อาชิช กุมารและ บาบิตา ภรรยา โศกเศร้าใหญ่หลวงเมื่อสูญเสียลูกสาวที่กำลังจะฉลองวันเกิด 2 ขวบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หลังตกจากระเบียงบ้านเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่สิ่งที่เยียวยาได้คือการที่ทั้งสองพบว่าลูกน้อยของพวกเขาได้ช่วยต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยถึง 5 คน รวมถึงทารกวัย 5 เดือนที่กำลังรอความตาย 

เด็กหญิง  Dhanishtha วัย 1 ขวบ 8 เดือน กลายเป็นผู้บริจาคอวัยวะอายุน้อยที่สุดในอินเดีย  แพทย์ที่โรงพยาบาล  Gangaram  ในนิวเดลี ได้นำหัวใจ ตับ ไตทั้งสองข้างและกระจกตาของเด็กหญิง ไปผ่าตัดปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วย 5 คน โดยหัวใจของ  Dhanishtha ถูกนำไปผ่าตัดปลูกถ่ายให้กับทารกวัย 5 เดือนที่โรงพยาบาล Indraprastha Apollo  ส่วน ไต กับตับ มอบให้ผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่ 
 
 

 

Dhanishtha พลัดตกจากระเบียงบ้านหมดสติ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ถูกนำตัวส่งรพ.  Gangaram อย่างเร่งด่วน แพทย์พยายามยื้อชีวิตอย่างเต็มความสามารถ แต่ก็หมดหวัง แพทย์ยืนยันว่าเด็กหญิงอยู่ในภาวะสมองตายเมื่อ 11 ม.ค.   ระหว่างอยู่เฝ้าลูกที่รพ. พ่อแม่เด็กหญิงได้เห็นและรับทราบว่ามีผู้ป่วยหลายคนกำลังจะตายเพราะขาดแคลนอวัยวะ เมื่อถามเหตุผลจากหมอ ทราบว่าเป็นเพราะขาดแคลนผู้บริจาค ทั้งสองจึงตัดสินใจบริจาคอวัยวะของลูกสาว เพื่อช่วยเด็กคนอื่น แทนนำไปฝังหรือเผา 

 “เราสูญเสียลูกของเราไปแล้ว เราไม่อยากให้คนอื่นต้องประสบชะตากรรมเดียวกัน ดังนั้น เราจึงขอให้หมอใช้อวัยวะของ Dhanishtha และบริจาคทั้งหมดให้แก่ผู้ที่ต้องการ แม้ว่าลูกไม่อยู่กับเราแล้ว อย่างน้อย ยังเห็นลูกมีชีวิตอยู่ในคนที่มีอวัยวะของเธอ” อาชิช กุมาร พ่อของเด็กหญิงกล่าว ทั้งบอกด้วยว่า เขาจะไม่พูดว่ามีความสุข แต่เมื่อใดที่นึกถึงลูก ก็จะภูมิใจว่าเธอช่วยชีวิตผู้ป่วยไว้หลายคน และความภาคภูมิใจนี้จะเข้ามาแทนที่ความทรงจำอันเจ็บปวด

นายแพทย์ ดีเอส รานา ประธานโรงพยาบาล Gangaram กล่าวยกย่องพ่อแม่ของเด็กกับการให้อันสูงส่ง และขอให้ผู้อื่นดำเนินรอยตาม เนื่องจากอินเดียได้ชื่อว่ามีอัตราบริจาคอวัยวะต่ำที่สุดในโลก ที่ราว 0.26 ต่อประชากร 1 ล้าน  ขณะที่แต่ละปี มีชาวอินเดียเสียชีวิตโดยเฉลี่ย 5 แสนคนเพราะขาดแคลนอวัยวะ 

กุมาร พ่อของเด็กหญิง ขอให้ชาวอินเดียบริจาคอวัยวะกันมากขึ้น ไม่ควรเชื่อเรื่องที่ว่าหากให้อวัยวะอะไรกับคนอื่นแล้ว เกิดใหม่ชาติจะไม่มีอวัยวะนั้น หากมีโอกาสช่วยชีวิตผู้อื่นได้ ก็ควรจะทำ 

ที่มา news18