ดร.โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) แถลงที่ทำเนียบขาว เมื่อวาน( 13 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า “หากท่านได้รับวัคซีนอย่างสมบูรณ์แล้ว ก็สามารถเริ่มทำอะไรต่างๆที่เคยต้องหยุดไปเพราะโรคระบาด พวกเราต่างรอคอยช่วงเวลานี้มานาน เวลาที่เราสามารถที่จะกลับไปสู่ภาวะปกติได้บ้าง” ซึ่งดร.วาเลนสกี ใช้คำว่า ช่วงเวลาทรงพลังและน่าตื่นเต้น 

ผู้อำนวยการซีดีซี กล่าวว่า แนวทางของซีดีซีฉบับอัปเดตมีข้อมูลวิทยาศาสตร์รองรับว่า ใครก็ตามที่ได้วัคซีนอย่างสมบูรณ์ สามารถร่วมกิจกรรมในอาคารและกลางแจ้งได้ ไม่ว่าขนาดใหญ่หรือเล็ก โดยไม่ต้องสวมแมสก์ หรือรักษาระยะห่าง” ในการนี้ เธออ้างผลการศึกษา 3 ชิ้นที่ยืนยันว่าวัคซีนคุมไวรัสได้ผล เป็นผลการศึกษาในสหรัฐอเมริกา 2 ชิ้น กับผลการศึกษาจากอิสราเอล 1 ชิ้นที่ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมการแพทย์อเมริกัน พบว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันโควิด-19 แบบมีอาการในบุคลากรการแพทย์ 5,000 คน ได้ถึง 97% และป้องกันการติดเชื้อแบบไม่มีอาการได้ 86% (อิสราเอลใช้วัคซีนของไฟเซอร์) 

 

 

ผอ.ซีดีซี กล่าวว่า มีรายงานการติดเชื้อบ้างในกลุ่มผู้ได้รับวัคซีนแล้วในสหรัฐ แต่เป็นจำนวนเล็กน้อยในบรรดาผู้ได้รับวัคซีนครบ117 ล้านคน และการติดเชื้อนั้นก็มีปริมาณไวรัสต่ำ ในระยะเวลาที่สั้นลงและความเสี่ยงแพร่ผู้อื่นน้อย กระนั้น เธอเตือนว่าคนที่มีปัญหาเรื่องภูมิแพ้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลิกสวมแมสก์  

แต่ข้อกำหนดให้ใส่แมสก์ระหว่างเดินทาง ไม่ว่าจะบนรถบัส รถไฟ เครื่องบินและขนส่งมวลชน ยังคงอยู่ จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลวิทยาศาสตร์ ขณะย้ำว่า อย่างที่เห็นแล้วว่าในปีที่ผ่านมา ไวรัสไม่อาจคาดการณ์ได้ หากสถานการณ์แย่ลง ก็มีโอกาสที่อาจจะต้องปรับเปลี่ยนคำแนะนำเหล่านี้ได้เสมอและใครที่มีอาการคล้ายโควิด-19 แม้แต่คนที่ได้วัคซีนครบแล้ว ควรสวมแมสก์และเข้ารับการตรวจ 

ด้าน ดร.แอนโทนี ฟาวชี ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดต่อและภูมิแพ้แห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เลือกสวมแมสก์ต่อไปต่อให้ได้วัคซีนครบแล้ว ก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน แต่ละคนต้องประเมินและเลือกเอง คนที่ไม่ต้องการเสี่ยงแม้แต่นิดเดียว จะใส่แมสก์ไม่ผิด และไม่ควรที่ใครจะวิจารณ์หรือตำหนิ