เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2564 รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า วัคซีนซิโนฟาร์ม ที่เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าเป็นวัคซีนที่ฉีดให้ประธานาธิบดีดูเตร์เตเมื่อวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม คือชนิดเดียวกับที่ฟิลิปปินส์แอบฉีดแบบลับๆ ให้กับทีมอารักขาประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว ก่อนหน้าที่หน่วยงานผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบจะอนุมัติการใช้งานวัคซีนโควิดชนิดใดๆ ในฟิลิปปินส์ด้วยซ้ำ

ภาพที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กของคนใกล้ชิดดูเตร์เต เผยภาพที่ประธานาธิบดี ซึ่งสวมหน้ากากอนามัย สวมเสื้อคลุมยีนปลดกระดุมทับเสื้อยืดสีขาว นั่งเก้าอี้ให้รัฐมนตรีสาธารณสุข ฟรานซิสโก ดูเก ฉีดวัคซีนให้เขา    

'ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต' ของฟิลิปปินส์ ฉีดวัคซีนจีนเข็มแรก

แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ชูขวดวัคซีนซิโนแวคของบริษัท ซิโนแวคไบโอเทค จากจีน ที่ส่งมาถึงกรุงมะนิลา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม (Photo by Ezra Acayan/Getty Images)

ส.ว.คริสโตเฟอร์ "บอง" โก เขียนในโพสต์นี้ว่า ดูเตร์เตฉีดวัคซีนไม่ใช่เพียงเพื่อปกป้องตัวเขาจากโควิด-19 เท่านั้น แต่ยังเพื่อกระตุ้นให้พลเมืองรับการฉีดวัคซีนด้วย "ในฐานะพลเมืองอาวุโส เขาอยู่ในกลุ่มแรกๆ ที่ควรได้รับการฉีดวัคซีนก่อน"

ดูเตร์เตในวัย 76 ปี เคยแสดงความเชื่อมั่นต่อวัคซีนที่ผลิตโดยจีนและรัสเซียก่อนหน้านี้ ถึงขั้นเคยเสนอตัวเป็นหนูทดลองวัคซีนสปุตนิก 5 ของรัสเซียช่วงแรกๆ ด้วย แต่เดือนที่แล้ว เขากลับประกาศว่าจะไม่ฉีดวัคซีนเพราะคนชราอย่างเขาไม่ควรได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรก 

ฟิลิปปินส์เริ่มโครงการฉีดวัคซีนโควิดให้แก่ประชาชนโดยใช้วัคซีนของซิโนแวค, แอสตร้าเซนเนก้า และสปุตนิก 5 ซึ่งล้วนได้รับการอนุมัติใช้งานแบบฉุกเฉินแก่ประชาชนทั่วไป ส่วนซิโนฟาร์มจำกัดให้ใช้ได้เพื่อเหตุผลด้านความการุณย์เท่านั้น     

ข้อมูลของรัฐบาลเผยว่า ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม มีชาวฟิลิปปินส์เพียง 1.6 ล้านคนจากประชากร 110 ล้านคนที่ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส และไม่ถึง 300,000 คนได้รับวัคซีนครบแล้ว 

ฟิลิปปินส์กำลังดิ้นรนควบคุมการระบาดในประเทศ โดยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วมากกว่า 1.06 ล้านคน และเสียชีวิตเกิน 17,500 คน รัฐบาลใช้มาตรการควบคุมเข้มงวดในกรุงมะนิลาและปริมณฑลตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ซึ่งแม้จะเริ่มเห็นผลในการชะลอการติดเชื้อ แต่โรงพยาบาลหลายแห่งยังมีผู้ป่วยล้นมือ และการจัดส่งวัคซีนที่ล่าช้าทำให้การฉีดวัคซีนล่าช้าตามไปด้วย

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ชี้ให้เห็นความลังเลของชาวฟิลิปปินส์ต่อวัคซีนโควิด โดยมีราว 60% ไม่เต็มใจที่จะฉีด.