28 พ.ค. 2564  ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เปิดเผยว่า จากที่ได้มีการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ สพฉ. สนับสนุนรถฉุกเฉินและชุดปฏิบัติการฉุกเฉิน สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉินในจุดฉีดวัคซีน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งถือเป็นภารกิจที่เพิ่มขึ้นมานอกเหนือไปจากภารกิจเดิมของ สพฉ.

"สพฉ."จัดรถฉุกเฉินประจำหน่วยฉีดวัคซีนเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชน

 

เลขาธิการ สพฉ. กล่าวว่า เดิมทีภารกิจเร่งด่วนของ สพฉ. ที่ได้รับมอบหมายในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 คือการรับแจ้งเหตุเกี่ยวกับผู้ป่วย การอำนวยความสะดวกและการบริการขนย้ายลำเลียงผู้ป่วยโควิด-19 แต่ด้วยในปัจจุบันรัฐบาลได้เร่งดำเนินการให้มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขกำหนดแผนมีให้ฉีดครบทุกกลุ่มเป้าหมาย จานวน 100 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรร้อยละ 70 ภายในปี 2564 และจะได้มีการจัดตั้งสถานที่ฉีดวัคซีนขึ้นในจุดต่างๆ  เมื่อวานนี้ที่ประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.) จึงได้เห็นชอบให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สนับสนุนรถฉุกเฉินและชุดปฏิบัติการฉุกเฉิน สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉินในจุดฉีดวัคซีน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของประชาชน หากเกิดเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน  ซึ่งเป็นภารกิจตามมติที่ประชุมศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ได้มอบให้ สพฉ. มาดำเนินการ หลังจากนี้ทาง สพฉ.จะได้เร่งทำหลักเกณฑ์และวิธีการต่างๆในการที่จะจัดให้มีรถฉุกเฉินไปสแตนด์บายยังจุดฉีดวัคซีนต่างๆทั่วประเทศ
            

"สพฉ."จัดรถฉุกเฉินประจำหน่วยฉีดวัคซีนเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชน



 

ทั้งนี้สถิติการออกปฏิบัติการตอบสนองสถานการณ์กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Corona Virus Disease: COVID-19) ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2564 – 27 พฤษภาคม 2564 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินได้มีการนำส่งผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ด้วยชุดปฏิบัติการ จำนวนทั้งสิ้น 3,696 ราย เฉลี่ยวันละ 129 ราย โดยมีจำนวนชุดปฏิบัติการ พร้อมปฏิบัติการทั่วประเทศ ALS/ALS SCOT จำนวน 3,005 ชุด BLS/BLS SCOT จำนวน 2,570 ชุด และ FR/FR SCOT จำนวน 6,731 ชุด และมีจำนวนชุดปฏิบัติการชั่วคราว จำนวน 160 ชุด