ อินฺทสโร หลายท่านอาจจะเฉยๆ แต่ถ้าใครเป็นนักเลงพระเครื่องหรือนักสะสมเหรียญคณาจารย์ ต้องบอกว่า นามนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะว่า ท่านเป็นเจ้าของเหรียญแห่งตำนานที่ว่ากันว่า เป็นเหรียญที่แพงที่สุดในโลก เพราะ "บอย ท่าพระจันทร์"ออกมาการันตีผ่านสื่อมวลชนว่า สภาพสวยสมบูรณ์ เหรียญเดียว ๓๐ ล้านบาท รับเช่าถ้าใครมี-ยกมือขึ้น(ราคาเมื่อ ๒๕๕๗)!!
    

 

 

ไขปริศนา...เหรียญที่แพงอันดับหนึ่ง "หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน" สุดยอดพระเครื่องแห่งเมืองกรุง

เหรียญหลวงปู่ไข่ มีรอยจาร 
ภาพจาก"หนังสือประวัติและเกียติคุณหลวงปู่ไข่ อินฺทสโร" น.๒๓

 

          เพราะเหรียญรูปเหมือนของท่าน สร้างน้อยมากบ้างก็ว่าสร้างเพียง ๒๖ เหรียญ บ้างก็ว่า ๗๒ เหรียญ(เท่ากับ๖รอบอายุ) ยังไม่มีข้อยุติไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน แต่เป็นมาตราฐานว่าจำนวนไม่เกินนี้แน่นอน และสำหรับหลวงปู่ไข่นั้น นอกจากเหรียญรุ่นแรกของท่านจะโด่งดังอมตะแล้ว ยังมีวัตถุมงคลของท่านที่ติดอันดับอยู่ในชุดเบญจภาคีเหมือนกัน เพราะป๋ายัพ-พยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย เคยบอกว่า เบญจภาคีพระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก แพงทุกองค์ คือ 1.พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเคลือวัลย์ จ.ชลบุรี 2.พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง จ.นนทบุรี 3.พระปิดตาหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน (วัดบพิตรพิมุข) กทม. 4.พระปิดตาหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี  และ 5.พระปิดตาหลวงปู่จีน วัดท่าลาด จ. ฉะเชิงเทรา
    


              วันที่ไปทำบุญทางเจ้าหน้าที่วัดฯได้มอบหนังสือปกแข็งชื่อ "หนังสือประวัติและเกียติคุณหลวงปู่ไข่ อินฺทสโร" ให้ผมหนึ่งเล่มเอาไว้ศึกษาหาความรู้ ซึ่งเป็นหนังสือที่ผ่านการชำระข้อมูลแล้ว พิมพ์ครั้งแรกเมื่องานประชุมเพลิงหลวงปู่ไข่ ในปี ๒๔๗๖ หลังท่านมรณภาพได้ ๑๐๐วันและพิมพ์ครั้งที่๒ เมื่อ๒๕๑๕ ในโอกาสที่ทางวัดทำพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลย้อนยุคหลวงปู่ไข่ ชุดใหญ่และมาปรับปรุงต้นฉบับใหม่อีกครั้ง เป็นเล่มที่ผมได้รับมอบมาในปี ๒๕๔๘ โดย พระเทพปริยัติสุธี เจ้าอาวาสวัดบพิตรพิมุขวรวิหาร จัดพิมพ์เดือนพฤศจิกายน
    

 

ไขปริศนา...เหรียญที่แพงอันดับหนึ่ง "หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน" สุดยอดพระเครื่องแห่งเมืองกรุง

เหรียญรุ่น ๒ อยู่ในตลับพร้อมใช้อย่างดี ที่วัดยังเพียบ

 

 

          ในเล่มนี้ระบุข้อมูลเอาไว้ชัดเจนว่า 
          " เหรียญหลวงปู่ไข่ เป็นรูปเหมือนของท่านนั่งขัดสมาธิ ครองจีวรเฉวียงบ่า พาดผ้าสังฆาฎิคาดรัดประคดอก มีตัวอักษรว่า "อินฺทสโรภิกขุ"ซึ่งเป็นฉายาของท่าน เนื้อสำริดออกเหลือง ท่านสร้างไว้แจกลูกศิษย์ที่ใกล้ชิด ลักษณะจะเป็นเหรียญรูปไข่ ขนาดกว้าง ๒.๖ เซ็นติเมตร ส่วนวงรียาวประมาณ ๓.๕ เซ็นติเมตร มีหูห่วงเชื่อมตะกั่ว ส่วนด้านหลังเรียบมีรอยจารด้วยเหล็กแหลมลงอักขระยันต์พระเจ้าห้าพระองค์ "นะโมพุทธายะ"
    

          นี่แหละครับ  จึงทำให้กลายเป็น"ของดีที่หลายคนมองข้าม"ไปอย่างน่าเสียดาย
    

          ถ้าถามว่าเรื่องความหายากและราคาเช่าหานั้น-เหรียญรุ่นแรกหลวงปู่ไข่ อินฺทสโร ๒๔๗๒(แต่บอย ท่าพระจันทร์บอก ๒๔๗๓) หายากและแพงมานานแล้วและขอบอกว่าของเก๊-ของเลียนแบบ มีจำนวนมากมายมหาศาลนับล้านเหรียญที่สำคัญเป็นเหรียญที่ไม่สามารถจัดอยู่ในชุด เบญจภาคีเหรียญคณาจารย์ยอดนิยมได้ เพราะเนื่องจากมีจำนวนน้อยและหายากมากถึงมากที่สุด
    

          สำหรับชุดเหรียญเบญจภาคี ประกอบด้วย เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ(อยุธยา),เหรียญหลวงพ่อคง วัดบางกระพ้อม(สมุทรสงคราม),เหรียญหลวงพ่อฉุย วัดคงคาราม(เพชรบุรี),หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า (ชัยนาท),หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง(บางขุนเทียน กรุงเทพฯ) ซึ่งทั้งห้าเหรียญ ถือว่าเป็นสุดยอดเหรียญเบญจภาคียุคเก่า แต่แม้ว่าจะหายาก ว่ากันว่ายังพอหาได้มีหมุนเวียนในตลาดนักสะสม 
    

          เพราะการจะยกย่องให้เป็นสุดยอดเหรียญเบญจภาคีนั้น จะต้องมีองค์ประกอบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ค่านิยม,พุทธคุณ,พุทธศิลป์,ราคาเช่าหาและที่สำคัญคือ การวนเวียนเหรียญในตลาดนักสะสม ซึ่งทั้ง๕ เหรียญมีครบถ้วนแต่สำหรับเหรียญหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน อย่างที่บอกว่า หมดสิทธิ์ เพราะข้อสุดท้ายคือไม่มีวนเวียน!!
    

          เพราะถ้านำเหรียญหลวงปู่ไข่ ไปจัดอยู่ในชุดเบญจภาคี ต่อให้ใครมีครบ๔ เหรียญก็ยังขาดเหรียญที่๕ คือ เหรียญหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน อยู่ดี เพราะความสบายใจของทุกฝ่ายและเพื่อให้การเล่นหาสะสมมีอนาคต จึงมีการตัดเหรียญของหลวงปู่ไข่ออกมา เช่นเดียวกับสมัยก่อนนั้น เหรียญหลวงพ่อคง วัดบางกระพ้อม ไม่ได้อยู่ในชุดเบญจภาคี แค่เหรียญที่อยู่ในชุดคือ เหรียญหลวงปู่ขาว วัดหลักสี่  แต่เพราะความหายากมากๆเลยต้องตัดออกไปแล้วเอาเหรียญหลวงพ่อคง เข้ามาแทน
    

          เหรียญหลวงปู่ไข่ เหรียญจริง-เหรียญแท้ คนที่นำมาโชว์อยู่บ่อยๆผ่านสื่อมวลชนทั้งหลายก็เห็นจะมีแค่ไม่กี่ท่าน หนึ่งในจำนวนนั้นคือ "บอย ท่าพระจันทร์" เซียนพระร้อยล้านเท่านั้นเอง ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า น่าจะมีหลงเหลืออยู่ไม่น่าจะเกิน๑๐ เหรียญ เพราะผ่านกาลเวลามายาวนานและคนในสมัยก่อนก็ไม่ได้สะสมเพื่อผลประโยชน์ อาจจะมอบให้ลูกหลานไป ทำสูญหายไปหรือเวลามีงานหล่อพระพุทธรูปก็หย่อนลงไปในเบ้าหล่อมเลยก็มี ฯลฯ
    

          อาจจะด้วยเหตุผลสารพันนี้จึงทำให้เหรียญรุ่นนี้ที่สร้างน้อยอยู่แล้วยิ่งมีน้อยลงไปอีก!?!
    

          เขา ยังเคยอธิบายเอาไว้ว่าปกติแล้ว ถ้าเป็นเหรียญวงรีรูปทรงไข่ การสร้างเหรียญตั้งแต่ปี ๒๔๖๐- ๒๔๘๐ ประมาณ๙๘% จะเป็นเหรียญชนิดหูเชื่อม แต่ความพิเศษของเหรียญหลวงปู่ไข่รุ่นนี้ แม้จะสร้างในปี ๒๔๗๓  กลับเป็นเหรียญหูในตัว ในกรณีการสร้างเหรียญปั๊มข้างกระบอก ส่วนใหญ่จะเป็นเหรียญที่มีการสร้างในหลักร้อยเหรียญขึ้นไปการผลิตเหรียญรุ่นนี้ เป็นเป็นเหรียญข้างเลื่อย ชนิดหูในตัว (เหรียญที่เลื่อยเผื่อหูสำหรับเจาะรูภายหลัง โดยเหรียญและหูเชื่อมทำมาพร้อมๆ กัน) ส่วนที่มาเข้าใจกันว่า เป็นเหรียญหูเชื่อม ถ้าเชื่อตามข้อมูลในหนังสือชื่อ "หนังสือประวัติและเกียติคุณหลวงปู่ไข่ อินฺทสโร"  )
     

          ผมสันนิษฐานเอาเองว่า ถ้าเช่นนั้นจริงคงเป็นเพราะเซียนรุ่นเก่าผู้เก๋าประสบการณ์คงไม่อยากเปิดเผยจุดสำคัญ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นได้ว่า เซียนต้องการซื้อเก็บไว้เอง หรือไม่ก็อาจจะมีความรู้เรื่องเหรียญไม่มากพอ 
     

          เหรียญหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน จึงเป็นเหรียญในตำนาน ที่ใครได้ครอบครองถือว่า เป็นสุดยอดของคนเล่นพระเหรียญอย่างแท้จริง
     

          เอาน่า...ขอปลอบใจว่า แต่ถ้าใครไม่คิดมาก นิมนต์รุ่น ๒ ไปเก็บไว้พกพาบูชาติดตัวก็ได้ แนะนำไปไปเช่าที่วัดฯเพราะเห็นยังมีให้เช่าบูชาอยู่ในราคา ๕๐๐บาท เป็นเหรียญที่สร้างปี ๒๕๑๕ แต่ว่าทุกวันนี้ยังมีไม่ขาดวัดเพราะสร้างไว้ ๗๓,๐๐๐ เหรียญ มีพระเกจิ ๕๖ ร่วมพุทธาภิเษก เอาน่า-เข้มขลังอยู่แล้ว!!
    

          ส่วนรุ่นแรกจะหากันไปทำไม...มีไม่เกิน ๗๒ เหรียญ แถมปลุกเสกเดี่ยวอีกต่างหาก...แหะ แหะ(พวกองุ่นเปรี้ยวชัดๆ-ฮา)