โคเรีย ไทมส์  รายงานวันนี้ ( 19 พ.ย.) ว่า ศาลในกรุงโซล มีคำตัดสินลงโทษสตรีชาวไทย จำคุก 2 ปี แต่ให้รอลงอาญา 3 ปี จากความผิดทอดทิ้งทารกเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย 

หญิงชาวไทยอายุ 37 ปี คลอดลูกเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 29 มี.ค. ที่เขตควานัก ในกรุงโซลโดยลำพัง ไม่ได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์ใดๆ ทารกเสียชีวิตหลังจากนั้น 2 ชม. เนื่องจากผู้เป็นแม่ละเลย ไม่ได้ดูแลอย่างเหมาะสม รวมถึงไม่ได้ดูดน้ำคร่ำออกจากปากและจมูกทารก 

ระหว่างสอบสวน เธอให้การว่า ตั้งครรภ์กับลูกค้าคนหนึ่งในร้านนวดที่ทำงานอยู่และเหตุที่พำนักในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมาย จึงไม่กล้าติดต่อตำรวจ หรือส่งลูกเข้าห้องฉุกเฉิน แต่อ้างว่าเธอทำอย่างเต็มที่แล้วเพื่อรักษาลูกไว้ อีกเหตุผลที่ไม่ไปโรงพยาบาลเพราะพูดภาษาเกาหลีไม่ได้ นอกจากนี้ เธออ้างด้วยว่าไม่รู้ตัวเองตั้งครรภ์จนใกล้คลอด เพราะป่วยเป็นธาลัสซีเมีย และประจำเดือนมาครั้งเดียวในทุก 28 สัปดาห์  

 

 

ผู้พิพากษา ซอน จู ชอล กล่าวว่า ความผิดของจำเลยร้ายแรงมากเพราะพรากชีวิตของทารกแรกเกิดคนหนึ่งไป และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกของการคลอดลูก จึงต้องมีความรู้พื้นฐานอยู่บ้างเกี่ยวกับกระบวการหลังคลอด กระนั้น ศาลคำนึงว่าเธอทำเช่นนั้นด้วยความหวาดกลัวว่าอาจจะถูกเนรเทศ หากถูกตรวจพบว่าเป็นชาวต่างชาติพำนักผิดกฎหมาย และปัจจุบัน ทุกข์ทรมานจากความเครียดอย่างมากอยู่แล้วเนื่องจากช็อกจากเหตุการณ์ที่ประสบ จึงพิพากษาให้รอลงอาญา 

 

ที่มา Korea Times