จากกรณี จส.100 ได้นำคลิปอุบัติเหตุจากกล้องหน้ารถกระบะคันหนึ่งซึ่งขับมาตามถนนหลวงแพ่ง หรือถนนเทพราช-ลาดกระบัง ที่วิ่งระหว่างลาดกระบัง มุ่งหน้าเข้าจังหวัดสมุทรปราการ ช่วงลอยต่อระหว่างศีรษะจระเข้น้อย ขึ้นสะพานข้ามคลองกาหลง หมู่ 7 ต.เปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ซึ่งในช่วงที่เกิดอุบัติเหตุเป็นช่วงกลางคืนเวลาประมาณ 5 ทุ่มของวันที่ 1 ก.ย. 63

 

 

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าตรวจสอบยังสถานที่เกิดเหตุ ก็พบว่าถนนสายดังกล่าวในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรปราการ กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างถนนและสะพานข้ามแยก และมีการวางแท่งปูนแบริเออร์กั้นแนวก่อสร้างเป็นทางเบี่ยงให้รถสามารถวิ่งผ่านได้เพียงเลนเดียว ส่วนอีกฝั่งสะพานเป็นพื้นที่รับผิดชอบของศีรษะจระเข้น้อย เขตลาดกระบัง โดยมีแนวคลองกาหลงเป็นจุดแบ่งเขตระหว่างลาดกระบังและจังหวัดสมุทรปราการ

 

 

 

 

ซึ่งจากคลิปจะเห็นว่าในระหว่างที่ผู้เสียหายขับรถมาจากลาดกระบังมุ่งหน้าเข้าเขตจังหวัดสมุทรปราการ ก่อนถึงที่เกิดเหตุเป็นสะพานข้ามคลองผู้เสียหายได้ขับรถขึ้นสะพานซึ่งเป็นทางชันและสูง ทำให้รถเกิดการกระโดดเล็กน้อยโดยบนสะพานมีไฟถนนติดอยู่ประมาณ 2-3 ดวง แต่ก็เห็นเฉพาะบนสะพาน เมื่อขับลงสะพานคนขับมองเห็นไม่ชัดว่ามีแท่งปูนแบริเออร์ตั้งกั้นแนวก่อสร้างถนนที่ขุดจนเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ ทำให้รถพุ่งชนแบริเออร์อย่างแรงจนหม้อน้ำแตก หน้ารถยุบเสียหาย และล้อหน้าข้างขวาได้ตกลงไปในหลุมดังกล่าว ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่ามีการนำดินลูกรังมาทำการถมปิดหลุมดังกล่าวแล้ว และมีการวางแนวแท่งปูนแบริเออร์ใหม่ พร้อมติดตั้งสัญญาณไฟเตือนแนวก่อสร้าง

 

 

นายสมชาติ นินเกร็ด อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุด สภ.เปร็ง เล่าว่า ในคืนที่เกิดเหตุขณะที่ตนและเพื่อนอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจุด สภ.เปร็ง กำลังเฝ้าจุดอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ก็ได้เห็นรถกระบะคันดังกล่าวซึ่งวิ่งลงมาจากสะพานทางด้านเลนขวา คาดว่าน่าจะมองไม่เห็นว่าเป็นแนวแบริเออร์ปิดกั้นแนวก่อสร้างเอาไว้เพราะไม่มีไฟสัญญาณเตือนใดๆ และไฟถนนที่จุดที่มีการก่อสร้างก็ดับ และตรงจุดที่เกิดเหตุก็มีการขุดลงไปจนเป็นแอ่งน้ำรอที่จะถมลูกรังลงอีกที แล้วเอาแท่งแบริเออร์วางไว้ขอบๆแอ่งน้ำ พอรถคันดังกล่าววิ่งลงมาจากสะพานมาทางด้านเลนขวา และคิดว่าคงไม่ได้เปิดไฟสูง พอลงมาก็เจอแท่งแบริเออร์เลยทำให้หักหลบไม่ทัน ส่วนไฟส่องทางติดเฉพาะบนสะพาน แต่พอลงสะพานมาแล้วไม่ติด จึงทำให้มองไม่เห็นแท่งแบริเออร์เพราะไม่ได้ติดสัญญาณไฟเตือนแต่อย่างใด

 

 

 

 

ส่วนทางขึ้นสะพานมาก็ไม่มีป้ายบอกว่ามีการก่อสร้าง ส่วนที่เห็นอยู่ในขณะนี้เพิ่งนำมาติดในวันนี้เองและดินก็พึ่งเอามาถมในวันนี้เหมือนกัน ซึ่งในจุดนี้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์บางทีปีนขึ้นไปข้างบนเลยเพราะดินมันยังไม่แน่นทำให้รถล้ม แต่ก็ไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรง ส่วนหนึ่งก็เกิดจากไฟทางไม่สว่าง ส่วนที่สองน่าจะมาจากทางผู้รับเหมาก่อสร้างไม่มีการติดป้ายเตือนให้ระวัง

 

 

ขณะที่ นายวิทวัส ผู้เสียหายพูดคุยทางโทรศัพท์ว่า ในคืนที่เกิดเหตุตนและเพื่อนร่วมงานอีก 2 คน ได้ไปทำธุระที่ต่างจังหวัดและขากลับได้แวะเอาของมาลงในเขตลาดกระบัง และกำลังขับรถจะกลับบ้านพักที่อยู่ในย่านอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ โดยเส้นทางดังกล่าวตนพึ่งมาใช้เป็นครั้งแรกจึงไม่ทราบว่ามีการก่อสร้างถนนอยู่ และก่อนถึงที่เกิดเหตุก็ไม่มีการติดป้ายเตือนแต่อย่างใด ตนจึงขับมาด้วยความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสะพานข้ามคลอง ตนมองไม่ชัดจึงไม่ได้เหยียบเบรกทำให้รถกระโดดเล็กน้อย แต่พอมาถึงทางลงไฟถนนไม่มีทำให้มองเห็นไม่ชัดเลยมองไม่เห็นว่ามีแนวแท่งปูนแบริเออร์วางอยู่จึงชนเข้าอย่างจังจนล้อหน้าตกลงไปในหลุมส่วนรถหม้อน้ำแตก หน้ารถยุบขับต่อไม่ได้ หลังเกิดเหตุตนได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เปร็ง เพื่อให้เรียกผู้รับเหมาให้มารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีใครมาแสดงตัวรับผิดชอบแต่อย่างใด

 

 

 

 

 

 

 

สุธินันท์ คงสินธ์ / สุรศักดิ์ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สมุทรปราการ