royal coronation
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562
ความรู้

สถาบันคึกฤทธิ์ส่งเยาวชน แสดงโขนหน้าที่นั่ง กรมสมเด็จพระเทพฯ

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 - 15:00 น.
อเสรี หวังในธรรม,ผศดรธีรภัทร์ ทองนิ่ม,ราพณ์พ่ายบารมี พระจักรีครองเมือง,สถาบันคึกฤทธิ์มูลนิธิคึกฤทธิ์
Shares :
เปิดอ่าน 159 ครั้ง

ศูนย์ศิลปะการแสดง สถาบันคึกฤทธิ์ สุดภาคภูมิใจ ส่ง 200 เยาวชนไทย แสดงโขนหน้าพระที่นั่ง กรมสมเด็จพระเทพฯ

          "ดนตรีไทยไม่สิ้นแล้ว เพราะพระทูลกระหม่อมแก้วเอาใจใส่” คำกล่าวของ อ.เสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ศิลปะการละคร) ถูก “ครูแป๊ะ” ผศ.ดร.ธีรภัทร์ ทองนิ่ม ผู้กำกับการแสดงและกำกับเวที หยิบยกขึ้นมากล่าวอีกครั้ง หลังจบงานแสดงโขนใหญ่ประจำปี ชุด “ราพณ์พ่ายบารมี พระจักรีครองเมือง” ของศูนย์ศิลปะการแสดงสถาบันคึกฤทธิ์มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งนำนักแสดงเยาวชนกว่า 200 ชีวิต แสดงโขนหน้าที่นั่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ เมื่อวันก่อน

          ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์ฯ กล่าวว่า หลังจบการแสดง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีรับสั่งถามถึงการฝึกซ้อมคณะโขนเยาวชนของเราว่าฝึกกันอาทิตย์ละวันจริงหรือ และยังสนพระราชหฤทัยการฝึกของเด็กๆ ที่พากย์โขน ซึ่งทำให้พวกเราต่างปลื้มปีติ ครั้งนี้ถือเป็นการแสดงโขนที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจของเยาวชนคนโขน คณะครู และคณะผู้ทำงานของศูนย์ศิลปะการแสดง สถาบันคึกฤทธิ์ หากย้อนกลับไปทางสถาบันเริ่มโครงการฝึกเยาวชนโขนไทยมาเกือบ 10 ปี โดยเริ่มรับสมัครเยาวชนจากชุมชนโดยรอบที่ตั้งของสถาบันคึกฤทธิ์ และเยาวชนจากโรงเรียนใกล้เคียง ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2553 ตอนนั้นมีคนเข้าเรียนและฝึกหัด 70 คน ต่อมามีการก่อตั้งศูนย์ศิลปะการแสดงสถาบันคึกฤทธิ์ขึ้นในปี 2555 จนมาถึงวันนี้ มีเยาวชนผู้สนใจเข้าเรียนศิลปะไทยเพิ่มมากขึ้นถึง 630 คน ด้วยการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่เห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าควรจะเก็บรักษาศิลปะความเป็นไทยไว้ในตัวเยาวชน ให้พวกเขาเป็นกำลังสืบทอดวัฒนธรรมของชาติต่อไป การที่ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการแสดงโขนเยาวชนของสถาบันคึกฤทธิ์ในครั้งนี้ ถือเป็นมิ่งขวัญแก่มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์ฯ ที่จะดำเนินกิจกรรมสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมให้ดำรงสืบไป

          โขนรามเกียรติ์ตอน “ราพณ์พ่ายบารมี พระจักรีครองเมือง” จับความตอนสงครามครั้งสุดท้ายระหว่างฝ่ายมนุษย์ ได้แก่ พระราม พระลักษมณ์ กองทัพวานร และกองทัพอสูร ได้แก่ ทศกัณฐ์ และบรรดาไพร่พลอสูร หลังการปะทะทัพกลางเวที ฝ่ายพระรามได้รับชัยชนะ สงครามยุติลงพระรามจึงเดินทางกลับนครอโยธยา บรมราชาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ครองกรุงอโยธยา

ผศ.ดร.ธีรภัทร์ ทองนิ่ม

          “ครูแป๊ะ” ผศ.ดร.ธีรภัทร์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวมองว่าโขนกำลังฟื้นตัว มีแรงผลักดันให้เด็กสมัยใหม่ต้องการเรียนโขนมากขึ้น ทั้งได้เล่น ได้ออกกำลังกาย โขนปัจจุบันไม่ได้ยืดเยื้อเช่นสมัยก่อน มีตอนที่สนุกสนานก็มี ทำให้เด็กๆ ที่เข้ามาเรียนสนุก อีกทั้งหลายๆ หน่วยงานให้การสนับสนุน เช่นมีชมรมโขนต่างๆ ทั้งในบางโรงเรียนยังสอดแทรกวิชาการแสดงโขนเข้าไปด้วย ยิ่งเป็นการต่อลมหายใจให้แก่มรดกวัฒนธรรมชิ้นนี้ ตอนนี้การแสดงโขนกลายเป็นความนิยมของเด็กสมัยใหม่บางกลุ่มไปแล้วและยังมีคนรุ่นใหม่ต้องการที่จะสมัครเข้าเรียนที่สถาบันคึกฤทธิ์ในทุกๆ ปี เนื่องจากมีคณาจารย์ซึ่งได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติมาสอนถึง 3 ท่านด้วยกัน ซึ่งการฝึกฝนนั้นครูทุกท่านต่างลงฝึกฝนเด็กๆ ด้วยตัวเองทั้งสิ้น

Shares :