ชัยชนะของของผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต โจ ไบเดน ได้รับการยืนยันอีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดี (19 พฤศจิกายน 2563) หลังมีการนับคะแนนใหม่ทั้งหมดด้วยมืออีกครั้ง อ้างอิงจากคำกล่าวของหน่วยงานกำกับดูแลการเลือกตั้งรัฐจอร์เจีย

หลังตรวจสอบคะแนนเสียงราว 5 ล้านคะแนน จอร์เจีย พบว่า อดีตรองประธานาธิบดี ไบเดน มีคะแนนสูงกว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ 12,284 คะแนน แม้จอร์เจียจะเป็นฐานเสียงที่แข็งแกร่งของพรรครีพับลิกันมาอย่างยาวนาน

 

“ทีมตรวจสอบที่เป็นมนุษย์ได้ตรวจทานและนับทุกคะแนนเสียง” ผู้จัดการการดำเนินระบบการเลือกตั้งของรัฐจอร์เจีย กาเบรียล สเตอร์ลิง กล่าวและว่า “แน่นอนว่าการตรวจสอบครั้งนี้ได้ยืนยันผลการเลือกตั้งในครั้งแรกว่า โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในรัฐจอร์เจีย”

หนังสือพิมพ์สหรัฐฯ นิวยอร์ก ไทมส์ ระบุว่า คะแนนเสียงในเทศมณฑลส่วนมากมีความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยแค่เลขหลักหน่วยเท่านั้น

สเตอร์ลิง ระบุว่า ไม่มีผลคะแนนของเทศมณฑลใดที่เปลี่ยนไปเกินร้อยละ 0.73 จากคะแนนในรอบแรก โดยความเปลี่ยนแปลงของคะแนนในเทศมณฑล 109 แห่ง จากทั้งหมด 159 แห่งของรัฐ น้อยกว่าร้อยละ 0.05

 

อย่างไรก็ตาม การนับคะแนนใหม่เผยให้เห็นข้อผิดพลาดสำคัญในกระบวนการนับคะแนนครั้งแรก โดยมีเทศมณฑล 4 แห่ง นับคะแนนตกหล่นไปบางส่วน และ 3 แห่งในจำนวนนี้ เป็นเทศมณฑลที่คะแนนเสียงของ ทรัมป์ นำ ไบเดน ซึ่งรัฐจอร์เจียต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายในวันศุกร์ (20 พ.ย.)

ไบเดน ประกาศชัยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 7 พ.ย. ขณะที่ ทรัมป์ ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และสร้างสารพัดอุปสรรคในชั้นศาล โดยกล่าวอ้างว่ามีการโกงเลือกตั้งและนับคะแนนอย่างไม่ถูกต้อง

กฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ กำหนด “เส้นตายที่ปลอดภัย” ซึ่งตรงกับวันที่ 8 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ทุกรัฐต้องประกาศผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเพื่อป้องกันการเกิดชนวนข้อพิพาททางกฎหมาย

อนึ่ง ผู้แทนจากคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) จะจัดการประชุมในวันที่ 14 ธ.ค. หลังพ้นเส้นตาย เพื่อเลือกประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไปอย่างเป็นทางการ

 

โจ ไบเดน

 

(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพถ่ายการถ่ายทอดสดระหว่าง โจ ไบเดน ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวปราศรัยที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2020)