การลงมติถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ มีขึ้นเพียงไม่กี่วัน ก่อนที่ โจ ไบเดน จะเข้าพิธีสาบานตนเพื่อเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 20 มกราคม 2564 โดยหลังจากนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะส่งญัตติการถอดถอน โดนัลด์ ทรัมป์ ให้กับวุฒิสภาสหรัฐฯ เพื่อพิจารณาเป็นลำดับต่อไปว่า จะลงมติถอดถอน หรือคัดค้านการถอดถอนประธานาธิบดี

รายงาน ระบุว่า ส.ส. จากพรรครีพับลิกัน จำนวน 10 คน ได้เข้าร่วมกับพรรคเดโมแครต ในการลงมติถอดถอน โดนัลด์ ทรัมป์ ในครั้งนี้ โดยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จัดขึ้นท่ามกลางการอารักขาของกองกำลังทหารแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อปกป้องอาคารรัฐสภาไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเหมือนเมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา

โดนัลด์ ทรัมป์, ข่าว, ข่าววันนี้, คมชัดลึก

(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพการถ่ายทอดสดของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขณะร่วมงานแถลงข่าวของทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐฯ ภาพถ่ายที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐฯ วันที่ 5 พ.ย. 2020)

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ถูกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติถอดถอนถึง 2 ครั้ง โดยในครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติถอดถอน โดนัลด์ ทรัมป์ ใน 2 ข้อหา ได้แก่ การใช้อำนาจในทางมิชอบ และขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส หลังจากมีรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดียูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี เพื่อกดดันให้มีการสอบสวน โจ ไบเดน และบุตรชาย ซึ่งมีการทำธุรกิจในยูเครน โดยการกระทำดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการเปิดทางให้รัฐบาลต่างชาติเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งในสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติคัดค้านการถอดถอน โดนัลด์ ทรัมป์ ทั้ง 2 ข้อหา ซึ่งทำให้ โดนัลด์ ทรัมป์ พ้นผิดในขั้นตอนของวุฒิสภา

โดนัลด์ ทรัมป์, ข่าว, ข่าววันนี้, คมชัดลึก