กรณีพลเมืองดีที่ร่วมด้วยช่วยกัน ช่วยเด็กวัยขวบเศษออกมาจากเก๋งสีขาว ที่ประตูล็อคทั้ง 4 ด้าน บริเวณตลาดกิมหยง เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ แต่ทว่าหญิงผู้เป็นแม่และเป็นเจ้าของรถกลับไม่พอใจที่ประตูรถมีรอยขูดขีด และถามหาความรับผิดจากชอบคนที่เข้ามาพยายามช่วยปลดล็อคนั้น

 

 

 

อ่านข่าว : พลเมืองดีสุดงง พยายามช่วยเด็ก แต่โดนเรียกค่าเสียหาย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทนายเกิดผล แก้วเกิด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเรื่องนี้ว่า

การที่เด็กติดอยู่ในรถ เพราะความประมาทของตัวเองแล้วมีคนไปช่วยลูก แทนที่จะสำนึกบุญคุณเขา กลับคิดจะเอาเรื่อง แบบนี้ใครอยากจะช่วยครับ แต่ถึงแม้รถคุณจะเสียหายแค่ไหน ผู้ที่เข้าไปช่วยเด็กก็ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญาแม้แต่สลึงเดียว

ในทางอาญา ผู้กระทำก็ไม่ต้องรับโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ เพราะเป็นการกระทำด้วยความจำเป็น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 67 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำความผิดด้วยความจำเป็น (1) เพราะอยู่ในที่บังคับ หรือภายใต้อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ หรือ (2) เพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตนมิได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

ส่วนทางแพ่ง ก็ไม่ต้องรับผิด ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีรถบุบสลายแต่ประการใด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 450 ที่บัญญัติว่า ถ้าบุคคลทำบุบสลายหรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายซึ่งมีมาเป็นสาธารณะโดยฉุกเฉิน ท่านว่าไม่จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หากความเสียหายนั้นไม่เกินสมควรแก่เหตุภยันตราย

ถ้าบุคคลทำบุบสลายหรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายอันมีแก่เอกชนโดยฉุกเฉิน ผู้นั้นจะต้องใช้คืนทรัพย์นั้น ถ้าบุคคลทำบุบสลายหรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อจะป้องกันสิทธิของตนหรือของบุคคลภายนอกจากภยันตรายอันมีมาโดยฉุกเฉิน เพราะตัวทรัพย์นั้นเอง เป็นเหตุบุคคลเช่นว่านี้ หาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่ หากว่าความเสียหายนั้น ไม่เกินสมควรแก่เหตุ แต่ถ้าภยันตรายนั้นเกิดขึ้นเพราะความผิดของบุคคลนั้นเองแล้ว ท่านว่าจำต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้