ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดปราจีนบุรี กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลคำโตนด อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ “ตำบลสร้างเสริมสวัสดิการสังคม” จัดโครงการอบรมเสริมพลังเครือข่ายนวัตกรทางสังคมในชุมชน กลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กและเยาวชน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และภาคีเครือข่าย จำนวน 60 คน


        

 

 

ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ปราจีนบุรีจับมือ อบต.คำโตนด จัดอบรมเสริมพลังเครือข่ายเยาวชนจิตอาสา 

 

กิจกรรมที่น่าสนใจในงานประกอบด้วย 
1.การบรรยายในหัวข้อศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนแก่เด็ก เยาวชน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และภาคีเครือข่าย เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องจิตสาธารณะ สร้างจิตอาสา พัฒนาสู่การเป็นผู้ให้


2.การบรรยายเรื่องนวัตกรทางสังคมในชุมชน ก่อให้เกิดการพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม ให้สามารถขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาสังคมในพื้นที่ได้ในอนาคต
       

 

 

ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ปราจีนบุรีจับมือ อบต.คำโตนด จัดอบรมเสริมพลังเครือข่ายเยาวชนจิตอาสา 

 

3.การทำกิจกรรมจิตอาสา ปล่อยปลาสู่คืนธรรมชาติ ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนเปิดโอกาสให้คนในชุมชุนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างจิตสาธารณะ และสร้างประโยชน์กับชุมชนให้น่าอยู่อาศัย

 

 

ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ปราจีนบุรีจับมือ อบต.คำโตนด จัดอบรมเสริมพลังเครือข่ายเยาวชนจิตอาสา 
       

 

โดยกิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป มีความตระหนักในบทบาทหน้าที่ มีความเป็นจิตสาธารณะ มีความรู้และทักษะในกระบวนการคิด วิเคราะห์ ตลอดจนมีความสามารถในการคิดกิจกรรม/โครงการสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมทางสังคม เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาตามบริบทของพื้นที่/ชุมชน รวมถึงเป็นกลไกสำคัญในพื้นที่ ในการทำงานร่วมกับอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อช่วยขับเคลื่อนงานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์        
         

 

ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ปราจีนบุรีจับมือ อบต.คำโตนด จัดอบรมเสริมพลังเครือข่ายเยาวชนจิตอาสา 

 

อีกทั้งยังเป็นการเสริมพลังเครือข่ายทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนงาน ให้เกิดการบูรณาการในพื้นที่ให้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมตรงตามสภาพปัญหา