royal coronation
วันที่ 16 ตุลาคม 2562
เรื่องเด่นฐานเศรษฐกิจ

หนังสือลับ 'ขายโฮปเวลล์' ไม้เด็ดรื้อค่าโง่ 2.5 หมื่นล้าน

วันที่ 11 สิงหาคม 2562 - 12:00 น.
โฮปเวลล์,ค่าโง่,คมนาคม
Shares :
เปิดอ่าน 11,929 ครั้ง

คอลัมน์ข่าวห้ามเขียน ฐานเศรฐกิจ ฉบับ 3495 หน้า 20 ระหว่างวันที่ 11-14 ส.ค.2562 โดย...พรานบุญ

หนังสือลับ

‘ขายโฮปเวลล์’

ไม้เด็ดรื้อค่าโง่ 2.5 หมื่นล้าน!

 

            มหากาพย์แห่งเรื่องราวค่าโง่ตอม่อโฮปเวลล์ 1.18 หมื่นล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% และค่าอื่นๆ จิปาถะนั้น อาจสร้างความรื่นเริงบันเทิงใจให้กับใครต่อใครในปฐพี แต่พรานฯหัวเราะมิออก เพราะเมื่อพิจารณาจากข้อมูลว่ารัฐบาลไทย-การรถไฟฯ-กระทรวงคมนาคม จักต้องจ่ายเงินให้เอกชนในเดือนตุลาคมนี้ถึง 2.54 หมื่นล้านบาท

            เงินก้อนโตขนาด 2.54 หมื่นล้านบาท เอาไปทำอะไรได้บ้างนะหรือครับนายท่าน!

            พรานฯ มิใช่อาเสี่ย แต่เป็นคนหาเช้ากินคํ่าตะลอนไปสืบเสาะข้อมูลจาก “นังบ่าง-อีเห็น-ยายชะมดเช็ด” พบว่าสามารถนำไปลงทุนสร้างท่อร้อยสายให้กทม.เป็นมหานครไร้สายระโยงระยางได้ 2,500 กิโลเมตร โดยไม่ต้องให้สัมปทานกับใคร ให้ชาวประชายํ่ายีเป็นขี้ปาก...

            อีเห็น...เหน็บใส่ชายโครงนายกฯ ลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตรงๆ ไม่อ้อมค้อมว่า เงินก้อนโตดังกล่าวเท่ากับความพยายามของรัฐบาลที่ออกนโยบายให้สิทธิพิเศษการลงทุนในพื้นที่อีอีซี แต่ปรากฏว่าในปี 2561 มีการตั้งโรงงานจริง 2.5 หมื่นล้านบาท

            ยายชะมดเช็ด..เอ่ยวจีอย่างดี๊ด๊าว่า เงิน 2.5 หมื่นล้านบาท เท่ากับกำไรสุทธิของบริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ รัฐวิสาหกิจที่บริการรับจอดเครื่องบิน ดูแลนักท่องเที่ยวปีละ 40-46 ล้านคนเชียวนาพ่อพรานฯ

            นังบ่าง...ตะโกนเสียงดังข้ามหัวลำโพงไปถึงสะพานชมัยมรุเชฐโน่น...พ่อพรานฯ เอร้ย เงินค่าโง่นั้นมากกว่างบประมาณที่รัฐบาลลุงตู่ใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ-ใต้ส่วนต่อขยายช่วง คูคต-ลำลูกกา ที่ใช้เงิน 1.19 หมื่นล้านบาท เอามารวมกับโครงการรถไฟฟ้าสมุทรปราการ-บางปู ที่ลงทุนไป 1.37 หมื่นล้านบาท จ่ายค่าโง่ยังมากกว่าอีก...อัยหยา อกนายพรานฯ ที่หากินด้วยการเก็บเห็ด ใบไม้ ใบหญ้าจิแตกตาย

            สัญชาตญาณแห่งพรานไพรจึงต้องออกแรงไปส่องสรรพสัตว์มาต้มยำทำแกงให้ได้สักตัวสองตัว แต่พลันที่เดินเท้าแค่นั้น เสียงดังปังปืนใหญ่ยิงมาจากไหนม่ายรุ แต่แทนที่จะมีกระสุนกลับมี “สาส์นเป็นหนังสือพิเศษ” มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน อรรถาธิบายเรื่องราวที่อาจทำให้ “รัฐบาลลุงตู่-รัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ-กุลิศ สมบัติศิริ” ได้ตาสว่างในการรื้อคดีใหม่ก่อนจะต้องจ่ายค่าโง่..

            สารรักจากปืนใหญ่ที่ยิงใส่พรานฯ เนื้อความระบุถึงคู่สัญญากับการรถไฟฯ ขายกิจการทิ้งซึ่งผิดเงื่อนไขสัญญาสัมปทาน เนื้อหาพรานฯ มิอาจถลกหนังจริงๆ ขอเชิญทัศนาตั้งแต่บัดนี้...

            บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จำกัด (จดทะเบียน ณ ฮ่องกง หมายเลขหุ้น 54)

            ประกาศขาย บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นสาขาของบริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จำกัด ประกอบกิจการของ โครงการรถไฟและระบบขนส่งทางถนนในกรุงเทพฯ)

            บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จำกัด ประกาศโดยทางอาสาสมัคร เพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นและประชาชนทราบข้อมูลดังต่อไปนี้...

            1.คณะกรรมการของบริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จำกัด (ต่อไปนี้จะเรียกว่าบริษัทนี้) ได้ประกาศว่า เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จำกัด ได้ทำสัญญาซื้อขายกับ บริษัท United Success Limited (“USL”) เพื่อการขายบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด (a) บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกใบหุ้นและชำระหุ้นทั้งหมด ตามข้อตกลงสัมปทานของกระทรวงคมนาคมแห่งประเทศไทยที่กำหนดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2533 ธุรกิจหลักของบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด โครงการรถไฟและระบบขนส่งทางถนนในกรุงเทพฯ (b) หนี้ ระหว่างบริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จำกัด และบริษัท โฮปเวลล์(ประเทศไทย) จำกัด และสาขาอื่นๆ ต้องตามชำระตามข้อตกลงและเงื่อนไขของข้อตกลง

            2.ราคาขาย (ราคาที่ชำระต้องเป็นไปตามที่กำหนดในเงื่อนไขและกฎของข้อตกลง) คือ 500,000,000 บาท (เท่ากับ HK $ 95,000,000) รวมถึงค่าอื่นด้วย (เงินเพิ่มเติมอื่นๆ) ซึ่งคำนวณตามข้อตกลงหากบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด สามารถเรียกเก็บเงินเกินกว่า 2 พันล้านบาท (ประมาณ 380,000 ดอลลาร์ฮ่องกง) สำหรับการเรียกร้องค่าชดเชย สิทธิและผลประโยชน์ และ/หรือสิทธิที่มีอยู่ (เรียกรวมกันว่าการเรียกร้อง บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด) ของโครงการรถไฟ จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมเท่ากับ 20% ของเงินที่เกิน 2 พันล้านบาท (ประมาณ 380,000 ดอลลาร์ฮ่องกง)

            3.ตามข้อตกลงที่กำหนด หลังจากเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว บริษัทนี้ต้องโอนหุ้นที่ออกใบหุ้นและชำระแล้วของ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้แก่ USL หรือตัวแทนของ USL บริษัทนี้ก็ต้องโอนหนี้สินให้แก่ USL หรือตัวแทนของ USL หลังจากได้รับเงิน 500,000,000 บาทเรียบร้อย

            4.ตามเงื่อนไขของข้อตกลง USL จะต้องชำระเงิน 500,000,000 บาท (เท่ากับ HK$ 95,000,000) ให้กับบริษัทนี้ ตามเงื่อนไขต่อไปนี้ : (I) เมื่อบริษัท โฮปเวลล์  (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับค่าชดเชยตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงหรือ

            (II) หากเหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นภายใน 3 ปีนับจากวันที่หมดอายุของข้อตกลง (ถ้า USL ร้องขอการขยายเวลาเป็นหกปี) ในกรณีของ (II) ถ้าคำพิพากษาของศาลไทยหรือการพิจารณาคดี ทำให้บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ไม่มีสิทธิ์รับค่าชดเชย (การฟ้องร้องหรือการเรียกร้องค่าชดเชยถูกจำกัดเวลา) ซึ่ง USL ไม่ต้องจ่ายเงินใดๆ ให้กับบริษัทนี้ ในกรณีดังกล่าว และบริษัทนี้มีสิทธิ์ที่จะยกเลิกสัญญา และบริษัทนี้ไม่จำเป็นต้องโอนหนี้สินให้แก่ USL หรือตัวแทนของ USL

            บริษัทนี้ ยังมีสิทธิ์ที่จะขอโอนคืนหุ้นของบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ขายให้กลับมา บริษัท โฮลเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังจากที่ได้รับค่าชดเชย

            5.บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ไม่เป็นสาขาของบริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จำกัด หลังจากโอนหุ้นที่ออกใบหุ้น ผลกำไรที่ได้จากการขายประมาณ 265 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง จะถูกรับรู้ในปีงบการเงินปีนี้ ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวเป็นจำนวนเงินสำรองเพื่อการพัฒนาโครงการทางรถไฟยกระดับกรุงเทพมหานครในปีที่ผ่านมาซึ่งสูงกว่ามูลค่าตามบัญชีของการขาย บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด

            6.ตามการสอบถามและความเชื่อมั่นที่ดีของคณะกรรมการ USL ไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวโยงกันของ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จำกัด (สำหรับคำนิยามโปรดดูกฎระเบียบว่าด้วยการรับหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งฮ่องกง) การจำหน่ายไม่ถือเป็นการเปิดเผยใด ๆ ที่จำเป็นภายใต้กฎ 14.06 ของกฎการจดทะเบียน

            ประกาศฉบับนี้ ลงนามโดยคณะกรรมการ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จำกัด วันที่ประกาศนี้ คณะกรรมการของ บริษัท โฮปเวลล์ โฮลดิ้ง จำกัด อันประกอบด้วย นายหู ยิ่ง เซียง นายเหอ บิ่นเทียน นายกัว ชาญ หลิ่ นายหู เหวิน ซิน นายยัน เหวิน จุน ภรรยาของนายหู ยิ่ง เซียง นางสาวกัว ชั่ว ผิง นางสาวลูก วิ่ ฉี นายยาง เทียน เซียน นายเหว่ย เกา เหลียน นายเหลียง หยู่ จี นายหลิ่ เจีย ซี นายจาง ลิ มิน นายเฮ ชุณ รอง นายหลาน ลิ่ อิ้ นายโม จง ดา และ หลี่ เย่ย หัว เลขานุการ

            ประกาศเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 และมีการเผยแพร่เนื้อหาในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง มายาวนานแต่ไม่มีใครเสาะหา

            กอร์ดอน วู ผิดเงื่อนไขในสัญญาก่อนหน้าอนุญาโตตุลาการฯ จะยกเรื่องมาพิจารณาและตัดสินค่าโง่กันในปี 2551 เสียด้วยซํ้าไป แต่เขาขายให้ใคร ใช่นอมินีของล็อบบี้ยิสต์ชื่อดังก้องฟ้าเมืองไทย เจ้าของเอเย่นต์รถหรูหรือไม่...ชวนติดตามยิ่ง

            รัฐมนตรีศักดิ์สยามจะคิดอย่างไร...พรานฯมิอาจรู้ได้ แต่ถ้าไม่ยืนยันสู้คดีใหม่...พรานฯทำนายได้เลยว่า รัฐมนตรีโอ๋จะเป็นตำบลกระสุนตก จนเปรอะไปทั้งตัวแน่นอน...หึหึ!

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ