royal coronation
15 ธันวาคม 2562
ความรู้

ไขปมปริศนา สีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบ

24 พฤศจิกายน 2562 - 00:00 น.
หลวงพ่อทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง,อาจารย์ ชินพร สุขสถิตย์,ขี้ผึ้งเขียวในตำนาน
Shares :
เปิดอ่าน 2,049 ครั้ง

ไขปมปริศนาสีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบ เหตุใดถือขึ้นทำเนียบสีผึ้งอันดับ1ของเมืองไทย(1) คอลัมน์... ตามรอย...ตำนานแผ่นดิน โดย... เอก อัคคี (facebook.com/Akeakkee Ake)

 

 

          หลวงพ่อทาบ หรือพระครูอรรถโกศล ท่านเป็นคนระยองโดยกำเนิด เกิดที่บ้านนาตาขวัญ ต.นาตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อวันศุกร์ เดือน 6 ปีฉลู ตรงกับ พ.ศ2420. โยมบิดาชื่อ อุ่น เพชรนคร โยมมารดาชื่อ ฉิม พื้นเพเป็นชาวจังหวัดจันทบุรี ท่านมีพี่น้องถึง 8 คน หลวงพ่อทาบเป็นน้องคนสุดท้อง

 

หลวงพ่อทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง

 

 

          ผมอ่านพบบทความในนิตยสารกระแสพระ ฉบับที่ 36 เดือนสิงหาคม 2547


          “หลวงพ่อทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง อ.บ้านค่าย จ.ระยอง” โดยท่านอาจารย์ชินพร สุขสถิตย์ ซึ่งในส่วนความเห็นของผมเองคิดว่าข้อเขียนส่วนใหญ่น่าจะอ้างอิงจากข้อเขียนของอาจารย์ประถม อาจสาคร


          เรื่องราวมีอยู่ว่าสมัยท่านเป็นเด็กมีคนเล่าให้ฟังว่าท่านเป็นคนใจบุญมาก เมื่อโยมของท่านจับปลามาขังไว้เพื่อประกอบอาหารท่านมักจะปล่อยลงน้ำไปหมดด้วยความสงสารจนถูกโยมบิดามารดาดุเอาหลายครั้งหลายหน แต่เมื่อมีโอกาสท่านมักจะปล่อยปลาลงน้ำไปเสมอๆ จนโยมท่านต้องงดนำปลาเป็นๆ มากักขังไว้ หลวงพ่อทาบท่านได้เริ่มต้นเล่าเรียนเมื่ออายุได้เพียง 4-5 ขวบ พออายุได้ 20 ปี เข้าสู่วัยฉกรรจ์ ท่านก็ถูกเกณฑ์เป็นทหารเรือรับใช้ชาติตามหน้าที่ของลูกผู้ชายอยู่ถึง 4 ปี จึงได้ปลดประจำการ

 

 

ขี้ผึ้งเขียวในตำนาน

 


          หลังจากนั้นท่านก็บวชอุทิศส่วนกุศลให้แก่โยมบิดามารดาทั้งสองคนโดยมีพระครู สมุทรสมานคุณ (แหยว) เจ้าอาวาสวัดป่าประดู่ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์มาก เจ้าอาวาสวัดนาตาขวัญ เป็นพระกรรมวาจารย์ และพระอาจารย์รวม วัดบ้านแลง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่ออุปสมบทแล้วหลวงพ่อทาบเป็นพระหนุ่มที่เคร่งครัดสำรวมขยันขันแข็งมากท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัยและสามารถแปลมูลกัจจายน์มงคลทีปนี้ได้ในพรรษาแรก

 



          นอกจากนี้หลวงพ่อทาบก็ยังได้ศึกษาวิชาอาคมกับหลวงพ่อมาก พระกรรมวาจารย์ของท่านอีก จากนั้นท่านก็ไปอยู่รับใช้พระอุปัชฌาย์อีกประมาณ 2 ปี ได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมจากพระอุปัชฌาย์จนหมดสิ้น


          พระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อทาบ คือ พระครูสมุทรสมานคุณ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดระยอง ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อแหยว เป็นผู้มีวิชาอาคมขลังยิ่งรูปหนึ่งในจังหวัดระยองยุคนั้น โดยเฉพาะด้านเมตตามหานิยม เล่ากันว่าผ้ายันต์พัดโบกของท่านนั้น ใช้โบกไปทางไหนผู้หญิงก็จะต้องตามไปทางนั้นทันที เรียกว่าหลวงพ่อมีชื่อเสียงทางผ้ายันต์หรือผ้าพัดโบกมาก


          เมื่อหลวงพ่อทาบ บวชได้พรรษาที่ 5 พ้นจากการเป็นพระนวกะแล้ว ท่านก็เริ่มออกเดินธุดงค์เพื่อหาความสงบวิเวกตามป่าเขาลำเนาไพร และแสวงหาพระอาจารย์ดีๆ ไปตามที่ต่างๆ ในช่วงเวลานั้น หลวงพ่อทาบชอบพอกับหลวงพ่อทิมมาก เคยไปธุดงค์และแสวงหาพระอาจารย์ด้วยกันหลายครั้งหลายหน

 

 

 

อาจารย์ ชินพร สุขสถิตย์

 


          อาจารย์ประถม อาจสาคร เคยเล่าเอาไว้ว่า แป้งผัดหน้านั้น หลวงพ่อทาบท่านลงนะนวลจันทร์ และตั้งแต่นั้นมาชื่อเสียงในด้านเมตตามหานิยมของหลวงพ่อทาบก็ยิ่งโด่งดังขึ้นจนคนระยองถึงกับผูกวลียกย่องไว้ว่า “อิทธิฤทธิ์หลวงพ่อเพ่ง เมตตามหานิยมหลวงพ่อทาบ อาคมหลวงพ่อทิม”


          แม้หลวงพ่อทาบ หรือท่านพระครูอรรถโกศล จะสงเคราะห์ผู้เกิดทุกข์เกิดร้อนด้วยการลงนะหน้าทอง อาบน้ำมนต์ ตลอดจนแจกสีผึ้งเขียวให้ผู้เดือดร้อนจนสัมฤทธิ์ผลตามความปรารถนาแล้ว วิชาของท่านกลับมาย้อนทำลายใจของท่านเองเข้าจนได้ กล่าวคือพระลูกวัดท่านรูปหนึ่งซึ่งบวชอยู่รับใช้ใกล้ชิดท่านมาหลายปีเกิดอยากสึกไปครองเรือน จึงมาอ้อนวอนขอสีผึ้งเขียวท่านโดยบอกท่านตรงๆ ว่า


          ชอบผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง หลวงพ่อทาบใจอ่อนเห็นใจในความรักของหนุ่มสาวซึ่งเป็นเรื่องของธรรมชาติ หลวงพ่อทาบจึงให้สีผึ้งเขียวแก่ทิดสึกใหม่ผู้นั้นไปเพียงหนึ่งหัวไม้ขีด ทิดสึกใหม่คนนั้นก็เอาไปป้ายหญิงที่ตนรัก หญิงสาวก็หนีพ่อแม่ตามหนุ่มทิดสึกใหม่ผู้นั้นไปอย่างที่ใครๆ ก็คาดไม่ถึง ทว่าหญิงสาวคนนั้นก็คือหลานสาวแท้ๆ ของท่านเอง!!!


          คุณลุงเจริญ เพชรนคร หลานแท้ๆ ของหลวงพ่อทาบเล่าให้ผู้เขียนประวัติของพ่อทาบลงในเว็บไซต์อิทธิปาปฏิหาริย์พระเครื่องให้ทราบถึงความเสียใจของท่าน โดยท่านพูดว่า “นิ้วเราเองมาทิ่มตาเราเอง ต่อไปนี้จะไม่แจกสีผึ้งแก่คนในบ้านค่ายอีก” (อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended